เจ้าสัว ชาตรี โสภณพนิช ซุ่มเจรจา ดุสิตอินเตอร์ บริหารโปรเจ็กต์ใหม่ ชาเตรียม สวีตส์ โฮเต็ลฯ รุกขยายแผนลงทุนแบรนด์ชาเตรียมฯ ทุ่มเทกโอเวอร์กิจการในพม่า จ้างทีมบริหารมืออาชีพจัดทัพธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมบริการเต็มสูบ นักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณที่ดี บรรดาเศรษฐีไทย 3 เจ้าสัว แบงก์กรุงเทพ-ที.ซี.ซี. โฮลดิ้ง-แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเกมแข่งกับทุนข้ามชาติแหล่งข่าวระดับสูงจากวงการธุรกิจโรงแรมไทย เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า เจ้าสัวชาตรี โสภณพนิช เจ้าของธนาคารกรุงเทพ วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจโรงแรมและเรสซิเดนซ์ในและต่างประเทศแบรนด์ชาเตรียม (CHATRUIM) และในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เตรียมแผนพัฒนาโดยอยู่ระหว่างการเจรจากับเชนดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนลของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เพื่อผนวกการบริหารโรงแรม 2 แบรนด์เข้าด้วยกัน โดยนำร่องโรงแรมแห่งแรกที่จะ ทดลองใช้แฟรนไชส์ดุสิตอินเตอร์ บริหารโครงการชาเตรียม สวีตส์ โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ทำเลติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและถนนสาทร เป็นห้องพักระดับ 5 ดาว มูลค่าการลงทุนกว่า 600 ล้านบาท จำนวน 396 ห้อง จะเปิดบริการอย่างเป็นทางการภายในกันยายน 2551 นี้
ขณะนี้ชาเตรียม สวีตส์ โฮเต็ลฯ ทยอยทำตลาดการขายในต่างประเทศมากว่าครึ่งปี มีจุดขายโดดเด่นทางด้านเป็นห้องพักสวีต ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกที่มีขนาดห้องละ 65 ตารางเมตรขึ้นไป ส่งผลให้บริการได้เปรียบคู่แข่ง สามารถดึงดูดกำลังซื้อตลาดต่างประเทศดีกว่าโรงแรมริมน้ำดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นโอเรียนเต็ล แชงกรี-ลา รอยัล ออคิด เชอราตัน เพนินซูล่า แมริออท รอยัล การ์เด้น และแกรนด์มิลเลนเนียม กรุงเทพฯ
เนื่องจากชาเตรียมโฮเต็ลฯ สามารถตอบสนองได้ตามความต้องการกลุ่มหลัก ตลาดครอบครัว 2 ประเภท คือ เดินทางท่องเที่ยวเชิงพักผ่อน และนักธุรกิจ ส่วน ผลตอบแทนรายได้ห้องพักดีเฉลี่ย 6,000-7,000 บาท/ห้อง/คืน สูงกว่าโรงแรมริมน้ำแห่งอื่นราคาพักเฉลี่ย 4,000-6,000 บาท/ห้อง/คืน
ขณะเดียวกัน เจ้าของธนาคารกรุงเทพยังได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมในต่างประเทศอีก 2 แห่งประกอบด้วย แห่งแรก ซื้อ โรงแรมนิกโก้เชนญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2551 เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นชาเตรียม โฮเต็ล ย่างกุ้ง เมียนมาร์ ขนาด 303 ห้อง พร้อมจ้างนายธนชัย สุมงคล อดีตผู้บริหารโรงแรมเวสตินเชียงใหม่ย้ายเป็นผู้จัดการทั่วไป ทำแผนพัฒนาการบริหารและตลาดเชิงรุก
แห่งที่ 2 โครงการที่พัก ดิ เอมโพรเรียม สวีตส์ กรุงเทพฯ ติดห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม กรุงเทพฯ ขนาด 378 ห้อง ลงทุนตกแต่งใหม่เน้นศิลปะให้ความรู้สึกไทย (THAITOUCH) จ้างนายพินิต
กฤษณะวานิช อดีตผู้บริหารโรงแรมเครือดุสิต ปริ๊นเซสไปเป็นผู้จัดการทั่วไป ส่วนโครงการ 3 ชาเตรียม สวีตส์ โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จ้างนางสุกัญญา จันทร์ชู อดีต ผู้ช่วยรองประธานเครือดุสิตธานีไปเป็น ผู้จัดการทั่วไป
นักวิเคราะห์การลงทุนโรงแรมระบุว่า
ถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศจะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะ เป็นเสถียรภาพทางการเมือง ต้นทุนราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และอื่นๆ
แต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่งสัญญาณการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะ 3-5 ปีนี้ จึงเป็นแรงกระตุ้นการลงทุนระหว่างมหาเศรษฐีข้ามชาติ โดยเฉพาะทุนจากตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน อิสราเอล
ในจังหวะที่มหาเศรษฐีไทยปักธงขยายการลงทุนรีสอร์ตและบริการร่วมลงสนามแข่งขันด้วย ซึ่งมีทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน เจ้าของธนาคารพานิชย์ของตระกูลโสภณพนิช กลุ่มอสังหาริมทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ของ นายอนันต์ อัศวโภคิน และกลุ่มธุรกิจแอลกอฮอล์ในเครือ ที.ซี.ซี.โฮลดิ้งของ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่เงินรายได้จะหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
