เนปาล งัดโรดโชว์พ่วงขาย 3 ประเทศ ไทย-มาเลย์-สิงคโปร์ ชูขายทัวร์ศาสนา เมืองมรดกโลก และอีโคทัวร์ยอดเขาเอเวอเรสต์ เร่งผนึกความร่วมมือ เล็งเปิดสำนักงานใหม่ในไทย หลังนักท่องเที่ยวปี50 ส่อเค้าพุ่งกว่า 72%ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศเนปาล (เอ็นทีบี) จัดโรดโชว์ภายใต้แนวคิดใหม่ Unleash yourselfฆnaturally Nepal-once is not enough โดยเชิญองค์กรเอกชนของประเทศ เช่น สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวเนปาล องค์กรความร่วมมือสายการบินเนปาล (เอ็นเอซี) สถานทูตเนปาลในประเทศไทย และโรงแรมชั้นนำ ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดเอเชียแปซิฟิก หลังจากมีการลงนามความร่วมมือเพื่อสันติภาพไปเรียบร้อยแล้ว โดยใช้โปรแกรมว่า sales mission to Bangkok-Singapore-Kuala Lampur ระหว่าง 4-9 มิถุนายน 2550
นายซูบาช นิโรลา ผู้อำนวยการฝ่าย Tourism Products & Resources Development การท่องเที่ยวเนปาล เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า โรดโชว์ครั้งนี้ตั้งเป้ากระตุ้นนักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกตลาดมาแรง โดยเฉพาะไทยไปเนปาลปี 2550 สูงขึ้นอีก 3 เท่า คิดเป็น 300% ระหว่างมกราคม-เมษายน 2550 เพิ่มขึ้น 72.7%
แผนนำร่องเจาะตลาด 3 ประเทศมี ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย พร้อมๆ กัน เพราะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันทั้งทางด้านคน วัฒนธรรม อาหารการกิน ชูขายธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมหลากหลาย มรดกโลกที่องค์การยูเนสโกรับรอง 7 แห่ง ติดอันดับ 1 ของโลกด้านท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เพราะมียอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด
การท่องเที่ยวเนปาลระบุมีจุดขายเหมือนไทย 2 ประการ สามารถแลกเปลี่ยนกันได้คือ 1.ทัวร์พุทธศาสนาโดยมีความเลื่อมใสเหมือนกัน 2.ทำประชาสัมพันธ์แพ็กเกจการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (eco-tourism) ในเชิงเมืองแฝด ขณะนี้ได้ผลักดันบริษัทนำเที่ยวขาย 2 ประเทศ อาทิ โปรแกรมท่องเที่ยว 15 วัน อาจเที่ยวเมืองไทย 11-12 วัน นั่งเครื่องบินตรงจากกรุงเทพฯสู่กาฐมาณฑุต่อไปเที่ยวเนปาล โดยการบินไทยบิน ไป-กลับกรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ 1 เที่ยว/วัน ส่วนเนปาล แอร์ไลน์สบิน 3 เที่ยว/สัปดาห์
เนปาลทำแผนความร่วมมือระดับทวิภาคีกับภาครัฐของไทยหลายแห่ง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับรัฐบาลไทยจัดทำวิจัยนักเดินทาง จุดประสงค์เพื่อทำให้เนปาลรู้จักพฤติกรรมและความพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้น คาดว่าปีนี้จะเห็นผลการศึกษา อนาคตจะเปิดสำนักงานสาขาเอ็นทีบีในไทยด้วย
ความพร้อมของภาครัฐและเอกชนเนปาลมีห้องพักราว 1.2 ล้านห้อง ตั้งแต่โฮมสเตย์ถึงโรงแรมระดับ 5 ดาว สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาขณะนี้คือบุคลากรในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ส่วนการลงทุนสิ่งปลูกสร้างอื่นมีจำกัด เพราะต้องคำนึงความสมดุลกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศ
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
