อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปีกุน มกราคม-มีนาคม 2550 อัตราการเพิ่มของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทย (inbound) เพิ่มเพียงเล็กน้อยเพียง 2% ส่วนสถิติการเดินทางเข้า-ออก ผ่านสนามบินนานาชาติไทย 6 แห่ง เพิ่ม 8-9%ขณะที่ปริมาณการเปิดโรงแรมและรีสอร์ตมีห้องพักเพิ่มทั่วประเทศกว่า 6,000 ห้อง เพิ่มกว่า 20% สวนทางกำลังซื้อในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนวงการท่องเที่ยวเกิดอาการหวั่นวิตกต่ออนาคตธุรกิจในไตรมาส 2 และ 3 ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (low season) เมษายน-กันยายนนี้ อุณหภูมิการค้าจะร้อนจนปรอทแตกถึงขั้นธุรกิจบางส่วนต้องปิดกิจการชั่วคราว
ภาพรวมตลาดอินบาวนด์มกราคม-มีนาคม 2550 แนวโน้มจะทะลุ 2.2 ล้านคน เพิ่มเฉลี่ย 2-3% โดยฝ่ายสถิติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เก็บข้อมูลได้เฉพาะ 2 เดือนแรก มกราคม-กุมภาพันธ์ ยอดรวมอินบาวนด์ทำได้ประมาณ 1,770,653 คน เพิ่ม 2.08% แบ่งจำนวนและการเติบโตตามรายภาคพื้นทวีปแล้ว
ไทยทำแชร์ลูกค้าเอเชียหล่น 5%
น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ภาคพื้นเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ไทยเคยมีมากสุดประมาณ 47.97% ของตลาดทั้งหมด ผลปรากฏว่า 2 เดือนแรกปีนี้ส่วนแบ่งตลาดทำได้เพียง 43.55% รูดลงไป 4.52% แถมนักท่องเที่ยว 15 ประเทศ แบ่งเป็น กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ กลับเพิ่มในประเทศที่มีฐานขนาดเล็ก อันดับ 1 พม่า 9,600 คน เพิ่ม 27.41% อันดับ 2 กัมพูชา 4,813 คน เพิ่มขึ้น 7.29% อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 20,039 คน เพิ่ม 1.20% อีก 7 ประเทศสถิติอินบาวนด์ติดลบทั้งหมด โดยเฉพาะเวียดนามลดลงมากที่สุดโดยเหลือเพียง 44,492 คน หายไปประมาณ 32.04%
ส่วนกลุ่มเอเชียตะวันออก 5 ประเทศ เพิ่มเพียง 2 ประเทศ คือ เกาหลี 160,842 คน เพิ่ม 0.16% ไต้หวัน 62,308 คน เพิ่ม 1.60% ตลาดหลักอย่าง ญี่ปุ่น ลดเหลือ 195,787 คน ลดลง 5.82% สาธารณรัฐประชาชนจีน เหลือ 127,303 คน ลดลง 18.77% ฮ่องกง ลดเหลือ 44,492 คน ลดลง 3.45%
ภาคพื้นทวีปอเมริกา-แคนาดา เป็นอีกกลุ่มที่อัตราการเติบโตลดลงในจำนวน 4 ประเทศหลัก มียอดรวมเพียง 141,032 คน ลดลง 0.51% สหรัฐอเมริกาเหลือ 103,977 คน ลด 2.01% แคนาดาเหลือ 29,826 คน ลด 1.97%
5ทวีป ยุโรปพุ่งตะวันออกกลางไต่ระดับ
สำหรับนักท่องเที่ยวใน 5 ภาคพื้นทวีป ยังคงเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1) ยุโรป ไทยมีส่วนแบ่งตลาด 31.61% ปีนี้เพิ่มเป็น 34.97% มียอดรวม 619,230 คน เพิ่ม 12.94 % 2) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 4 ประเทศ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 4.59% เพิ่มเป็น 4.77% ยอดรวม 84,388 คน เพิ่ม 5.95% สูงที่สุดคือ อินเดีย 59,096 คน เพิ่ม 4.68% ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา และอื่นๆ เฉลี่ยมีอินบาวนด์ประมาณประเทศละ 2,700-6,600 คน เพิ่มเฉลี่ย 4-6%
3) โอเชียเนีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไทย มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 4.09% เป็น 4.44% ยอดรวม 78,625 คน เพิ่ม 10.83% ออสเตรเลียคงครองอันดับ 1 รวม 67,099 คน เพิ่ม 11.86% 4) ตะวันออกกลาง 6 ประเทศ ไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 2.91% เป็น 3.53% ยอดรวม 62,503 คน เพิ่ม 23.99% อิสราเอลครองอันดับ 1 รวม 28,121 คน เพิ่ม 31.32% และ 5) แอฟริกา ไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 0.66% เป็น 0.78% ยอดรวม 13,670 คน เพิ่ม 20.56%
ฝันเจ้าตลาดเอเชียไทยเสียท่าเวียดนาม
อาการของ อินบาวนด์ สะท้อนถึงอนาคตการเป็น ผู้นำ ตลาดของประเทศไทย เพราะตามพยากรณ์ขององค์กรการท่องเที่ยวโลก (World Travel Organization : WTO) ระบุว่าภายในปี 2563 เป็นต้นไป เอเชียจะเป็นกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวมากที่สุดของโลกมีส่วนแบ่งเกินกว่า 40% ของทั้งโลก และหากประเทศใดเพิ่มขีดความสามารถทางการขายและการแข่งขัน สามารถวางกลยุทธ์ ครองส่วนแบ่งตลาด มากที่สุดเศรษฐกิจทั้งประเทศก็จะขยายตัวเร็วที่สุด
ต่างจากแนวโน้มของประเทศไทยขณะนี้เริ่มแผ่วลงเฉพาะ 2 เดือนแรกปีนี้ ส่วนแบ่งตลาดเอเชีย หายไปเกือบ 5% แม้จะมียุโรปเข้ามาเสริมทัพ จากการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวและโรงแรมกว่า 70% สะท้อนความเห็นตรงกันว่า นายสุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานกำลังซื้อเอเชียไว้ให้ได้ เนื่องจากเวียดนามกำลังมาแรงทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนจากทั่วโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2552 เมื่อโครงการด้านบริการท่องเที่ยวแล้วเสร็จจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย
อีกทั้งการวางระบบโครงข่ายเชื่อมโยงเที่ยวบินกับทั่วโลกเวียดนามก็ทำได้ดีมาก โดยกำลังสร้างสนามบินนานาชาติขนาดรองรับผู้โดยสารได้ปีละประมาณ 60 ล้านคน ใกล้เคียงกับสุวรรณภูมิสนามบินอินเตอร์แห่งใหม่ของไทย แรงสนับสนุนอีกทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย กำลังซื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดของโลกกำลังแห่เข้าเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนและวางยุทธศาสตร์ด้านท่องเที่ยวอย่างแข็งแรง
6 สนามบินอินเตอร์ 5 เดือนเพิ่มทะลุเป้า
เมื่อวิเคราะห์สถิติอัตราการเติบโตของ ปริมาณทางอากาศ และ จำนวนผู้โดยสาร เข้า-ออก สนามบินนานาชาติที่อยู่ในความดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 6 แห่ง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย พบว่า สถิติรอบปีงบประมาณ 2550 ช่วง 5 เดือนแรก ตุลาคม 2549-กุมภาพันธ์ 2550 เที่ยวบินรวม 160,777 เที่ยว เพิ่มขึ้น 9.96% เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 90,307 เที่ยว ในประเทศ 70,470 เที่ยว จำนวน ผู้โดยสารรวม 24.10 ล้านคน แยกเป็น ระหว่างประเทศ 14.97 ล้านคน ในประเทศ 9.13 ล้านคน
ส่วนสนามบินหลักที่สามารถทำเงินคือ สนามบินนานาชาติกรุงเทพฯ 2 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ+ดอนเมือง เที่ยวบินรวม 126,414 เที่ยว เพิ่ม 8.50% แยกเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 79,896 เที่ยว เพิ่ม 4.82% เที่ยวบินในประเทศ 46,518 เที่ยว เพิ่ม 15.46% ผู้โดยสารรวมเข้า-ออก 19.14 ล้านคน เพิ่ม 6.86% แยกเป็น ระหว่างประเทศ 13.78 ล้านคน เพิ่ม 5.83% ในประเทศ 5.35 ล้านคน เพิ่ม 9.57%
สนามบินนานาชาติภูเก็ต เที่ยวบินรวมเพิ่มสูงที่สุดถึง 15,770 เที่ยว เพิ่ม 29.91% แยกเป็น ระหว่างประเทศ 7,461 เที่ยว เพิ่ม 34.89% ในประเทศ 8,309 เที่ยว เพิ่ม 25.74% จำนวนผู้โดยสารรวมเข้า-ออก 2.45 ล้านคน เพิ่ม 23.28% แยกเป็น ระหว่างประเทศ 9.75 แสนคน เพิ่ม 33.96% และในประเทศ 1.48 ล้านคน เพิ่ม 17.15%
นับได้ว่าศักยภาพโครงข่ายเที่ยวบินผ่านสนามบินนานาชาติซึ่งมีดัชนีส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 80% ของนักท่องเที่ยวอินบาวนด์ทั้งหมดของแต่ละปีนั้น ยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะภูเก็ตอัตราการเพิ่มทะลุเพดาน หลังจากปี 2547 หลังเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิสถิติเที่ยวบินและจำนวนนักท่องเที่ยวเคยหายไปถึง 50%
โดยสรุปแล้วท่องเที่ยวทั้งประเทศสถานการณ์การค้าไตรมาส 1 ยัง อุณหภูมิร้อนจัด ต้อง เตรียมตั้งรับไตรมาส 2 ให้ดี
หน้า 28
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
