ยูพีเอส วัดชีพจรลอจิสติก SME ทั่วเอเชีย ผู้ประกอบการแนะจุดแข็ง สุวรรณภูมิ พร้อมสร้างไทยเป็น ฮับขนส่งเอเชีย วอนรัฐเร่งอุด 3 ช่องโหว่ คุณภาพบริการ-ความจงรักภักดีของลูกค้า-รักษาคุณภาพคน และจับตาคู่แข่ง 2 ดาวรุ่ง จีน อินเดียนายฮาลิม เซลามัท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูพีเอส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลการสำรวจโดยยูพีเอส บิสซิเนส เอเชีย มอนิเตอร์ ล่าสุดพบว่าการประเมินกลยุทธ์เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ภูมิภาคเอเชียในอุตสาหกรรมลอจิสติก ต่อกรณีภายหลังรัฐบาลไทยเปิดสุวรรณภูมิใช้สนามบินนานาชาติในเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง 30% ของทั้งหมดยืนยันว่าจะส่งผลดีในการเพิ่มปริมาณพัสดุภัณฑ์นำเข้าและส่งออกจากไทยไปยังทั่วโลก และหากรัฐบาลพัฒนายุทธศาสตร์อย่างมีทิศทางไทยจะเข้าใกล้ความเป็นศูนย์กลางลอจิสติกภูมิภาคเอเชีย ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 57% สะท้อนแม้เศรษฐกิจโดยรวมทั่วเอเชีย-แปซิฟิกจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่กลุ่มเอสเอ็มอีในไทยกว่า 60% ประเมินว่าปี 2550 ธุรกิจต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาหลายๆ ด้าน เนื่องจากอัตราการเติบโตถดถอยลงถึง 66%
สิ่งที่ผู้ประกอบการเป็นห่วงมากที่สุดมี 3 เรื่อง ได้แก่ คุณภาพการให้บริการของตนเอง ความจงรักภักดีของลูกค้า และความสามารถในการรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ เนื่องจากโครงข่ายใหญ่ด้านการบริหารซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการบริหารเริ่มมีความสำคัญมากสร้างความยุ่งยากในการประเมินความต้องการของตลาดซึ่งมี 53% ของตลาดทั้งหมด
กรรมการผู้จัดการยูพีเอสกล่าวต่อว่า ผลการสำรวจและวิจัยข้อมูลลอจิสติกภูมิภาคเอเชียปี 2550 เห็นได้ชัดว่ามีดาวรุ่ง 2 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจส่งเสริมให้ลอจิสติกเติบโตสูงที่สุดถึง 81% และ อินเดีย กลายเป็นคู่แข่งของไทยและกลุ่มเอเชีย เพราะได้เปรียบทางด้านราคาและต้นทุนการผลิตถูก จึงทำให้ผู้ประกอบการกว่า 25% ของเอเชียเริ่มกังวลต่อแรงกดดันที่มาจากจีน
หน้า 32
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
