วิเคราะห์ส่งท้ายปีหมูไฟ 2550 รับขวัญปีหนู 2551 ช่วงรอยต่อรัฐบาลเฉพาะกิจที่มาจากการปฏิรูปการปกครอง พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ กับรัฐมนตรีทั้งคณะกำลังจะอำลาเก้าอี้ ผลงานตลอด 1 ปี ในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและคมนาคมขนส่งแกนหลักขับเคลื่อนรายได้ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและตัวแปรเพิ่มขีดความสามารถซึ่งลดขนาดศูนย์กลางการบินและการ ท่องเที่ยวเอเชียเหลือเพียงระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Tourism & Aviation Hub of South East Asia)
1 ปีที่ล้มเหลวของ 2 กระทรวง 3 รมว.
ผู้กำกับดูแลนโยบาย 2 กระทรวง 3 รัฐมนตรี ได้แก่ กระทรวงคมนาคม 2 รัฐมนตรี มี พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน 2 แห่ง คือบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 1 รัฐมนตรี มีนายสุวิทย์ ยอดมณี เป็นรัฐมนตรีว่าการ กำกับดูแล 1 รัฐวิสาหกิจ 2 องค์กรมหาชน รวม 3 แห่ง คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 2 องค์กรมหาชน บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (มหาชน) เจ้าของบัตรท่องเที่ยวหรู อิลิตการ์ด และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)
การประเมินผ่านกระแสความคิดนักธุรกิจ ท่องเที่ยวคนไทยและนักลงทุนชาวต่างชาติการ ทำงานตลอด 1 ปีเศษ ทั้ง 3 รัฐมนตรีล้วน สอบไม่ผ่าน และ/หรือการทำงานของ คณะกรรมการ (บอร์ด) จากรัฐวิสาหกิจบางแห่งยังทิ้งร่องรอยความบอบช้ำพร้อมกับบอนไซองค์กรจนขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยซึ่ง ตั้งเป้าจะก้าวเป็นฮับท่องเที่ยวและการบินเอเชีย ดิ่งลงเหว
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยอมรับด้วยประโยคสั้นๆ ว่า ภาค
เอกชนและนักลงทุนประเมินการทำงานตลอด 1 ปี รัฐบาลที่มาจากการปฏิรูปการปกครองบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการบินรวมทั้งระบบเศรษฐกิจล้มเหลว
สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายุคนายสุวิทย์ ยอดมณี ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ มีนายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ดูแล สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว (สพท.) โดยมีนางธนิษฐา มณีโชติ เป็นผู้อำนวยการ เอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึงขั้นต้องออกมาขอร้องให้รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ยุบกระทรวงนี้ทิ้ง เพราะขืนตั้งไว้แต่ทำงานไม่เป็นมวยก็ใช้งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชนแบบสูญเปล่า รัฐบาลทำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ?
สอบผ่านแค่ 2 ททท.-สสปน.
ขณะที่หลายฝ่ายประเมินองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทั้ง 2 กระทรวง ที่ สอบผ่าน มีเพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ ททท. ที่มีนางพรศิริ มโนหาญ เป็นผู้ว่าการ สามารถเร่งการขายและการตลาดจากต่างประเทศฝ่าวิกฤตปัญหาความเสี่ยงและปัจจัยเชิงลบรอบโลก รักษารายได้ นักท่องเที่ยวไว้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2550 ราว 8 แสนล้านบาท
และองค์กรมหาชน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ที่มี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานกรรมการ ดึงเงินตราจากตลาดการเดินทางเชิงธุรกิจและพักผ่อน (MICE) เข้าประเทศกว่า 55,000 ล้านบาท เกินเป้าที่ตั้งไว้ และเตรียมสร้างผลงานต่อปี 2551 จะรณรงค์การขายไมซ์ในประเทศพึ่งพากำลังซื้อคนไทยด้วยกันเพื่อทำให้การใช้จ่ายหมุนเวียนไปยังชุมชนทั่วประเทศเกิน 1.2 แสนล้านบาท กระจายไปตามสถานที่ตั้งโครงการพระราชดำริที่นำมาจัดทำเป็นแผนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อศึกษาเรียนรู้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
คมนาคม-ทอท.โคม่าสุดๆ
สถานการณ์เข้าขั้นโคม่ามาตลอดต้องยกให้ กระทรวงคมนาคม อาการหนักสุดคือ ทอท. ซึ่งหวนคืนสู่อดีตภายใต้การบริหารของแกนนำจากกองทัพ พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก (ขณะนั้น/ปัจจุบันรองปลัดกระทรวงกลาโหม) นั่งเป็นประธานบอร์ด ทอท. ผู้นำที่มีนโยบายรายสัปดาห์ออกมาชำแหละสนามบินนานาชาติ สุวรรณภูมิ เทียบเท่ากับเด็กเพิ่งจะคลอดโดนทุบตีจนน่วมไปทั้งตัว
จากการตั้งเป้าส่งทีมงานในบอร์ดเข้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสกับอดีตรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ/หรือได้สะท้อนวิธีการทำงาน แบบขาดการจัดระบบความคิดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ มุ่งยุทธวิธี ประจานจากภาพ ผ่านสื่อรื้อทางวิ่ง ทางขับ ในสนามบินกับพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารทั้งหลัง จนสาธารณะและ ผู้ใช้บริการทั่วโลกสับสนถึงสภาพสุวรรณภูมิ สนามบินดาวรุ่งที่กำลังถูกจับตาจะปั้นขึ้นเป็นฮับการบินแห่งใหม่ของเอเชีย แต่โดนความขยันตรวจสอบอย่างไร้ระบบและแนวทางแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยเร็วของบอร์ดเป็นกระแสตีกลับสร้างการรับรู้ไร้พรมแดนจนสุวรรณภูมิ พิการ อยู่ถึงเดี๋ยวนี้
อีกทั้งมติบอร์ดเลือกพิจารณาสัมปทานระหว่าง ทอท.กับเอกชน หยิบยกขึ้นมาเพียงบางสัญญา ที่ยังไม่มีความผิดสำเร็จ แต่อาศัยเทคนิคทางกฎหมายตีความขยายผลจนกลายเป็นกรณีพิพาทฟ้องร้องกันในศาลยืดเยื้อมาจนถึงขณะนี้ ระหว่าง ทอท.กับ 2 บริษัทในเครือ คิง พาวเวอร์ ของ นายวิชัย รักศรีอักษร ได้แก่ คิง พาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี (KPD) ซึ่งได้สัมปทานร้านค้าปลอดอากรสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติภูเก็ต เชียงใหม่ และคิง พาวเวอร์ สุวรรณภูมิ ได้สัมปทานบริหาร จัดการพื้นที่ร้านค้าเชิงพาณิชย์รายย่อยสุวรรณภูมิ
มติบอร์ด ทอท.ชุดพลเอกสพรั่งที่ระบุสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีและบริหารพื้นที่ร้านค้าใน สุวรรณภูมิไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างกัน ส่งผลให้ ทอท. อยู่ในสภาพเลือดไหลไม่หยุด เพราะระหว่างดำเนินคดี ทอท.ต้องหยุดรับ ค่าสัมปทานจากคิง พาวเวอร์ เดือนละเฉลี่ย 200-300 ล้านบาท และยังถูกคิง พาวเวอร์ยื่นเรื่องฟ้องแพ่งเรียกค่าชดเชยความเสียหายรวม 68,000 ล้านบาท
บอร์ดสพรั่งทำฮับ บิน-ทัวร์ ถดถอยใช่หรือไม่
ยังไม่นับ ปัญหาวิกฤต : การชดเชยมลพิษทางเสียง แก่ชุมชนรอบสุวรรณภูมิ มูลค่าตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรวจสอบรายละเอียดการประเมินแล้วจะต้องจ่ายขั้นต่ำแก่ผู้อยู่อาศัยสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท และยังมีปัญหาต้องเตรียมแผนขยายการลงทุนเฟส 2 ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังกลาง (midfield concord) ต้องใช้เงินอีกอย่างน้อย 6 หมื่นล้านบาท หากจะสร้างรันเวย์เพิ่มต้องหาเงินมาเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านแถบนั้นอีกรอบ เป็นมูลค่าอีกไม่รู้เท่าไร
บอร์ดชุดพลเอกสพรั่งที่นัดประชุมกันรายสัปดาห์รับเบี้ยเลี้ยงครั้งละ 1 หมื่นบาท ได้ขยายผลจนทำให้แรงต้านจากสายการบินนานาชาติ กับเพิ่มปัญหาแทรกซ้อนใหม่ให้การบินไทย สายการบินแห่งชาติทันที หลังจากบอร์ด ทอท.เสนอ ครม. อนุมัติย้ายเที่ยวบินบางส่วนจากสุวรรณภูมิกลับไปใช้ ดอนเมือง และการบินไทยในสังกัดรัฐบาลต้องย้ายเป็นตัวอย่างรายแรก แม้จะต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการปรับโครงสร้างตารางบินครั้งมโหฬาร และสูญเสียผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัด ท่องเที่ยวในประเทศ สถิติไม่กี่เดือนการบินไทย สูญเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ถึง 7 หมื่นคน
นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า มีรายงานจากนักท่องเที่ยวนานาชาติและบริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยวทั่วโลกถึงผลกระทบต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลมีนโยบายลอตแรกให้ย้ายเที่ยวบินในประเทศกลับดอนเมืองตั้งแต่ 25 มีนาคม 2550 นักเดินทางกว่า 70% ได้เปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีการเลือกใช้สนามบินในกรุงเทพฯเลิกบินเข้าสุวรรณภูมิแต่หันไปใช้สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ แวะต่อเนื่องเที่ยวบินที่บินตรงเข้าสู่จังหวัด ท่องเที่ยวของเมืองไทย แนวโน้มนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่แวะต่อเที่ยวบิน ณ สุวรรณภูมิ ซึ่งมีประมาณปีละ 3 ล้านคน จะลดความยุ่งยากการเดินทางเที่ยวในแบบเดียวกันนี้เกือบทั้งหมด
จิ๊กซอว์ทุกตัวเกิดจากการไล่ทุบสุวรรณภูมิ ตัดท่อรายได้สาวไส้องค์กรจน ทอท.ขาดรายได้ อีกทั้งยังมีหนี้สินล้นจมปลักอยู่ท่ามกลาง ปัญหา อาการโคม่ากว่าเดิมหลายเท่า แถมยังลุกลามไปสร้างความปั่นป่วนกับท่องเที่ยว อุตสาหกรรมทำเงินหลักเข้าประเทศปีละเกือบ 8 แสนล้านบาท หากทุกฝ่ายในประเทศช่วยกันพายเรือเศรษฐกิจ ลำนี้จะทำเงินได้ถึงปีละ 1 ล้านล้านบาท แต่กลับทำเรื่องตรงกันข้าม และ/หรือเป็นการรักชาติแบบไหนกันแน่ !?
บอร์ดพลเอกสพรั่ง พร้อมจะรับผิดชอบความถดถอยของประเทศเรื่องฮับการบินและท่องเที่ยวอย่างไร !?
บทเรียนตลอด 1 ปี จาก 2 กระทรวง 3 รัฐมนตรี กับสภาพความบอบช้ำทางเศรษฐกิจแบบครบวงจรของอุตสาหกรรมการบินและ การท่องเที่ยวมูลค่ารวมกันเกิน 1.5 ล้านล้านบาท ครั้งนี้คือ ตำรา เล่มสุดท้ายที่ประเทศไทยควร ฉีกทิ้ง และ/หรือควรหาผู้รับผิดชอบมาขอโทษประชาชน
หน้า 24
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
