สัมภาษณ์เป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมผู้กำกับดูแลเพ่งเล็งมาตลอดจะอยู่หรือไป บุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะว่า สบพ.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจในฐานะสถาบันการศึกษาสำคัญของประเทศที่มีความหมายอย่างมากต่อการสร้างบุคลากรทางการบินเข้าสู่อุตสาหกรรมทั้งทางด้านบริการภาคพื้นดินและอากาศ ในรูปแบบของ training school และ flight school กับนักศึกษาตลาดคนไทยและนานาชาติ
- การเสนอตัวเป็นผู้ว่าการขายยุทธศาสตร์อะไร ผ่านมาครึ่งทางทำเรื่องใดสำเร็จบ้าง
ผมขออธิบายก่อนว่า สบพ.ก่อตั้งมากว่า 40 ปี มีองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ระดับโลกเป็นผู้ร่วมบุกเบิกรับรองมาตรฐานการบินครบทุกด้าน ผลิตบุคลากรการบินนับไม่ถ้วนให้การบินไทยและสายการบินอื่น มาถึงวันนี้มีปัญหาความขัดแย้งภายในหลายเรื่อง ประกอบกับแผนยุทธศาสตร์ที่ผมเขียนมาตั้งแต่ต้นและทำเป็นเอกสารรายงานบอร์ด สบพ.รับทราบมาตลอด 6 ยุทธศาสตร์
1)ยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างองค์กรจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทจำกัดมหาชน เสนอ กระทรวงคมนาคมเมื่อปลายปี 2548 ให้หน่วยงานการบินเข้ามามีส่วนร่วมถือหุ้น ยุคนั้น คุณวันชัย ศารทูลทัต เป็นปลัดคมนาคม พิจารณาอยู่นานพอดีเกิดเหตุการณ์ปฏิรูปการปกครอง 19 กันยายน 2549 บอร์ดมีมติให้ชะลอหลายเรื่องไว้ ส่วนกระทรวงการคลังก็ให้โจทย์มาตลอดถึงการต้องแก้รายได้มาเลี้ยงหน่วยงานอย่างเพียงพอ ผมก็รออยู่ว่าเรื่องนี้จะได้รับการพิจารณาเร่งด่วนอีกเมื่อไร
2)ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้านขนส่งทางอากาศ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สายการบิน ตั้งเกณฑ์รับตลาดแรงงานนักบินฝึกหัดต้องรับจบปริญญาตรี สบพ.ต้องมาจัดหลักสูตรจนเข้ากันได้ดี แต่ตอนนี้มีปัญหาอื่นแทรกเข้ามาในกลุ่มที่เปิดรับสมัครนักบินเอื้ออาทรเปิดกว้างให้ผู้ที่มีเงินทุนพอที่จะใช้เรียนตลอดการศึกษาประมาณ 2.5 ล้านบาท ทาง สบพ.ก็ไปหาพันธมิตรสถาบันการเงินธนชาตยื่นมือเข้ามาช่วยปล่อยเงินกู้ clean loan มูลค่ารวมราว 100 ล้านบาท
พอปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยเปลี่ยนวิธี ตั้งสำรองเงินกู้ 100% ธนชาตก็สะเทือนต้องตั้งสำรองเป็น 200 ล้านบาท เพิ่งจะมาดีลกับ นักศึกษาเพื่อปรับโครงสร้างและรายละเอียดวิธีการกู้หนี้กันใหม่เมื่อกลางพฤศจิกายน 2550 คาดว่าทุกอย่างเข้าที่น่าจะจบได้ นักเรียนก็จะได้เรียนให้จบรีบออกไปหางานทำนำรายได้ส่งแบงก์
- แค่ 2 ยุทธศาสตร์ก็สาหัสแล้ว อีก 4 ยุทธศาสตร์จะทำอย่างไร
อีก 4 ยุทธศาสตร์ คือ 3)ยุทธศาสตร์การทำตลาดเชิงรับและรุก มีข้อมูลที่ผมทำเสนอบอร์ดและกระทรวงแช่แข็งอยู่เป็นปี รอแค่รัฐมนตรี ลงนามเท่านั้นก็เดินหน้าได้ 4)ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งทางอากาศ 5)ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบเทคโนโลยีประกอบสารสนเทศ 6)ยุทธศาสตร์การพัฒนากฎระเบียบและข้อบังคับหน่วยงานภาครัฐ
ผมอยากเล่าให้ฟังโครงการขยายฐานตลาดนักเรียนการบินภาคพื้นดินและอากาศจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ทาง ICAO เป็นผู้เสนอมาเอง พร้อมทั้งทำข้อตกลงความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว Fernando Marrero de Armas หัวหน้าแผนกศูนย์ฝึกอบรม ICAO ลงนามด้วยตนเองเมื่อ 7 พฤษภาคม 2550 เพื่อให้ สบพ.เป็นศูนย์ฝึกตลาดบุคลากรการบินของจีน พร้อมทั้งบรรยายมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของหน่วยงานไว้มากมาย
นอกจากนี้ก็ยังได้ทำข้อตกลงที่จะรับเป็นศูนย์ฝึกบุคลากรการบินกับสายการบินต่างประเทศอีก 2 แห่ง คือ ลาวแอร์ไลน์ส กับดุ๊กแอร์ สายการบินแห่งชาติภูฏาน รับฝึกทั้งภาคพื้นดินและอากาศ
จะเห็นว่าผมทำหน้าที่ของผมจนครบทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่การอนุมัติของบอร์ดกับกระทรวงคมนาคมเท่านั้น หากทำไปจนครบแต่ยังติดอุปสรรคจะให้ผมทำอย่างไร
- หน้าที่นี้ผู้ว่าการต้องตอบให้ชัด ปีนี้ยุทธศาสตร์จะเห็นผลสำเร็จบ้าง
ตอนสมัครชนะการแข่งขันเข้ามารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ทุกฝ่ายยืนยันว่าต้องการมืออาชีพเข้ามา บริหาร ประวัติผมผ่านการทำงานบริษัทรถยนต์ค่ายใหญ่แก้หนี้ให้แบงก์มูลค่าเป็นแสนล้านสำเร็จมาแล้ว จะมาตกม้าตายกับปัญหาหนี้ค้างชำระที่ตกลงกันไม่จบเสียทีเพียง 400 ล้านบาทเท่านั้นหรือ ? ก่อนหน้านี้มีคนเสนอจ้างให้ผมไปทำงานด้วยจ่ายค่าจ้าง 3 ล้านบาท/เดือน ผมดันไม่ไป มาติดแหง็กอยู่ที่นี่ ต้องโดนถล่มเละทั้งข้างในและทางหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน
ถามว่าปีนี้มีเรื่องไหนจะสัมฤทธิ์ตามเป้าบ้าง ผมคงต้องรอด้วยความหวัง อาจจะเป็นรัฐบาลหน้าก็ได้ แต่จะเป็นใครผมไม่รู้ แนวทางของผมยังย้ำจุดยืนเดิม สบพ.ต้องปรับโครงสร้างองค์กรเป็นบริษัทจำกัดมหาชน แยกส่วนที่ทำเงินออกจากด้านการศึกษา
ส่วนเรื่องที่โดนหนักจะยุบหน่วยงานทิ้งหรือไม่นั้น ผมว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง ลองไปตรวจสอบดูก็แล้วกันว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกค้ารายใหญ่ สบพ.พยายามเสนอบอร์ดการบินไทยซื้อหุ้น บริษัท บางกอก เอวิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (BAC) ถึง 5 ครั้ง อาจจะเพื่อย้ายนักเรียนไปใช้บริการที่นั่น แต่ไปดูให้ดี ใครถือหุ้นใหญ่ หลายปัจจัยที่ผูกเข้าด้วยกันเป็นแรงกระแทกให้คมนาคมเล็งยุบ สบพ.ใช่หรือไม่ ?
- เรื่องซุกหนี้ 460 ล้านบาท จะอธิบายหรือไม่ อย่างไร
ผมต้องอธิบายแน่ เพราะไม่ได้ซุก เป็นหนี้ที่ใส่หมายเหตุไว้ในงบดุลบัญชีทุกปี สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็เห็นมาตลอด และมีที่มาทั้งหมด เรื่องใหญ่คือหนี้กรณีการฝึกบินให้การบินไทย โครงการ Airline Transition Traning JET Familization : ATT-JET FAM ระหว่างปี 2544-2549 การบินไทยยังไม่ได้จ่ายค่าฝึกอบรมรวม 128,459,403 บาท ทั้งที่ศาลมีคำสั่งให้จ่าย แต่กลับมาคิดเรียกค่าชดเชยเพื่อหักลบกลบหนี้จากการฝึกนักบินล่าช้า โดยที่ไม่มี ข้อตกลงในสัญญาว่า สบพ.จะต้องจ่ายชดเชย จากการฝึกบินมีอุปสรรคทั้งเรื่องน่านฟ้าและ สภาพอากาศเร็วบ้างช้าบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
เงินค่าเช่าเครื่องบิน Beechjet อีกกว่า 240 ล้านบาท กระทรวงการคลังผู้ถือหุ้นใหญ่และให้การสนับสนุนเงินเพื่อการจัดซื้อเครื่องมาฝึกบิน ก็รับรู้มาโดยตลอด และหนี้ส่วนอื่นผมก็ยังยืนยันว่าสามารถเคลียร์ได้ทั้งหมด รวมทั้งเรื่องการจ้างเลขานุการซึ่งเป็นผู้ชายเกินฐานเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งใช้สูตรคำนวณปกติ ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์
เมื่อถามไปยัง เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทย ได้รับคำยืนยันชัดเจนว่า กรณีพิพาทเรียกค่าชดเชยฝึกนักบินเข้าฝูงล่าช้าเป็นหนังม้วนยาว วันนี้แค่เริ่มเปิดฉากเท่านั้น มีความซับซ้อนอยู่อีกมากโดยเฉพาะการคิดค่าเช่าเครื่องบินบวกไว้ในค่าฝึกบิน
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
