การท่องเที่ยวต่างชาติในไทย 3 ยักษ์ใหญ่ ญี่ปุ่น-สหรัฐ-ออสเตรเลีย ซุ่มปรับแผนเปิดตลาดดูดกำลังซื้อ ทัวร์เดี่ยว FIT-อินเซ็นทีฟ ตลาดทัวร์ไทยขานรับสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในประเทศซึม สร้างสารพัดแคมเปญ ปีท่องเที่ยวญี่ปุ่น เปิดเมืองใหม่ทั่วอเมริกา และพรีเมียร์ ออสซี่ สเปเชียล เอเย่นต์ ปั๊มยอดลูกค้าพุ่งไทยไปนอกเพิ่ม 30-53%ญี่ปุ่นกระพือปีท่องเที่ยวดูด FIT ไทย
นายฮิโรชิ ยามาดะ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น สำนักงานกรุงเทพ เปิดเผยว่ากำลังดำเนินกลยุทธ์ส่งเสริมตลาดและการขายโดยอยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์ Visit Japan campaign ตั้งเป้าภายในปี 2553 จะเพิ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ถึง 10 ล้านคน/ปี ดังนั้นปี 2551 เตรียมกลยุทธ์กระตุ้นตลาดไทย ขยายกลุ่มเป้าหมายจากปกติลูกค้าทัวร์ขนาดใหญ่เดินทางเป็นหมู่คณะ ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง (free individual travel : FIT) โดยการเลือกซื้อแพ็กเกจตามความนิยม
แผนนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวเน้นเป้าหมายสร้างการรับรู้ที่จะท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมากกว่าจะแนะนำเมืองยอดนิยมอย่าง โตเกียว และโอซากา ขณะนี้เตรียมเสนอใหม่ 2 พื้นที่ พื้นที่แรก ภาคใต้ ชูจุดขายเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวประมง เช่น เมืองฟูกูโอกะ เกาะคิวชิว มีบ่อน้ำพุร้อน ภูเขาไฟที่สงบแล้ว เมืองฮิโรชิมา ในจูโงกุ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมรดกโลก
พื้นที่สอง ภาคกลาง นำเสนอเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมและเชิงประวัติศาสตร์ในแหล่งมรดกโลก ไฮไลต์ เมืองนาโงย่า 3 จังหวัด ไอจิ โทยาม่า และนากาโน่ แหล่งท่องเที่ยวเด่นบริเวณพื้นที่นี้คือหมู่บ้านชิราคาวะได้รับเลือกเป็นมรดกโลก
ตามแผนการขยายตลาดคนไทยจะนำจุดขายภาคกลางและภาคใต้ในญี่ปุ่น ซึ่งการเดินทางโดยเครื่องบินมีความพร้อม ทั้งของการบินไทย บางกอก แอร์เวย์ส แจแปนแอร์ไลน์ส และออลนิปปอนแอร์เวส์
สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าญี่ปุ่น 9 เดือน ระหว่าง มกราคม-กันยายน 2550 จำนวน 6,199,800 คน เพิ่ม 13.7% โดยมีนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงที่สุด 32.9% ผลสำเร็จมาจากส่วนหนึ่งของโครงการ Visit Japan Campaign แยกได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหลักเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นหมู่คณะผ่านบริษัททัวร์ ส่วนกลุ่มรอง เป็น FIT กลุ่มบริษัทและองค์กรที่ให้ผลตอบแทนพนักงานเป็นรางวัลท่องเที่ยวฟรีมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ใช้เวลาแต่ละทริป 5 วัน 4 คืน หรือ 6 วัน 7 คืน
ขณะที่ค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวนานาชาติในญี่ปุ่น นอกฤดูท่องเที่ยว (low season) เฉลี่ย 30,000 บาทขึ้นไป/คน/ทริป ฤดูท่องเที่ยว (high season) เฉลี่ย 40,000 บาทขึ้นไป/คน/ทริป โดยภาพรวมการใช้เงินจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับการเลือกใช้โรงแรมที่พักและการซื้อรายการ ท่องเที่ยวเสริม
นายสมบัติ เจียรสีดำรงกุล หัวหน้าฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวญี่ปุ่น กล่าวว่า ปี 2550 เตรียมจัดเจแปน ทราเวล แฟร์ นำผู้ประกอบการญี่ปุ่นพบกับลูกค้าไทยอย่างน้อย 2 ครั้ง ช่วงต้นปีและปลายปี จะขยายงานให้ใหญ่กว่าทุกครั้งด้วยการเชิญบริษัททัวร์จากญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 30 ราย
สหรัฐพุ่งเป้าทัวร์ เดี่ยว/อินเซ็นทีฟี ไฮเทค
นางสาวอรพรรณ บุญญลักษม์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพาณิชย์ ฝ่ายการพาณิชย์ สถานทูตสหรัฐ อเมริกาประจำประเทศไทย ทำหน้าที่วาง แผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวสหรัฐ กล่าวว่า กำลังเตรียมแผนการตลาดเปิดจุดขายท่องเที่ยวใหม่ปี 2551 ที่จะนำมาเสนอขายให้กับกลุ่มเป้าหมายตลาดคนไทย ตั้งเป้าเปลี่ยนแปลงการรับรู้เดิมกรณีสหรัฐ อเมริกามีแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่แห่งและเมืองใหญ่ เช่น เทพีเสรีภาพ สะพานโกลเด้น พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจใหม่ถึงแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่น่าสนใจ รัฐอะแลสกา รัฐโคโลราโด และ รัฐนิวออร์ลีนส์ ซึ่งรัฐบาลกำลังมีนโยบายฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังจากประสบภัยพายุเฮอร์ริเคน 2548
วางแผนส่งเสริมการพัฒนาตลาดพุ่งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว FIT ประเภทคนทำงานและนักธุรกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เคยไปเที่ยวสหรัฐเดินทางซ้ำ ประเมินสถานการณ์แล้วกลุ่ม FIT จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวที่มีฐานะระดับกลางขึ้นไปนิยมใช้อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล สามารถติดต่อจองโรงแรมที่พักด้วยตัวเอง นิยมเดินทางแบบอิสระ ประกอบกับสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าจึงเป็นปัจจัยบวกส่งเสริมให้กำลังซื้อตัดสินใจเดินทางเพิ่มขึ้น
ปี 2550 สหรัฐอเมริกาใช้วิธีสร้างเครือข่ายกับบริษัทนำเที่ยวเพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ แต่ปี 2551 จะปรับแผนสื่อสารการตลาด ใช้กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อส่งสารไปยัง ผู้อ่านกลุ่ม End User ที่สนใจการท่องเที่ยว ต่างประเทศ คาดหวังกระตุ้นคนค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมและนำมาตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวสหรัฐ นางสาวอรพรรณ
นอกจากนี้มีแผนตอกย้ำภาพลักษณ์สหรัฐถึงความเหมาะสมกับการท่องเที่ยวเป็นรางวัล (incentiveX ตั้งเป้าเจาะกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีผลตอบแทนสูงในกลุ่ม บริษัทประกันภัย บริษัทรถยนต์ เดินทางเป็นกลุ่ม 50-1,000 คน สามารถดีลกับฝ่ายการพาณิชย์ ประจำสถานทูตสหรัฐ อเมริกา ทำหน้าที่แทนองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ช่วยติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ ในสหรัฐเพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น เครือข่ายสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ ลดเปอร์เซ็นต์ค่าตั๋วเครื่องบินกลุ่มเดินทางหมู่คณะ เพราะปัจจุบันสหรัฐไม่มีหน่วยงานกลางด้านท่องเที่ยวแต่ละรัฐมีสำนักงานการท่องเที่ยวแยกเป็นอิสระ
สถิตินักท่องเที่ยวไทยไปสหรัฐหลังสุด 3 ปี 2547-2549 เพิ่มต่อเนื่องจาก 66,287 คน เป็น 69,236 คน ระหว่าง 7 เดือนนี้ มกราคม-กรกฎาคม มีคนไทยไปสหรัฐสูงถึง 47,405 คน
แนวโน้มการเจาะกลุ่ม FIT ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Organization : NTO) ต่างๆ โดยปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวสะท้อนผ่านการสร้างนวัตกรรมตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีรูปแบบการตัดสินใจเลือกหรือใช้เงินเดินทางท่ามกลางความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
ออสซี่ตลาดซึมบ่อทรายคนไทยเพิ่ม 53%
นายธงชัย วิบูลย์ศักดิ์สกุล ผู้จัดการองค์การ ส่งเสริมการท่องเที่ยวออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เตรียมยกระดับโครงการ Aussie Specialist Agents เป็น Premier Aussie Specialist Agents ให้ความรู้พัฒนาศักยภาพบุคลากรบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวรายย่อยในประเทศไทย เล็งเป้าหมายนำ Premier Aussie Specialist Agents สร้างความเชื่อมั่นแก่บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว ให้มีสามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวโดยออกแบบอย่างเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวเดินทางเดี่ยว หรือกลุ่มย่อยกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวฟรี และเตรียมจัดทำ familiarization trip อบรมบุคลากร 160 คน สร้างความพร้อมบริการนักท่องเที่ยวซึ่งนิยมปรึกษาการวางแผนให้ประสบความสำเร็จสำหรับการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง
แนวโน้มปัจจุบันคนไทยขยับสูงขึ้นทุกปี วัดได้จากสถิติเดือนกันยายน 2550 เพิ่มถึง 53.1% การท่องเที่ยวออสเตรเลียคาดการณ์ปี 2550 การท่องเที่ยวจะขยายตัว 4% คิดเป็นมูลค่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.4 แสนล้านบาท) ส่วนแนวโน้มปี 2551-2552 จะเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยอาศัยจุดขายค่าเงินออสเตรเลียมูลค่าแข็งขึ้นเมี่อเทียบกับสกุลเงินเยนญี่ปุ่นและดอลลาร์สหรัฐ
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
