คมนาคม พร้อมสะสาง บินไทยค่าใช้จ่ายสัญญาบริการสนามบินเข้ายุโรปพุ่ง 50-100% มิวนิกนำร่อง ลอนดอนตามมาติดๆ 1 เม.ย.นี้ ส่วน ทอท. สั่งปลดล็อก คิง เพาเวอร์ฯ มุ่งหน้ารายได้สุวรรณภูมิเข้ารัฐ หลังตั้งบอร์ดคุมงานผนึกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ลุยเคลียร์ทุกปัญหาแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า รัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังเผชิญปัญหาหนัก โดยเฉพาะการบินไทย เมื่อเปลี่ยนระบบบัญชีจาก 1 ตุลาคม-30 กันยายนของทุกปี เป็น 1 มกราคม-31 ธันวาคมของทุกปี
ไตรมาสแรกปีนี้มีรายงานต้นทุนค่าจ้างเหมาบริการตามสถานีต่างประเทศในสหภาพยุโรป สัญญาหลายฉบับถูกปรับใหม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1-2 เท่า จากการเปลี่ยนระบบขายตั๋วโดยสารจากกระดาษเป็น E-ticketing การบินไทยต้องรื้อระบบเช็กอินเคาน์เตอร์ทั่วโลกรองรับโปรแกรมการใช้งานใหม่ ปัญหานำร่องที่สนามบินนานาชาติมิวนิก เยอรมนี ศูนย์กลางการบินไทย-เอเชีย-ยุโรปขึ้นค่าบริการ 50%
ตามที่ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นการบินไทยรายงานว่า ตั้งแต่มกราคม 2551 เป็นต้นไป การบินไทยมิวนิกต้องเปลี่ยนเช็กอินเป็นโปรแกรม TG DCS ทำให้ ลุฟท์ฮันซ่าซึ่งเป็นคู่สัญญารับเหมาให้บริการ คิดค่าบริการลูกค้าภาคพื้นดินเฉพาะรายการเดียวตามสัญญา 3 ปีแรกคิดเพิ่มทันที 74,704 บาท/เที่ยว จากเดิม 49,880 บาท/เที่ยว ตลอดสัญญาต้องจ่ายประมาณ 27 ล้านบาท หากรวมค่ารถเวลแชร์ ความเสียหายอื่น ค่าเชื่อมต่อระบบสนามบิน รวมทั้งสิ้นจะต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า 81.5 ล้านบาท
มีรายงานอีกว่า ขณะนี้องค์กรสหพันธ์การบินแห่งสหราชอาณาจักร (United Kingdoms Civil Aviation Autority : CAA) อนุมัติให้สนามบินกรุงลอนดอน ทั้งฮีโทรว์และแกตวิก ขึ้นค่าธรรมเนียมเพิ่มขั้นต่ำอีก 50% ตั้งแต่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป สายการบินทั่วโลกรวมทั้งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) วิจารณ์ผู้บริหารสนามบินลอนดอนอย่างหนัก ถึงการผลักภาระลูกค้าทุกกลุ่ม รวมทั้งเป็นภาระต้นทุนใหม่ที่การบินไทยจะต้องเตรียมตั้งรับเพราะมีเที่ยวบินเข้า-ออกยุโรปกว่า 30%
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การบินไทยต้องเร่งปรับแผนพัฒนารายได้และต้นทุนค่าใช้จ่ายให้เทียบเท่ากับสายการบินชั้นนำของโลก ส่วน ทอท.หลังเสร็จสิ้นการแต่งตั้งบอร์ดต้องหารายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ทั้งจากพื้นที่ร้านขายสินค้าปลอดอากรคิง เพาเวอร์ และร้านค้าย่อยกว่า 250 ร้านหลังจากขาดรายได้ไปกว่า 3,000 ล้านบาท/ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้า 17 มีนาคมเป็นต้นไป จะเดินสายตรวจสุวรรณภูมิและคลี่คลายงานบริการนักท่องเที่ยว ผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการสนามบินทุกกลุ่มให้เร็วที่สุด เพราะ ทอท.มีบอร์ดกำกับดูแลชัดเจนแล้ว
ประกอบด้วย นายสุรชัย ธารสิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พล.อ.อ.ระเด่น พึ่งพักตร์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด นายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด เรืออากาศเอกอุตส่าห์ บริสุทธิ์ อดีตรองกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
นายอภิชาต สายะสิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเคอร์ ทิลลี่ ออดิท แอนด์ แอ็ดไว เซอร์รี่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และ พล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. นายอุทิศ ธรรมวาทิน รองปลัดกระทรวงการคลัง นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ นายวินัย วิทวัสการเวช ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี กรมสรรพากร นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพ มหานคร พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หน้า 25
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
