สัมภาษณ์ตลาดการลงทุนสายการบินต้นทุนต่ำ (budget airlines/low cost carrier : LCC) แข่งกันโต อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการบริหาร สายการบิน โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ส และวัน-ทู-โก หนึ่งใน โลว์คอสต์แถวหน้าของเมืองไทย ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ อีกไม่เกิน 5 ปีนี้ จะขอก้าวสู่สายการบินแห่งชาติสายที่ 2 ของประเทศ
- จากวันนี้จะเริ่มตรงจุดไหนก่อนไปสู่การเป็นสายการบินที่สอง
ผมแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางโมเดลธุรกิจกับ มืออาชีพในวงการค้าขายเครื่องบินนานาชาติและสถาบันการเงินต่างชาติที่คลุกคลีมีประสบการณ์ในตลาดกว่า 30 ปี ทุกคนมองแนวทางเดียวกันคือ อุตสาหกรรมการบินในเอเชียยังโตได้อีกมาก เพียงแต่ต้องรู้หลักการลงทุนที่ถูกต้อง วันนี้ผมตัดสินใจแล้วที่จะลงทุนซื้อฝูงบินเผื่ออนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า
ผมนัดกับทีมขายของโบอิ้ง ประเทศไทย คุยเรื่องแผนการจัดซื้อเครื่องบินรุ่นอนาคตโบอิ้ง B787-3 ขนาด 350 ที่นั่ง ตั้งเป้าจะซื้อประมาณ 10 ลำ มูลค่าในคู่มือการขายราว 150 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ มูลค่ารวมทั้งฝูง 52,500 ล้านบาท (1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ) เครื่องรุ่นนี้ยังเพิ่งเริ่มผลิต จะส่งมอบได้อีก 5 ปีข้างหน้า มีคุณสมบัติพิเศษประหยัดเชื้อเพลิงการบิน และเป็นคู่แข่งของค่ายแอร์บัส ลำตัวกว้างรุ่น A350-XB
ปกติเครื่อง B787-3 มีจำนวนที่นั่งไม่มากหรือน้อยเกินไป ผมตั้งใจจะใส่เก้าอี้ทั้งลำเป็นแบบที่นั่งชั้นประหยัด เพื่อให้สอดคล้องกับโลว์คอสต์ ซึ่งขายนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และเทรนด์การเดินทางเข้า-ออกเมืองไทย รวมถึงกลยุทธ์การขายของผมก็เน้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางพักผ่อนมากกว่า นักธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เน้นบริการแบบง่ายๆ สบายๆ
ส่วนสายการบินผมจะใช้วัน-ทู-โก เป็นหัวหอกในการทะลวงตลาดโลว์คอสต์แอร์ไลน์ แข่งกับทุกสายการบินในภูมิภาคนี้ หลังจากเริ่มเปิดวัน-ทู-โก ได้ปีเศษ แนวโน้มธุรกิจจะไปได้ดีทั้งการให้บริการเที่ยวประจำภายในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะใกล้ในแถบอาเซียน
- ทิศทางการขยายธุรกิจช่วง 5 ปีนี้จะทำ อะไรบ้าง
ถ้าการเจรจาระหว่างผมกับโบอิ้งได้ข้อยุติในการสั่งซื้อเครื่องบินเทรนด์ใหม่ฝูงใหญ่ ระหว่างรอรับมอบเครื่อง ผมจะหารือกับโบอิ้งส่งเครื่องโบอิ้ง B777 มาให้ใช้ไปพลางๆ ก่อน เครื่องรุ่นนี้ผลิตออกมามาก มีลูกค้าสั่งจองเต็มไลน์การผลิต ผมศึกษามาเป็นอย่างดีว่าเครื่องรุ่นนี้เปรียบเทียบกับโบอิ้ง B747 แล้วประหยัดน้ำมันมากกว่าถึง 40% เหมาะที่วัน-ทู-โก จะนำมาใช้งาน เพราะสามารถทำต้นทุนต่ำลงได้ตามคอนเซ็ปต์ของโลว์คอสต์จะได้ทำตั๋วโดยสารราคาประหยัดออกวางขายในตลาดได้ตลอดทั้งปี
นักวิเคราะห์ต่างชาติที่คลุกคลีอยู่ในวงการการบินหลายคนบอกกับผมว่า สถาบันการเงินและบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินมีความเชื่อมั่นว่านักธุรกิจในเอเชียมีความสามารถสูงพอที่จะลงทุนทำโลว์คอสต์ให้ประสบความสำเร็จ ไรอันแอร์ อินโดนีเซีย เป็นตัวอย่างที่ดี เขากับผมเป็นเพื่อนกัน เมื่อ 5 ปีที่แล้วตอนไรอันแอร์สั่งฝูงบินลอตหนึ่งมาทุกคนพากันหัวเราะว่าเอามาทำไมเดี๋ยวก็เจ๊ง แต่ผลปรากฏว่าทุกวันนี้กลับประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ผมเองคิดว่าการตัดสินใจสั่งซื้อฝูงบิน B787-3 ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ผมพยายามพัฒนาระบบมาตรฐานธุรกิจสายการบินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตลาดเกิดความเสียหาย การขายตั๋วราคาถูกของโลว์คอสต์ไม่ใช่สักแต่ว่าขายแต่ต้องขายตามต้นทุนที่แท้จริง และไม่ใช่ราคาเป็นเหยื่อเพื่อดึงเงินจากลูกค้าอย่างไร้เหตุผล เพราะในระยะยาวจะทำให้ตลาดพังทั้งระบบ
- หลังกระแสโลว์คอสต์บูมเส้นทางนี้ราบรื่นจริงหรือไม่
องค์การการบินโลกได้สรุปข้อมูลออกมาแล้วว่า ปี 2549 ธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ทั่วโลกเจ๊งไปมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในอินเดียเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะพอกระแสธุรกิจบูมนักลงทุนก็แห่กันตั้งบริษัท 10 แอร์ไลน์ โดยเข้าใจว่าตลาดมีขนาดใหญ่ประชากรอินเดียมีจำนวนมาก แต่ไม่ได้ศึกษาให้ลึกลงไปว่าพฤติกรรมของ ผู้โดยสารเป็นอย่างไร เส้นทางที่จะบินมีความต้องการจริงหรือไม่ สุดท้ายก็ม้วนเสื่อกลับบ้าน
- เมืองไทยจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่
ต้องมองภาพรวมว่าขณะนี้ทุกธุรกิจในเมืองไทยแข่งกันลงทุน พอล้นตลาดขายไม่ออกก็เปิดสงครามราคาเอาตัวรอดระยะสั้น ผลสุดท้ายต่างชาติก็เข้ามาซื้อของถูกไปใช้ ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้เกือบทุกธุรกิจมีต่างชาติเข้าคิวรอซื้อของถูกในเมืองไทยกันเป็นแถว
ต่างจากธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ ถึงแม้จะถูกมองว่าไม่น่าจะมีมูลค่าอะไรมากนัก แต่จากการศึกษามาแล้วทุกประเทศพบว่าพอนำหุ้นบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่าคนแย่งกันซื้อหุ้นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ฐานของอุตสาหกรรมนี้ความจริงมีมูลค่าสูงมาก สถาบันการเงินทั่วโลกยอมรับเรื่องนี้
ผมฟังบริษัทนักช็อปรายใหญ่ของโลกหลายแห่งในเมืองไทยบอกว่า กิจการที่เปลี่ยนมือขายกิจการกันเป็นว่าเล่นในเมืองไทยก็มี อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน ธนาคาร ยังเหลืออยู่ธุรกิจเดียวที่รอดคือสายการบิน แต่ถามว่ามีสายการบินเอกชนที่ไปยื่นขอจดทะเบียนและใบอนุญาตประกอบกิจการเชิงพาณิชย์จากรมการขนส่งทางอากาศ ได้รับอนุญาตเสร็จก็ไม่บินแต่ใช้วิธีขายหุ้นบริษัทให้ต่างชาติบ้าง หรือเป็นร่างทรงของต่างชาติบ้าง แต่ใช้สิทธิการบินของประเทศไทย มีหลายคนทำอย่างนั้น สำหรับผมจะไม่ทำเด็ดขาด เส้นทางของผมคือต้องไปสู่การเป็นสายการบินแห่งที่ 2 ของประเทศให้ได้
จังหวะการลงทุนของ อุดม ตันติประสงค์ชัย นับจากนี้ไปจะเริ่มขยายฝูงบินเทรนด์ใหม่ B787-3 อย่างจริงจัง พร้อมกับชูวัน-ทู-โก โลว์คอสต์แอร์ไลน์ลงสนามแข่งขันเต็มตัว
หน้า 36
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
