วิเคราะห์แรงจูงใจจากผลการดำเนินงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2550 (1ตุลาคม 2549-30 กันยายน 2550) ที่จัดประชุมสามัญประจำผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ รายงานประจำปี 2550 ระบุกำไรสุทธิลดลงถึง 2,650 ล้านบาท และ/หรือ อาจเป็นปัจจัยให้ฝ่ายบริหารใช้เป็นเหตุผล ปรับโครงสร้างคน-งาน อย่างฉับพลัน รุนแรง ในช่วงสุญญากาศทางการเมืองรอยต่อการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล
เมื่อกำไรสุทธิลดสวนทางกับผลการดำเนินงานหลายส่วนเพิ่มขึ้น ทั้งจากการขายและการให้บริการ มี รายได้ 13,434 ล้านบาท เพิ่ม 7.5% ปี 2550 ทำได้ 192,037 ล้านบาท ปี 2549 ทำได้ 178,607 ล้านบาท มี กำไร เพิ่ม 4,424 ล้านบาท ปี 2550 ทำได้ 17,788 ล้านบาท ปี 2549 ทำได้ 6,364 ล้านบาท
การขนส่งด้าน ผู้โดยสาร ปริมาณการผลิตเพิ่ม 4,876 ล้านที่นั่ง/ก.ม. การขนส่งผู้โดยสารเพิ่ม 6,312 ล้านคน/ก.ม. สถิติตามลำดับดังนี้ ปี 2550 มีการผลิต 76,830 ล้านที่นั่ง/ก.ม. มีการขนส่ง 60,305 ล้านคน/ก.ม ปี 2549 มีการผลิต 1,594 ล้านที่นั่ง/ก.ม. มีการขนส่ง 53,989 ล้านคน/ก.ม. การบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่ม 3.1% โดยสารเพิ่ม 1 ล้านคน จาก 18.6 ล้านคน เป็น 19.6 ล้านคน
การขนส่งด้าน สินค้าทางอากาศ ปริมาณการผลิตรวม เพิ่ม 1,046 ล้านตัน/ก.ม. ปี 2550 ทำได้ 11,315 ล้านตัน/ก.ม. ปี 2549 ทำได้ 10,269 ล้านตัน/ก.ม.ปริมาณการขนส่งเพิ่มเช่นกัน 909 ล้านตัน/ก.ม.จาก 7,001 เป็น 7,901 ล้านตัน/ก.ม.และอัตราการบรรทุกสินค้าเฉลี่ยเพิ่ม 1.7% จาก 68.2 เป็น 69.9%
ขณะที่มี สินทรัพย์รวม เพิ่มขึ้น 23,052 ล้านบาท ปี 2550 มี 272,086 ล้านบาท ปี 2549 มี 249,034 ล้านบาท
หนี้สินรวม เพิ่มขึ้นถึง 19,505 ล้านบาท จาก 183,353 เป็น 202,858 ล้านบาท มีหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่ม 7,792 ล้านบาท จาก 105,524 เป็น 113,316 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มสูงถึง 11,714 ล้านบาท จาก 77,828 เป็น 89,542 ล้านบาท
สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพิ่มสูงขึ้น 9,006 ล้านบาท ปี 2550 มี 197,248 ล้านบาท ปี 2549 มี 170,242 ล้านบาท ตามงบการเงินมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 6 ส่วน 1) ค่าใช้จ่ายบุคลากร 32,635 ล้านบาท เพิ่ม 6.2% 2) ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 6,768 ล้านบาท เพิ่ม 24.5% 3) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบิน 41,557 ล้านบาท เพิ่ม 10.3% 4) ค่าเสื่อมราคา 17,751 ล้านบาท เพิ่ม 14.4% 5) ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด 3,198 ล้านบาท เพิ่ม 2.6% 6) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น 7,409 ล้านบาท เพิ่ม 22.6%
เป็นที่น่าสังเกตการบินไทยลดค่าใช้จ่าย 4 ส่วน 1) ค่าน้ำมันการบิน 58,893 ล้านบาท ลดได้ 1.8% 2) ค่าสินค้าและพัสดุใช้ไป 9,997 ล้านบาท ลด 2.0% 3) ค่าใช้จ่ายด้านการประกันภัย 1,016 ล้านบาท ลด 33.0% 4) ค่าตอบแทนกรรมการ 25 ล้านบาท ลด 4.0%
แต่ผลสุดท้ายแม้หลายส่วนจะสร้างรายได้และกำไรเพิ่มมหาศาลหากกำไรสุทธิก็ยังลดถึง 2,650 ล้านบาท
หลายฝ่ายในการบินไทยตั้งข้อสังเกตว่า ต้นทุนค่าใช้จ่าย ที่มีผลทำให้ กำไรสุทธิลดลง มีค่าใช้จ่ายแฝงด้าน การบริหารจัดการสัญญาเช่าที่พักโรงแรมลูกเรือและนักบินทั่วโลก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีผู้ใดเข้าไปตรวจสอบ และ/หรือแตะต้องได้ ที่จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ชี้แจงพนักงานทั้งหมดให้เข้าใจตรงกันได้
อีกทั้งในงบดุลก็ไม่ได้ระบุชัดว่าจัดอยู่ 1 ใน 3 หมวดใด ไม่ว่าจะเป็น หมวดค่าใช้จ่ายบุคลากร 32,634 ล้านบาท หรือหมวดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบิน 41,557 ล้านบาท และหมวดค่าใช้จ่ายการดำเนินการอื่นๆ 7,408 ล้านบาท ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สมดุลและสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านการตลาดซึ่งมีเพียง 3,198 ล้านบาท ที่นำไปใช้สร้างผลตอบแทนปี 2550 ถึง 1.92 แสนล้านบาท
เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ยุทธศาสตร์เชิงการบริหารที่จะนำมาผ่าทางตันผลการดำเนินงานใหม่ปี 2551 นอกจากจะทำตามแนวทางแผนวิสาหกิจ 2551-2554 เน้นหารายได้เพิ่มจากการ ขึ้นค่าโดยสาร เพื่อสร้างรายได้/หน่วย (yield) สูงขึ้นตามเป้าแล้ว จะติดตามผลหากขึ้นค่าตั๋วเครื่องบินแล้วจะมีผลกระทบรุนแรงกับอัตราบรรทุกเฉลี่ยรวม ไปพร้อมกัน
ส่วนแนวทางหลักที่จะนำมาใช้ทันทีคือการ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายบุคลากร ซึ่งในระยะ 4 ปีหลังนี้เพิ่มเฉลี่ยปีละ 18% สูงกว่าก่อนหน้านี้เพิ่มเพียง 13-15% เท่านั้น กลยุทธ์ที่จะทำตั้งแต่มกราคม 2551 จะเลิกจ้าง และ/หรือ ใช้มาตรฐานไล่พนักงานที่อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนคดีต่างๆ ออกจากบริษัท เริ่มกลางเดือนมกราคม จะปิดคดีสอบวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อสินค้าขึ้นไปให้บริการบน เครื่องบินหมวด 10 รายการใหญ่ จัดซื้อผ้าห่ม และไวน์ มูลค่ารวมกันหลายร้อยล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้อง 4-5 คน
ดีดีการบินไทยกล่าวว่าก่อนหน้านี้ช่วงกลางปี 2550 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวินัยปิดคดีไล่พนักงานระดับบริหารบางส่วนที่กระทำผิดออกไปบางส่วน จากนี้ไปนอกจากการยุบแผนกทิ้งและไล่พนักงานออกแล้ว ยังเตรียมทำแผนรื้อโครงสร้างงานแยกภารกิจทุกแผนกและ ทุกฝ่ายควบคู่กัน
เมื่อได้รายละเอียดความรับผิดชอบแต่ละแผนกแล้วจึงจะเข้าไปสำรวจการปฏิบัติงานจริง โดย กัปตันมนตรี จำเลียง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล (DI) ได้นำร่องรื้อและแยกภารกิจงานทุกแผนกมากว่า 2 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน 2550 คาดว่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้
จากนั้นฝ่ายบริหารจะมาร่วมกันพิจารณาว่ากำลังคนปัจจุบันต่อ 1 งานใช้ได้จริงหรือไม่ และ/หรือ หากใช้ไม่ได้ก็จะยกเครื่องครั้งใหญ่ หลังจากที่ยุบระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (executive vice president : EVP) ทิ้งไปหลายฝ่ายเรียบร้อยแล้ว
ครอบคลุมงานหลายส่วนที่ถูกยุบทิ้งมีพนักงานในสังกัดรวมกันเกิน 500 คน เช่น ฝ่ายบริหารทั่วไป (DA) ฝ่ายรักษามาตรฐาน และบริหารความเสี่ยง (DJ) ฝ่ายวางแผนและ งานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (DY) ฝ่ายสื่อสารวิสาหกิจและประชาสัมพันธ์ (D4) ล่าสุดฝ่ายธุรกิจปิโตรเลียมการเชื้อเพลิงและประกันภัย (D3)
แรงกระเพื่อมหลัง กำไรสุทธิ ปี 2550 วูบลงถึง 2,650 ล้านบาท จะนำไปสู่ความโกลาหลการยุบทิ้ง ไล่ออก เลิกจ้าง สตาฟการบินไทย กลุ่มใหญ่ในจำนวน 25,000 คน ที่เคยกอดคอ ร่วมผลิตผลงานกันมากว่า 20 ปี
จับตาดีดียุค เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี จะขุดรากถอนโคนล้างไพ่คนกับงานภายในการบินไทยครั้งมโหฬาร
หน้า 24
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
