สกู๊ปโดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
สัญญาณอันตรายของอุตสาหกรรมขนส่งทางอากาศ ที่มีผลโดยตรงกับธุรกิจสนามบินนานาชาติในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังเผชิญกับอะไรบ้างและ เตรียมกลยุทธ์รับมือกับสถานการณ์ครึ่ง ปีหลัง ผู้อำนวยการทั้ง 3 สนามบินต่างต้องงัดไม้เด็ดมาใช้
ภูเก็ตรายได้ยังปึ้ก ผู้โดยสารพุ่ง
นาวาอากาศโทวิชา เนินลพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า แผนงานครึ่งปีหลังได้เร่งมาตรการเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ (commercial area/non aero) สร้างส่วนแบ่งขั้นต่ำ 15-18% ของรายได้ทั้งหมด โดยดำเนินการควบคู่ไปกับแผนลงทุน 5,000 ล้านบาท
มีโครงการขยายพื้นที่สนามบินระยะ 7 ปี 2 เฟส เฟสแรก 2552-2555 มีพื้นที่รับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 5.5 ล้านคน เป็น 10 ล้านคน และ 2556-2559 พื้นที่จะรับ ผู้โดยสารได้มากสุดถึง 15 ล้านคน ไฮไลต์จะแยกอาคารผู้โดยสาร (terminal) ระหว่างประเทศและในประเทศออกจากกัน เพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์อีกเท่าตัวจากปัจจุบันมีกว่า 100 ร้านค้า รวมทั้งมีหลุมจอดเครื่องบินจำนวนมากขึ้นเพียงพอต่อจำนวนการขยายเที่ยวบินเพิ่ม
ขณะนี้คณะกรรมการปรับปรุงรายได้ ทอท. กำลังพิจารณาสนับสนุนสนามบินภูเก็ต 3 เรื่อง คือ 1) ต่อสัญญาร้านค้าเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร 2) ปรับเพิ่มรายได้โดยยังคงค่าเช่าไว้เท่าเดิม ด้วยวิธีร่วมกับร้านค้าทำโปรโมชั่นตลาดนัก ท่องเที่ยวต่างประเทศที่ผ่านเข้าออกซื้อสินค้าที่มีส่วนต่างกำไรสูง 3) นำพื้นที่ภายในเทอร์มินอลที่ยังเหลืออยู่เปิดประมูลหารายได้เข้ามาเพิ่ม ตามขั้นตอนจะเปิดโอกาสให้ร้านเดิมก่อนและให้ความสำคัญกับร้านค้าที่เสนอผลตอบแทนดีกว่า
สำหรับปริมาณเที่ยวบินที่ใช้บริการสนามบินภูเก็ต 38 สายการบิน เปรียบเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมาตลอดมิถุนายนปีนี้มี 2,817 เที่ยว ลดลง 3.66% แยกเป็นระหว่างประเทศ 1,158 เที่ยว เพิ่ม 8.43% ในประเทศ 1,652 เที่ยว ลดลง 10.61% จำนวนผู้โดยสารรวม 341,666 คน เพิ่มขึ้น 9.50% แยกเป็นระหว่างประเทศ 147,436 คน เพิ่ม 23.40% ในประเทศ 226,675 คน เพิ่ม 2.00%
ส่วนสถิติโดยรวมเปรียบเทียบระหว่างตุลาคม 2549-มิถุนายน 2550 กับตุลาคม 2550-มิถุนายน 2551 พบว่าปีนี้ปริมาณเที่ยวบิน 32,749 เที่ยว เพิ่ม 13.91% แยกเป็นระหว่างประเทศ 13,860 เที่ยว เพิ่ม 9.75% ในประเทศ 18,889 เที่ยว เพิ่ม 17.17% ปริมาณผู้โดยสารรวม 4.79 ล้านคน เพิ่ม 14.31% แยกเป็นระหว่างประเทศ 1.98 ล้านคน เพิ่ม 23.46% ในประเทศ 2.80 ล้านคน เพิ่ม 8.60%
เชียงใหม่ยืดอายุโปรโมชั่นถึงปี54
นาวาอากาศโทประทีป วิจิตรโท ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ กล่าวว่า เตรียมเร่งดำเนินการกระตุ้นสายการบินเพื่อเพิ่มรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายตลอดปีนี้จะต้องทำเกิน 550 ล้านบาท เพิ่มอีก 10% จากปี 2550 ทำได้ 500 ล้านบาท กลยุทธ์แรกจะสร้างแรงจูงใจด้วยวิธีต่ออายุโปรโมชั่นการลดค่าธรรมเนียมนำเครื่องบินขึ้น-ลง และหลุมจอดอีก 1 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดปี 2551 ขณะนี้ตัดสินใจขยายไปถึงปี 2552 และมีแนวโน้มจะต่อไปจนถึงปี 2554
เพราะสถานการณ์ครึ่งปีหลังตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นมาสนามบินเชียงใหม่มีผู้ใช้บริการบินในและระหว่างประเทศ 10 สายการบิน ทั้งปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารลดลงกว่า 10% เป็นนอกฤดูเดินทางที่แตกต่างจากทุกปีเนื่องจากผู้โดยสารลดลงมากกว่าปกติ ทั้งสายการบินราคาประหยัด (lowcost airlines) ลดจำนวนเที่ยวบินต่อเนื่องและยุบรวมเที่ยวบิน การบินไทยก็เช่นกันลดการขึ้นลงเหลือ 14 เที่ยว/วัน จากเดิมมีถึง 20 เที่ยว/วัน
ผมตัดสินใจร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ทำโปรโมชั่นดึงสายการบินมาใช้บริการเพิ่มเพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูการท่องเที่ยว ด้วยแคมเปญลดค่าธรรมเนียมนำเครื่องขึ้นลงและค่าหลุมจอด ช่วงแรกจะยืดไปจนถึงปี 2552 เงื่อนไขคือหากเป็นสายการบินเปิดเที่ยวบินใหม่จะได้ลด 95% ถ้าสายการบินเก่าต้องเพิ่มขั้นต่ำ 2 เที่ยว/ สัปดาห์ จะลดให้ 75% ขณะนี้มีบางกอกแอร์เวย์ส เกาหลีแอร์ไลน์ส และเอสจีเอ ใช้แคมเปญนี้ไปถึงปีหน้า น.อ.ประทีปกล่าว
โดยสนามบินเชียงใหม่อยู่ระหว่างเตรียมหารายได้เพิ่มจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทยอยลงทุนปรับปรุงอาคารและขยายพื้นที่ให้แล้วเสร็จปี 2553 พร้อมรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคน/ปี ด้วยการปรับแยกอาคารระหว่างประเทศกับอาคารในประเทศ จะเริ่มทำสัญญาจ้างบริษัทออกแบบและก่อสร้างมกราคม 2552
ผนวกกับเมื่อเดือนเมษายน 2551 เป็นต้นมา ทอท.ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินจากผู้โดยสารในประเทศปรับราคาเป็น 100 บาท/เที่ยว จากเดิม 50 บาท/เที่ยว ระหว่างประเทศปรับเป็น 700 บาท/เที่ยว จากเดิม 500 บาท/เที่ยว ตลอดปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นไปด้วย
เชียงรายลุ้นขายเมกะโปรเจ็กต์ลาวปี52
นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย กล่าวว่า หลังมีสัญญาณวิกฤตน้ำมันขณะนี้เชียงรายไม่มีสายการบินบริการบินระหว่างประเทศเหลือแต่เที่ยวบินในประเทศอย่างเดียวและมีจำนวนน้อยมาก เพียง 8 เที่ยว/วัน ไทย แอร์เอเชียเหลือ 2 เที่ยว/วัน จากเดิม 3 เที่ยว/วัน การบินไทยภายในสิงหาคมนี้อาจจะปรับขึ้นราคาและบิน 3 เที่ยว/วัน เอสจีเอยังคงบิน เชียงราย-เชียงใหม่ 2 เที่ยว/วัน นกแอร์กับวัน-ทู-โกหยุดบินไปแล้ว
ส่วนแอร์ฟินิกซ์เดิมเตรียมเปิดบินขนส่ง ผู้โดยสารตั้งแต่มิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันต้องเลื่อนไปจนกว่าราคาน้ำมันจะนิ่งเส้นทาง บินจะใช้เชียงรายเป็นฐาน ไป-กลับ นคร ราชสีมา ขอนแก่น 1 เที่ยว/วัน/เส้นทาง
ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงรายกล่าวว่า ผลจากการสำรวจตลาดนัก ท่องเที่ยวและผู้โดยสารยังต้องการเดินทางเข้ามาเที่ยวเชียงรายอีกเป็นจำนวนมาก จึงวางกลยุทธ์รับและรุกช่วงครึ่งปีหลังร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวเชียงรายได้เร่งผลิตโปรแกรมขายทัวร์และรับจองห้องพักล่วงหน้าตารางบินฤดูหนาวดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการตั้งแต่ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
จากนั้นเตรียมแผนรุกต่อในปี 2552 มีช่องทางและโอกาสใหม่เข้ามาสร้างความคึกคัก เพราะบริษัทใหญ่จากจีนเช่าที่ดินใน สปป.ลาว บริเวณห้วยทรายและสามเหลี่ยมทองคำขยาย เมกะโปรเจ็กต์คอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร เทียบเท่าลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
ซึ่งพื้นที่โดยรอบตอนนี้เชียงรายเป็นจังหวัดเดียวที่มีสนามบินนานาชาติรองรับสายการบินที่จะเข้ามาเพื่อเดินทางต่อไปยังสามเหลี่ยมทองคำห้วยทราย จีน และใช้ถนนหมายเลข R3A เดินทางทะลุไปถึงเวียดนามได้ หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
