วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ตรวจความโปร่งใสการใช้งบฯกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยันเตรียมเรียกผู้บริหาร สำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์-สพท. แจงข้อร้องเรียนทุกเรื่อง พุ่งเป้าใหญ่อนุมัติเงินจ้างบริษัทเอกชนซ่อมสำนักงานใหม่ 6 ล้านบาท ขณะที่เอกชนท่องเที่ยว 5 สมาคม ส่งหนังสือ 2 ฉบับถึงรัฐมนตรีและปลัดท่องเที่ยว สางปัญหาก่อนประกาศใช้ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ระบุไม่เคยเห็นสำนักทะเบียนนำเที่ยวฯโชว์ความสามารถ ลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า นโยบายกำกับดูแลวิธีบริหารจัดการและปฏิบัติงานสำนักพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา (สพท.) จะต้องขอให้ผู้บริหารทุกฝ่ายแสดงความโปร่งใสทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณลงทุน โดยเฉพาะแผนรองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่จะประกาศใช้วันที่ 9 เมษายนนี้เป็นต้นไป รวมทั้งจะตรวจสอบข้อร้องเรียนการอนุมัติใช้เงินซ่อมแซมห้องทำงานฝ่ายทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ประมาณ 6.1 ล้านบาท จ้างเหมาบริษัท แพทริออท มีเดียกรุป นั้นจะเร่งให้ผู้รับผิดชอบใน สพท.และฝ่ายทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์นำรายละเอียดชี้แจงทันที ก่อนจะเรียกประชุมหน่วยงานนี้ภายใน 14 มีนาคม 2551
ส่วน สพท.ปี 2551 ต้องเรงทำความเข้าใจตั้งรับกฎหมายใหม่ประกาศใช้ด้านการท่องเที่ยว 4 ฉบับ ผู้บริหารต้องกระตุ้นทีมงานกระตือรือร้นจัดทำโครงสร้างและแผนปฏิบัติอย่างโปร่งใสในเชิงบูรณาการใช้ร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องหันไปรับภารกิจสร้างตลาดและการขายเต็มที่ สร้างรายได้เพิ่มปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านบาท
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่าได้ให้ความเป็นอิสระแก่ผู้อำนวยการ สพท.บริหารกันเองในฝ่าย โดยให้เร่งเสนอแผนงานพร้อมโครงสร้างสำนักงานสาขาทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพฯและต่างจังหวัด หลังเดินทางกลับจากงานอินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เบอร์ลิน 2008 เมื่อ 10 มีนาคม ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า แต่จะพยายามติดตามแผนงานรวมให้มีความพร้อมระดับหนึ่ง ก่อน พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 จะประกาศใช้อีกไม่ถึง 25 วันนี้
โดยเฉพาะเรื่องการพิจารณาใช้เงินกองทุนตาม พ.ร.บ.ที่รัฐบาลจะประเดิมให้ 20 ล้านบาท ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในกฎหมายระบุ นั่นคือจะต้องนำไปใช้ประโยชน์สำรองไว้ชดเชยความเสียหายแก่นักท่องเที่ยวและผู้เสียหาย
นายอภิชาติ สังฆะอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า สหพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว 5 สมาคม ได้แก่ สมาคมแอตต้า สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) สมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) สมาคมธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ (สนท.) สมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย ยื่นหนังสือ 2 ฉบับถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อขอมีส่วนร่วมการจัดทำกฎหมายลูก เพราะเมื่อต้นสัปดาห์แรกเดือนมีนาคม เอกชนท่องเที่ยวมีโอกาสเข้าพบ รมว.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จึงเสนอรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดทำกฎหมายแยกจากกันโดยสิ้นเชิง 2 ส่วน คือ บริษัทจัดนำเที่ยวซึ่งเป็น กลุ่มผู้จ้างหรือนายจ้าง และมัคคุเทศก์ซึ่งเป็นกลุ่มลูกจ้าง
นายกสมาคมแอตต้ายืนยันว่า ในทางปฏิบัติภาคเอกชนท่องเที่ยวยังไม่เคยเห็นบทบาทอะไรเลยจากสำนักทะเบียนนำเที่ยวฯ ทั้งที่มีประกาศปาวๆ มีพนักงานรับผิดชอบงานกว่า 100 คน ประการสำคัญที่สุดซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เอกชนสัมผัสไม่ได้เลย คือ มาตรการลงโทษตามกฎหมาย ขาดความจริงจัง ถึงแม้จะแก้ไขปรับปรุงมากี่ครั้งก็ตาม แต่ผู้กำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายกลับอ่อนแอ โดยส่วนใหญ่อ้างการถ่ายโอนงานจาก ททท.มายังสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ในสังกัด สพท.ยังไม่เรียบร้อย
หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
