คอลัมน์ โฮเต็ลอัพเดตลงเครื่องที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ นั่งรถตู้ไปตามถนนหางดง-สะเมิง ราว 10 นาที ก็ถึงรีสอร์ตที่ตั้งใจจะมาชมสักครั้ง ฟ่อนคำ วิลเลจ ตระหง่านอยู่กลางหุบเขาและสายน้ำ สถาปัตยกรรมสะท้อนเด่นชัดถึงวิถีชีวิตชาวล้านนาในอดีต มีทั้งไต ลั้ว ม้ง อีก้อ ผีตองเหลือง และคนเมือง ถูกจำลองมาสร้างเป็นห้องพักถึงทุกชนเผ่า 16 แบบ รวม 50 ห้อง
ตำนานการออกแบบห้องพักล้วนมีความหมายลึกซึ้ง ให้ความรู้และอธิบายได้อย่างละเอียดถึงชีวิตแต่ละชนเผ่าในเมืองอ้อมกอดภูเขาภาคเหนืออันอบอุ่น ห้องนอนแต่ละแบบ น่าสนใจ ได้แก่ หอคำ หรือ Lunar Nest Golden Suite จะมี 5 ห้อง สวีต 1 ห้อง เป็นเรือนพักตากอากาศของเจ้าหญิงไทยล้านนาในราชตระกูล ณ เชียงใหม่ คือเจ้าดวงเดือน ที่มักจะพาบุคคลสำคัญและ แขกพิเศษของหมู่บ้านมาพักแรม จุดเด่นของหอคำคือ หลังคาสีทอง มีพระจันทร์จำลองอยู่บนยอดหลังคา แต่ละห้องมี 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น และอ่างอาบน้ำจากุซซี่ ราคาพัก 4,500-25,000 บาท/ห้อง/คืน
เฮือนลัว หรือละว้า อันหมายถึงที่พักของสินจันซิ สร้างเรือน 2 ชั้น มี 2 ห้องนอน สมัยก่อนชั้นบนเปรียบได้เท่ากับห้องภรรยาของสินจันซิ ช่างทำเงิน ภายในเรือนจึงตกแต่งโดยการเล่าเรื่องราวของช่างคนนี้แทรกความอ่อนหวานห้องนอนหญิงสาวเข้าไป ส่วนชั้นล่างช่างสินจันซิตกแต่งตามจินตนาการ นำเครื่องมือช่างต่างๆ มาประดับ ส่วนตรงหัวเตียงนอนก่อด้วยหิน
ตามประวัติศาสตร์ก่อนก่อตั้งอาณาจักร ล้านนาไทย พระเจ้าเม็งรายมหาราชพระองค์แรก ครองอาณาเขตที่เป็นถิ่นที่อยู่ของเผ่าลัวะ ซึ่งเป็นชนยุคหินใหญ่มายาวนานจากไทย ไปถึงพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามใต้ ชนเผ่านี้เป็น ผู้พัฒนาอักษรออกมาใช้กันในแถบนี้ รวมทั้งชุมชนมอญ ไต ไทล้านนา ไตสิบสองปันนา มีหลักฐานปรากฏสถาปัตยกรรมลัวะหาดูได้ที่ วัดป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
เฮือนยางกะเหรี่ยง เป็นบ้านเล่าก่อฟ่อพรานป่า ที่มีลูกสาวสวย ถ้ำผีตองเหลือง ที่ตั้งชื่อเผ่าของตนเองว่า มลาบรี ความหมายคือคนป่า ส่วนผีตองเหลืองเป็นชื่อที่คนภาคเหนือเรียกกันติดปาก โดยดูจากพฤติกรรมคนเผ่านี้จะไม่ชอบคบหากับผู้คน แยกตัวออกไปอยู่ตามป่า พอใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองก็จะย้ายถิ่นฐาน
เฮือนสิบสองปันนาขันหมอกแก้ว เป็นของนางขันพลอยสาวไตลื้อจากสิบสองปันนา หยุนหนาน ลูกหลานเชื้อสายเจ้าหม่อคำลือ ผู้ครองอาณาจักรเชียงรุ้ง ภายหลังเกิดสงครามนางตามชายคนรักมาพึ่งเจ้าดวงเดือนแห่ง ฟ่อนคำ ระหว่างพักอยู่ที่นี่ก็โชว์ฝีมือการทำอาหารไตสิบสองปันนาและอาหารจีนสูตรจีนฮ่อได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน
เฮือนอีก้อ เรือนนี้สาวสวยชาวอาข่านามว่าอาหมี่ ที่มีความชำนาญงานจักสาน จะร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานระหว่างทำงาน ภายในมีห้องนอน 2 ห้อง ใช้ศิลปะลายผ้าขาวอีก้อมาทำเป็นหลังคาเพื่อสะท้อนชีวิตชาวเขา แจ่งหัวเวียง จะคล้ายหมู่บ้านหน้าด่านของเมืองเชียงใหม่มีทหารหนุ่มคอยประจำตามป้อมคอยปกป้องแม่ทัพที่กรำศึกตามแถวดอยขุนอี่วอก และเป็นผู้ปกป้องชาวฟ่อนคำ เฮือนม้ง คือบ้านของนายพลวังวาว ผู้นำแห่งกองทัพม้งในสงครามลัทธิ สร้างเป็นเรือน 2 ชั้นสไตล์ม้ง ชั้นบนเน้นร่มแก้วความสดใสหน้าห้อง มุงด้วย หญ้าคา ภายในห้องใช้เสื่อปูไม้ไผ่นำศิลปะม้ง มาตกแต่งงดงาม
นอกจากนี้ ก็ยังมี เฮือนแก้วเฮือนขวัญ สร้างด้วยปรัชญาแห่งสมดุลของธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เฮือนสิบสองปันนาหม่อนไหม เป็นของนางเครือไหม่-อ้ายแปง คนไตลื้อผู้เลื่องลือด้านการทอผ้าไหมและสรรค์สร้างศิลปะลงบนผืนผ้า เฮือนคนเมือง เจ้าของชื่อญาณ เป็นจิตรกรมือดีทางด้านการสร้างจินตนาการ อันร้อนแรงลงบนผืนกระดาษและผ้าใบ ชาวฟ่อนคำขนานนามว่าหลวงพ่อจุก
เฮือนไตใหญ่ เป็นอาคาร 4 ชั้น แต่ละชั้นมี 3 ห้อง จำลองวิถีชีวิตไตใหญ่ในรัฐฉาน พม่า มาไว้ที่นี่ สัญลักษณ์ที่เห็นชัดคือ กิงกะหลาประดับอยู่ยอดหลังคาอาหาร เป็นเรือนที่เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ การออกแบบโครงสร้างจึงเน้นความโอ่โถง มีระเบียงด้านหลังไว้นั่งชมวิว อ่านหนังสือ จิบกาแฟ เฮือนพญา เปรียบเสมือนป้อมปราการเมืองฟ่อนคำ สร้างด้วยอิฐล้อมต้นไม้เก่า มี 3 ชั้น ชั้นล่าง 2 ห้องนอน ชั้นบนมีห้องนอนขนาดใหญ่และดาดฟ้า
เฮือนมิสชันนารี อ้ายอิน เครืออิน ผู้ออกแบบเล่าว่า ตำนานเจ้าของเรือนหลังนี้เป็นมิสชันนารีอเมริกา เดินทางเข้าไปมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ยังเชียงใหม่ เขาคือ ศาสตราจารย์แคคกิววารี ที่บุกป่าฝ่าดงมาสอนศาสนาให้ชาวเขาล้านนา มีทั้งหมด 4 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งแบบตะวันตก ปูพื้นหินอ่อน ห้องพักใช้โทนสีต่างกัน มีทั้งขาว ชมพู ส้ม ฟ้า
ยิ่งในช่วงอากาศปีนี้เป็นใจเชียงใหม่เย็นสบายสดชื่นมีชีวิตชีวา ถ้าได้พักที่ ฟ่อนคำ วิลเลจ ศูนย์รวมห้องพักแห่งการเรียนรู้ความเป็นอยู่ของหลากหลายชนเผ่าภาคเหนือ ล้วนแล้วแต่มีที่มาอันน่าสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติม www.fondcome. com หรือ 0-5312-5333-41
หน้า 33
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
