สกู๊ปChaingmai Tourism Forum 2007 (ซีทีเอฟ 2007) ครั้งแรก เมื่อ 8 ธันวาคม 2550 ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ มหกรรมผู้ซื้อการ ท่องเที่ยวนานาชาติ 8 ประเทศ กับ ผู้ขาย ภาคเอกชนในเชียงใหม่และภาคเหนือ มีการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมบุกเบิก จัดงาน ผลปรากฏว่ากลุ่มผู้ขายจากธุรกิจ โรงแรม รีสอร์ต สายการบิน เทรนด์ใหม่ที่ผ่านการคัดเลือก 50 แห่ง นำสินค้า แพ็กเกจ และโปรแกรม การท่องเที่ยวราคาระดับสูงมาเสนอขาย
ซีทีเอฟ ดันเชียงใหม่พ้นกับดักทัวร์ราคาถูก
ตลอดการซื้อขายในงาน Chaingmai Tourism Forum 2007 สะท้อนถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกของเชียงใหม่และภาคเหนือเตรียมออกจากกับดักเส้นทางท่องเที่ยวราคาถูก (cheap desti nation) พร้อมจะยกระดับก้าวเข้าสู่เทรนด์เมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและเพิ่มรายได้ในอนาคต สูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะห้องพักราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3,500 บาท/ห้อง/คืน ขึ้นไป ต่างจากปัจจุบันราคาขายเริ่มต้นเพียง 200 บาท/ห้อง/คืน เฉลี่ยห้องพักที่จดทะเบียนถูกต้องกว่า 25,000 ห้อง ราคาห้องพักเฉลี่ย 1,200 บาท/ห้อง/คืน
แต่ขณะนี้หลังจากเชนรีสอร์ตทั่วเชียงใหม่ทยอยเปิดบริการ ได้แก่ แชงกรี-ลา เชียงใหม่ เปิดปลายปีนี้ ราคาเริ่มต้น 3,500-24,000 บาท/ห้อง/คืน เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ เปิดเมษายน 2551 ราคาใกล้เคียงกับแชงกรี-ลา ระวิวาริน เชียงราย เปิดได้ประมาณ 4 เดือน ราคาเริ่ม 4,600 บาท/ห้อง/คืนขึ้นไป วีรันดา รีสอร์ต เชียงใหม่ เปิดเมื่อพฤศจิกายน 2550 ราคา 2,500 บาท/ห้อง/คืน ขึ้นไป กิจกรรมเชิงผจญภัยเชิงธรรมชาติ Elephant Life Experience (E.L.E.) เป็นโปรแกรมทัวร์ทางเลือกขายรายวันเปิดมาครึ่งปีจากงานซีทีเอฟได้รับความนิยม สูงที่สุดจากบริษัททัวร์ต่างประเทศแวะเข้าชม
ภาคเหนือชูปฏิทินขายปั๊มเงินพุ่งเกิน 5 หมื่นล./ปี
นายวรพงษ์ หมู่ชาวใต้ รองนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชียงใหม่จะสร้างรายได้กระจายสู่ท้องถิ่น เกินปีละ 50,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากทัพ นักลงทุนเชนรีสอร์ตและการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงผจญภัยรูปแบบใหม่สร้างแล้วเสร็จทยอยเปิดให้บริการจำนวนมากสามารถทำราคาขายได้สูงกำลังซื้อจากต่างประเทศตอบรับดีขึ้นตามลำดับเฉลี่ยปีละ 2.2 ล้านคน ขณะที่สมาคม และสมาชิกภาคเอกชนทั่วเชียงใหม่ได้ปรับกลยุทธ์จัดทำปฏิทินประจำปีแผนส่งเสริมตลาดและการขายร่วมกับสายการบินนานาชาติบินตรงด้วยเที่ยวบินประจำเข้าเชียงใหม่ 10 แอร์ไลน์
ยุทธศาสตร์การค้าท่องเที่ยวเชิงรุกของเชียงใหม่และภาคเหนือได้วางโปรแกรมการลงทุนเดินทางไปทำตลาดหลักต่างประเทศเป็นรายเดือนเริ่มจากมกราคม-กันยายน 2551 และจะเปิดตลาดนัดร่วมกับสายการบินต่างชาติในเชียงใหม่ส่งเสริมการขายแพ็กเกจคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (outbound) ให้ได้ประมาณปีละ 20% เพื่อเติมอัตราบรรทุกให้ธุรกิจสายการบินอยู่ได้ในระยะยาว
นายทรงวิทย์ อิทธิพัฒนากุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้ไปเชียงใหม่จะจัดซีทีเอฟต่อเนื่องทุก 2 ปี สลับกับงาน เชียงใหม่ แอนด์ นอร์ท แทรเวล แฟร์ จัดทุก 2 ปีเช่นกัน ตามแผนปี 2551 วางเกมรุกตลาดเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ด้วย 2 กลยุทธ์
กลยุทธ์แรก จะผนึกพันธมิตรสายการบิน ต่างชาติบินประจำเชียงใหม่ระยะยาวโดยจะริเริ่มจัดงาน เอาต์บาวนด์ แทรเวล แฟร์ มกราคม 2551 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสันเชิญบริษัท นำเที่ยวในจังหวัดที่มีศักยภาพในการทำทัวร์ ต่างประเทศ 10 ราย สายการบิน 10 แห่ง องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว 10 ประเทศ ขยายฐานลูกค้าแลกเปลี่ยนกันให้ประเทศอื่นมีรายได้เหมือนกับสายการบินจะได้ผู้โดยสารทั้งไป-กลับ
กลยุทธ์สอง ร่วมกับภาคธุรกิจในเชียงใหม่ ลงทุนทำโรดโชว์นำสินค้าและบริการท่องเที่ยวไปเสนอขายโดยตรงยังตลาดหลักต่างประเทศ ขณะนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ส่วน ททท.จะขอให้ช่วยประสานเครือข่ายผู้ซื้อ ในแต่ละประเทศ
ภายในปี 2551 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว เชียงใหม่วางจะทยอยทำโรดโชว์ทันที เริ่มเดือนมีนาคมระดมธุรกิจ 45 ราย เดินทางไปขายยัง มาเลเซีย สิงคโปร์ เล็งกลุ่มท่องเที่ยวฟรี (incen tives) ที่นิยมมาเที่ยวคู่กับจัดประชุมสัมมนา และนักท่องเที่ยวหลักเป็นมุสลิมซึ่งเชียงใหม่มีโรงแรมและร้านอาหารรองรับหลายร้อยแห่ง ช่วงเมษายน ไปเกาฉุง ไต้หวัน ดึง นักท่องเที่ยวเข้ามาอุดหนุนระหว่างกรกฎาคม-สิงหาคม ช่วงมิถุนายนไปกรุงโซล เกาหลีใต้ และกันยายนจัด เชียงใหม่ แอนด์ นอร์ท แทรเวล แฟร์ เชิญทั่วโลกเข้าร่วม
นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ททท. กับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่เตรียมนำร่องจัดแพ็กเกจ เที่ยววันเดียว (oneday trip) เป็นทางเลือกใหม่ให้บริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยวต่างประเทศนำตัวอย่างไปขาย 20 แพ็กเกจ
และจะรวมสินค้าใหม่เข้ามาผนวกขายแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน หรือ 5 วัน 4 คืน มีทั้ง สปา คอร์สเรียนทำอาหาร กิจกรรมผจญภัยนอกอาคาร โดยจะขยายเครือข่ายโปรแกรมเที่ยวไปยัง เชียงราย ลำพูน และลำปาง
ททท.ดึง 8 ชาติแนะสร้างแบรนด์เชียงใหม่
นายสรรเสริญ เงารังษี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก (ททท.) เปิดเผยว่าผู้ประกอบธุรกิจภาคเอกชนท่องเที่ยวภาคเหนือ และ ททท.ร่วมวางกลยุทธ์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ระหว่างการจัดงาน Chaingmai Tourism Forum 2007 (ซีทีเอฟ 2007) แลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้บริหารธุรกิจนำเที่ยวเมืองไทยกับ ต่างชาติ 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย 104 คน
ได้ข้อสรุปเบื้องต้นจากตัวแทนนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย (inbound) พุ่งเป้าให้เชียงใหม่สร้างและสื่อสารแบรนด์เมืองด้วยจุดแข็งด้าน ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งโดดเด่นต่างจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต มากกว่าทุกวันนี้ เพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ประชาสัมพันธ์คู่กับสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เช่น โรงแรมเทรนด์บูติค สนามกอล์ฟ สปา กิจกรรมเชิงผจญภัยเชิงธรรมชาติ ขานรับกำลังซื้อเทรนด์ใหม่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ที่นิยมใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งบริษัทนำเที่ยวต่างชาติมีความต้องการตรงกัน
คือ ข้อมูลสนับสนุนการขายอย่างเป็นระบบมากขึ้น เช่น แพ็คเกจทัวร์ที่มีจุดขายแบรนด์เชียงใหม่ชัดเจน โดยเฉพาะแหล่ง ท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม อย่าง เวียงกุมกาม อีกทั้งควรจัดทำข้อมูลนอกจากภาษาไทยควรมีภาษาอื่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี
นายริชาร์ด ลิม ผู้จัดการด้านการตลาด ททท.สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย กล่าวว่า ทัวร์มุสลิมในอาเซียนจากมาเลเซีย บรูไน มีบริษัทขนาดใหญ่ให้รางวัลแก่พนักงานเที่ยวฟรี ตลาดเติบโตกว่า 200% ตั้งแต่แอร์เอเชียเปิดบินตรง กัวลาลัมเปอร์-เชียงใหม่ 1 เที่ยว/วัน อัตราบรรทุกเฉลี่ยสูงถึง 92% และสามารถขยายฐานแต่ละปีเข้าเชียงใหม่ได้ตลอดจากงานที่สมาคมท่องเที่ยวมุสลิมหรือภูมิบุตรา ซึ่งมีสมาชิกมุสลิม 80 บริษัททัวร์ทั่วประเทศมีลูกค้าอยู่ในมือหลายหมื่นคน และสมาคมท่องเที่ยวเอาต์บาวนด์มาเลเซีย (MATTA) มีสมาชิก 1,200 บริษัท
สำหรับงาน Chaingmai Travel Forum 2007 เท่ากับจุดประกายการท่องเที่ยวเชียงใหม่และภาคเหนือพ้นกับดักของดีราคาถูกเสียที
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
