ไทยสบช่องโกยตลาด ทัวร์บำเพ็ญประโยชน์ หลังพบข้อมูลเยาวชนต่างชาติ 6 ประเทศ แห่เที่ยวแนวใหม่ เอดูเคชั่นนอล ทัวริสต์ โวลันเทียร์ เค้กก้อนยักษ์ปีละกว่า 70 ล้านคน เชียงใหม่ เป็นพื้นที่นำร่องขายกระแสตอบรับอื้อ แถมพักนาน 1-2 สัปดาห์/คน/ทริปรายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า เตรียมวางกลยุทธ์บุกเบิกตลาดต่างประเทศกลุ่มเทรนด์ใหม่การท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ (voluntourism) กำลังมาแรง เพราะตามผลวิจัยตลาดและพฤติกรรมการเดินทางของเยาวชนรุ่นใหม่ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าใน 6 ประเทศ อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อการบำเพ็ญประโยชน์อยู่มากถึง 70 ล้านคน/ปี
แนวโน้มจะขยายตัวอยู่ในภาคพื้นอเมริกาและยุโรปไปจนถึงปี 2559 เป็นนักท่องเที่ยวเยาวชนที่มีงบประมาณเดินทางมาทัศนศึกษาพร้อมกับทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในประเทศที่เดินทางไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ในเมืองไทยมีกรณีศึกษาจากบริษัทนำเที่ยว Track of the Tiger จ.เชียงใหม่ เก็บรวบรวมสถิติเมื่อปี 2549 จากทัวร์เยาวชนนานาชาติ 7 ประเทศ มุ่งเดินทางเข้ามาในลักษณะท่องเที่ยวเชิงการศึกษาและบำเพ็ญประโยชน์ (educational tourism & voluntourism) ใช้จ่ายเงินประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/คน/วัน (ประมาณ 2,000 บาท) และพำนักอยู่แต่ละครั้ง 1-2 สัปดาห์/คน ประเมินอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 25-30%
ททท.จึงเร่งวางยุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวทัวร์บำเพ็ญประโยชน์ไว้ในแผนการท่องเที่ยว 5 ปี ระหว่าง 2550-2554 เพื่อเตรียมการลงทุนส่งเสริมตลาดและการขายอย่างจริงจังเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ให้ได้มากที่สุด ระหว่างนี้แต่ละปีไทยก็มีสัดส่วนตลาดเยาวชนไม่ต่ำกว่า 25% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด อีกทั้งยังมีช่องว่างให้ขยายฐานได้อีกเป็นจำนวนมาก หากผนวกขายโปรแกรมดังกล่าวเข้าไปในแต่ละภาค
อุปสรรคตอนนี้เป็นเรื่องกฎหมายภายในประเทศของไทยเอง แม้นักท่องเที่ยวเยาวชนกลุ่มบำเพ็ญประโยชน์จะไม่ได้รับค่าตอบแทนในการทำงานอาสาสมัคร แต่ก็อาจขัดพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521 ของกรมการจัดหางาน ล่าสุดได้เสนอนายสุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วางนโยบายทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎหมายอย่างถูกต้อง ป้องกันสถานการณ์ข้างหน้าที่อาจเกิดขึ้น
เนื่องจากกรมการจัดหางานมีหนังสือชี้แจงไว้ว่า ในเรื่องระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยการรับแจ้งงานอันจำเป็นและเร่งด่วน พ.ศ.2545 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมได้ออกระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยการรับแจ้งงานอันจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2545 กำหนดอันจำเป็นหรือเร่งด่วนมีระยะการทำงานไม่เกิน 15 วัน โดยคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต้องแจ้งด้วยตนเอง โดยไม่อนุญาตให้ใช้การมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน
และไม่มีข้อจำกัดประเภทการได้รับการตรวจลงตราคนเข้าเมือง (VISA) ซึ่งคนต่างด้าวจะได้รับวีซ่าเข้าเมืองประเภทใดก็ได้ และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
รายงานข่าวระบุว่า ขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้ทันทีคือนักท่องเที่ยวกลุ่มบำเพ็ญประโยชน์จะใช้คือการขอเปลี่ยนแปลงประเภทวีซ่าจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็น non-immigrant visa หลังจากนั้นจึงจะไปขอใบอนุญาตทำงานต่อไป กิจกรรมส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสนใจเข้าร่วมก็มีการเข้ามาช่วยชุมชนสร้างบ้าน สอนภาษาอังกฤษในชุมชน ร่วมฟื้นฟูสภาพทรัพยากรทางธรรมชาติ
เช่น หลังประสบภัยพิบัติสึนามิทางชายฝั่งทะเลอันดามัน ก็มีองค์กรมูลนิธิ อาสาสมัคร และตัวแทนหน่วยกู้ภัยสากล เดินทางเข้ามาช่วยเหลือและปักหลักอยู่ในไทย บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จ.พังงา และเกาะพีพี จ.กระบี่ นานนับปี มีจำนวนเกือบ 1 หมื่นคน ทำให้ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวมีรายได้หมุนเวียน ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป็นต้นมานายสุวิทย์และหน่วยงานเกี่ยวข้องของรัฐบาลได้เร่งหารือกันถึงแนวทางการคลี่คลายมาตรการอย่างเหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนนานาชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพร้อมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามชุมชน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศแต่อย่างใด เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีศักยภาพสูงและสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ และประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์ตามจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ ได้
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
