โรงแรมไทย-กลุ่มอินบาวนด์ เสนอแผนตลาดท่องเที่ยวปี 52 รัฐบาล-ททท. คุมวิกฤตใหม่ห้องพัก ไฮเอนด์ โอเวอร์ซัพพลาย วอนช่วยส่งสัญญาณการลงทุนให้ชัด 3 เรื่อง แผนลงทุนตลาดศักยภาพจ่ายดีพักยาว-จัดการปัญหาต้นทุนสูงบีบคนไทยไปเที่ยวนอก-คุมเข้มมาตรฐานโฆษณา เกินจริง ขณะที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ ผู้ว่าการควงฝ่ายบริหารและ ผอ.ทั่วโลก ปั๊มรายได้เต็มที่เพิ่มลูกค้าใหม่ รักษาฐานกำลังซื้อเก่า และบรรเทาความสูญเสียตลาดดาวรุ่งนายอภิชาติ สังฆะอารีย์ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมแผน หลักตลาดและการขายปี 2552 โดยวาง เป้าหมายเจาะเพิ่มฐานกำลังซื้อไฮเอนด์ ทั่วโลกนั้น บริษัทอินบาวนด์ได้ทำแผนธุรกิจออกแบบรายการนำเที่ยวไว้รองรับ แต่ต้องได้แรงสนับสนุนจากภาครัฐให้ข้อมูลตลาด ที่จะเข้ามาใช้บริการมีทิศทางชัดเจน 3 เรื่อง เรื่องแรกป้องกันนักลงทุนแห่สร้างห้องพักหรูหราราคาแพงจนปริมาณล้นตลาด (over supply) เพียงเพื่อรับนักไฮเอนด์ที่มีเพียง ปีละ 4-5% ขณะที่ห้องพัก 3-4 ดาวรองรับนักท่องเที่ยวทั่วไปมีสัดส่วนมากสุด 80%
เช่น เกาะ สมุยสร้างพูลวิลล่าไว้เกินความต้องการลูกค้ารวม 2,000 ห้อง หรือเชียงใหม่ขยายมากห้องพัก 4-5 ดาว ทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวสูงและส่งผล ทางอ้อมต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อระดับกลางเปลี่ยนไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่ม เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เพราะเปรียบเทียบราคาแล้วใกล้เคียงกับท่องเที่ยวในประเทศ
เรื่องที่ 2 มุ่งเน้นการใช้เงินบุกประเทศที่มีทั้งกำลังซื้อและระยะเวลาพักยาว คุ้มค่าที่ผู้ประกอบการจะลงทุนเข้าร่วมส่งเสริม การขาย ปัจจุบันหากทุ่มทำตลาดเอเชีย ดึงดูดคู่ฮันนีมูนเกาหลีมาเที่ยวหรือกลุ่มกำลังซื้อสูงอื่นแต่พักจำกัดเพียง 3 คืน ก็ควรอัดฉีดตลาดยุโรปจะดีกว่า เพราะเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อคนสูงกว่าเอเชีย
เรื่องที่ 3 นโยบายการควบคุมมาตรฐานบริการต่างๆ เช่น โรงแรม และสปา เพื่อทำให้สินค้าเป็นไปตามความคาดหวังตามความต้องการของผู้บริโภค (expectation) ขณะนี้ไทยถูกมองว่าโฆษณาเกินจริง เช่น ระบุบริการโรงแรม 5 ดาวแต่องค์ประกอบไม่ครบ หากไม่ควบคุมให้ได้จะกระทบโดยตรงกับตลาดไฮเอนด์
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า โรงแรม ทั่วประเทศมีเพียงพอจะรับลูกค้าไฮเอนด์ แต่เอกชนต้องการให้รัฐรุกขยายฐานดึง นักเดินทางเชิงธุรกิจมากเป็นอันดับ 1 เพราะถึงจะมีวิกฤตน้ำมัน ค่าครองชีพ ก็ยังเดินทางตามปกติ เช่น การประชุมสมาชิกไลออนส์สากลโลก เมื่อ 6-8 มิถุนายน 2551 และงาน ITU Telecom Asia เดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ละครั้งมีนักเดินทางเข้าร่วมกว่า 25,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวันชัย ศารทูลทัต ประธานบอร์ด ททท. นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมฝ่ายบริหารและ ผู้อำนวยการในและต่างประเทศ ได้จัดประชุมร่วมทุกฝ่ายเริ่ม 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคมนี้ กล่าวถึงเป้าหมายปี 2552 จะทำรายได้รวมเกินกว่า 1.001 ล้านล้านบาท
ไฮไลต์ส่งเสริมการขาย 6 ธีม คือ ภาคเหนือธีมแหล่งวัฒนธรรมล้านนาผสมผสานความมีระดับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม ภาคกลางธีมการท่องเที่ยวแบบถวิลหาอดีต กรุงเทพฯธีมวิถีเมืองกรุง ภาคใต้ธีมป่าสวยทะเลใส ภาคตะวันออกธีมเที่ยวสนุกทุกระดับ
ตลาดต่างประเทศ พุ่งเป้าจะเพิ่มส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปจาก 4 พื้นที่ มี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ไต้หวัน สแกนดิเนเวีย และจะรักษาส่วนแบ่งเดิมไว้ให้ได้จาก 5 พื้นที่ มีมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิตาลี ฮ่องกง และอาจต้องสูญเสียส่วนแบ่ง 6 พื้นที่ มี เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซีย อิสราเอล จีน
ขณะที่นักเดินทางใหม่มี 6 กลุ่ม คือ คนผิวดำ มุสลิม นักเรียน/นักศึกษา ถ่ายทำละคร สตรีมาช็อปปิ้ง นักธุรกิจหนุ่มมาทำ สปา หลังจากปี 2550 มีตลาดใหม่ต่อเนื่องมากถึง 10 กลุ่ม คือ ยัปปี้ ดิงก์ hispanic เกย์และเลสเบี้ยน ครอบครัว ลองสเตย์ ฮันนีมูน/แต่งงาน ไมซ์ อาสาสมัคร
ตลาดในประเทศอาจต้องเผชิญกับกำลังซื้อทรงตัวจากวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจชะลอตัว คนไทยจะมีพฤติกรรมการเที่ยวแบบใหม่ 7 อย่าง ได้แก่ 1) เที่ยวแบบประหยัด 2) เดินทางระยะใกล้หรือไปเช้าเย็นกลับ 3) มุ่งหาคุณค่าทางใจคุ้มค่าเงิน 4) นิยมซื้อทัวร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม 5) หันพึ่งรายการเที่ยวเพื่อสร้างประสบการณ์เรียนรู้มากกว่าอย่างอื่น 6) กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว 7) เที่ยวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการหนีความเครียด หน้า 33
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
