ก่อนจะเกิดปรากฏการณ์พลิก มติคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แขวน เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี จากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทย แล้วก็ดึง เรืออากาศโทนรหัช พลอยใหญ่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สังกัดสำนักงานกรรมการผู้จัดการผู้ตกเป็นเป้าว่าเขาคือเพื่อนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่เกมเปลี่ยนขั้วอำนาจตลอดครึ่งปีนี้รัฐบาลพลังประชาชนมอบให้ 2 รัฐมนตรี คือ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่กำกับดูแลการบินไทย นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ปกป้องรัฐวิสาหกิจในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่การบินไทย 51% แต่รอยบิดเบี้ยวภายในสายการบินแห่งชาติวันนี้ ทั้ง 2 รัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ ?
หรือจะให้ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนเป็นผู้สูงอายุ คนชรา พระสงฆ์ ซื้อหุ้น กอดไว้ร่วงต่อเนื่องมาถึง 10 ปี พากันตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาทของประเทศเป็นเพียงของเล่นนักการเมืองเท่านั้นหรือ !?
จากเหตุการณ์ที่สาธารณะแทบจะไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือได้อีกต่อไป เมื่อพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2551 เวลาบ่าย 3 โมงเย็น บอร์ดชุด นายชัยสวัสด์ กิติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานการบินไทยแถลงมติแขวนอภินันทน์ขีดเส้นให้ทำหน้าที่ DD เฉพาะงานที่มอบหมาย เพื่อให้นรหัชขึ้นเป็น DD ที่มีอำนาจบริหารเต็มร้อย บอร์ดอ้างเหตุผลรุนแรงมากว่า อภินันทน์เป็นผู้นำที่ใช้อำนาจบริหารจนเกิดความแตกแยกในองค์กรต้องหาผู้นำใหม่มาสมานรอยร้าว
จากนั้นเวลา 16.00 น.ชัยสวัสดิ์เดินทางไปสภาเพื่อรายงาน สันติ ในจังหวะที่ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างดุเดือดงัดข้อมูลสมัยรัฐมนตรีคมนาคมเรียนอยู่รามคำแหงเคยใช้เอกสารปลอมให้คนอื่นเข้าไปสอบวิชาปรัชญาเบื้องต้นแทน ไม่มีคำตอบใดในเวทีอภิปรายแต่กลับมีแรงระเบิดมาถึงบอร์ดซึ่งตัดสินใจแขวนอภินันทน์จน ชัยสวัสดิ์คอตกกลับมาตึกสำนักงานใหญ่การบินไทยอีกครั้งเพื่อหารือกับบอร์ดอีก 2 คน คือ พิชัย ชุณหวชิร และ พลอากาศเอกณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ เพื่อออกมาตกลงกับตัวแทนยื่นคัดค้านให้บอร์ดทบทวนมติใหม่ มี แจ่มศรี สุกโชติรัศมิ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และ กัปตันประวิทย์ ชินวัตร รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ (DO) นอกจากจะดูแลด้านการบินยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานผู้จัดซื้อสินค้าหมวด 10 ขึ้นเครื่อง รวมทั้งไวน์การบินไทย
ราว 21.00 น. ชัยสวัสดิ์ แถลงข้อมูลเสียงสั่นเครือว่าขอใช้อำนาจประธานตั้ง อภินันทน์กลับตำแหน่งเดิมโดยประกาศหากเกิดอะไรขึ้นตนจะรับผิดชอบเอง สร้างความสับสนเติมเชื้อกระแสความขัดแย้งหนักขึ้นเพราะ งานเข้า พนักงานต่างขั้วโทรศัพท์แจ้งเหตุนัดกันมาชุมนุมตอบโต้กันช่วง 9.30 น.เช้าวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551 ตกบ่ายศึกอภิปรายยังระอุแต่สันติแวบออกนอกสภา หลัง 15.00 น. นัดอภินันทน์ไปพบเพื่อคุยรายละเอียดกันก่อนจะเชิญบอร์ดไปประชุมอีกรอบ หลัง 16.00 น. รัฐมนตรีคมนาคมนั่งฟังอยู่พักพอให้รู้ทิศทางและเกมจะจบอย่างไร จึงออกมาแถลงข้อมูลทำนองให้ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน
เป็นหตุให้สื่อและสต๊าฟการบินไทยพากันตีความว่าสันติส่งสัญญาณอุ้มอภินันทน์เปลี่ยนเกมการเมืองให้ พ.ต.ท.ทักษิณกับ นรหัชเพื่อนรักตกเป็นเป้าล่อทางสังคมแทน
เหตุการณ์ตลกขัดตาทัพศึกอภิปรายซึ่งยากจะปฏิเสธว่าทั้ง ทักษิณ นรหัช หลัง 19 กันยายน 2549 ต่างได้รับเชื้อการตกเป็นเป้าทางการเมืองในการบินไทยและระดับประเทศมาตลอด เพียงแต่ครั้งนี้สันติมาช่วยปิดฝาโลงให้ก็เท่านั้นเอง
แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายย่อยหลายคนกลับมองต่างมุมว่าก่อนบานปลายมีบันทึกร้องทุกข์กล่าวโทษการบริหารงานของผู้นำการบินไทยหลายเรื่อง พร้อมเอกสารหนาหลายร้อยหน้าส่ง 2 รัฐมนตรี ทั้งสันติและนายแพทย์สุรพงษ์ รวมทั้งหนังสือจากคณะกรรมการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึงบอร์ดบินไทยเมื่อมิถุนายน เอกสารทั้งหมดเก็บไว้ลิ้นชักไหนอยู่ที่ใคร
ไอ้โม่งการเมืองตัวจริงที่ทำให้การบินไทยถูกตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจแสนล้านเป็นเพียงของเล่นการเมืองจริงหรือไม่ ทั้ง 2 รัฐมนตรีต้องรีบทำให้ปรากฎโดยเร็ว หน้า 33
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
