สภาอุตฯท่องเที่ยวเปิดเวที 6 พรรคการเมือง ปชป.-ชาติไทย-รวมใจไทย-เพื่อแผ่นดิน- พลังประชาชน-มัชฌิมาฯ โชว์กึ๋นหนุน 5 นโยบาย ผู้บริหารธุรกิจทั้ง อุตสาหกรรมทัวร์+แรงงานภาคบริการ นับล้านคนส่ายหน้าผลงานที่ผ่านมา เกือบทุกรัฐบาลประชาสัมพันธ์เอาดีใส่ตัว ขาดความจริงใจแบมือขอเอกชนทำแต่โปรโมชั่นดัมพ์ราคานางปิยะมานต์ เตชะไพบูลย์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่าธุรกิจภาคเอกชนท่องเที่ยวทุกสาขาหลายหมื่นคน และกลุ่มแรงงานภาคบริการกว่าล้านคน ต่างให้ความสนใจแต่ละพรรคการเมืองที่แข่งขันกันเป็นผู้นำรัฐบาลสมัยหน้าจะมีนโยบายเชิงรุกด้านเศรษฐกิจส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยรูปแบบแนวทางจริงอย่างไรบ้าง
สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดเวทีเชิญ 6 พรรคการเมืองส่งตัวแทนแสดงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกสภาอุตฯท่องเที่ยว วันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัล เวิลด์ ราชประสงค์ เปิดโอกาสให้โชว์วิสัยทัศน์ 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1)แนวทางพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่และปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมทั่วประเทศ 2)ยุทธศาสตร์การยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการบินเอเชียและการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ 3)มาตรการเชิงนโยบายด้านความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว 4)มาตรฐานคุณภาพภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ 5)กลยุทธ์สนับสนุนการตลาดท่องเที่ยว
ตัวแทนแต่ละพรรคล้วนเป็นอดีตผู้คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยว และมีถึง 3 อดีตรัฐมนตรีกำกับดูแลการท่องเที่ยว พร้อมจะขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ได้แก่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน อดีตผู้ว่าการการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายกร ทัพพะรังสี พรรคชาติไทย อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลการท่องเที่ยว และ 2 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ พรรคพลังประชาชน อดีตผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท) รอพรรคเดียวคือมัชฌิมาประชาธิปไตย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2551 ตั้งเป้าจะต้องทำให้ได้อย่างต่ำ 9.2 แสนล้านบาท พื้นที่กรุงเทพมหานครครองแชมป์รายได้สูงที่สุดเฉลี่ยปีละกว่า 1.2 แสนล้านบาท อันดับ 2 ภาคใต้ 14 จังหวัดจะได้เกิน 1.8 แสนล้านบาท แต่จะกระจุกตัวอยู่ในภูเก็ตแห่งเดียว 8.7 หมื่นล้านบาท
อันดับ 3 ภาคเหนือ รวมทั้ง 16 จังหวัด ปีละ กว่า 8.5 ล้านบาท ศูนย์กลางรายได้จำกัดอยู่เฉพาะเชียงใหม่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท อันดับ 4 ภาคกลางและภาคตะวันตก รายได้ท่องเที่ยวรวมทั้งพื้นที่ราว 7.2 หมื่นล้านบาท อันดับ 5 ปีละประมาณ 5 หมื่นล้านบาท พัทยาทำสถิติสูงที่สุดเฉลี่ยปีละ 3.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ระยอง ตราด จันทบุรี ได้เฉลี่ยหลักพันล้านบาท
อันดับสุดท้าย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงจะมีจำนวนจังหวัดมากที่สุดของประเทศแต่การ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประเพณี ได้รับความสนใจน้อยมาก จะมีเพียงนครราชสีมาซึ่งมีจุดขายหลักอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครองแชมป์รายได้
นายชนินทร์ โทณวณิก นายกสมาคมโรงแรมไทย มีสมาชิกผู้บริหารและเจ้าของกิจการโรงแรมทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย มีการจ้างแรงงานภาคบริการหลายหมื่นคน กล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหมดหวังกับนโยบายการเมืองทุกยุค ซึ่งส่วนใหญ่ขาดแนวทางปฏิบัติต่อเนื่องระยะยาว
ช่วงที่ผ่านมาเอกชนท่องเที่ยวอาศัยจุดแข็งจากการพึ่งพาตนเองมาตลอด แนวโน้มแผนขยายกิจการโรงแรมในประเทศเหลือช่องทางทำธุรกิจน้อยมาก เพราะไม่มีมาตรฐานควบคุมดูแลปล่อยให้เกิดการลงทุนจนเกินความต้องการห้องพักล้นตลาดใช้กลยุทธ์ห้ำหั่นกันลดราคาแข่งกัน ดุเดือดจนสถานการณ์เปรียบเทียบราคาห้องพักโรงแรมในไทยย่ำแย่กว่ากลุ่มประเทศอินโดจีน ลาว กัมพูชา เวียดนาม
ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มบริษัทตัวแทนนำเที่ยวภายในประเทศ (domestic) นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเมืองไทย (outbound) บริการรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยว สปา โรงพยาบาล ภัตตาคารร้านอาหาร และกิจการร้านค้าของที่ระลึก แสดงความเห็นทำนองเดียวกันว่า ขาดความมั่นใจต่อนโยบายภาครัฐ เนื่องจากตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาแต่ละรัฐบาลอาศัยกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นผลงานประชา สัมพันธ์ตนเองมากกว่าความจริงใจที่พัฒนาและส่งเสริมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตจะมีมาตรการอย่างเดียวขอความร่วมมือจากภาคเอกชนทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อมาตลอดตั้งแต่ปี 2546-2549
รวมทั้งสังเกตได้จากการอนุมัติงบสนับสนุนตลาดและการจัดมหกรรมขายเชิงรุกแข่งขันกับนานาประเทศตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรีต่อมาตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ยังได้เพียงปีละ 2,800-4,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ตั้งเป้ารายได้สูงถึงปีละเกือบ 1 ล้านล้านบาท
ยิ่งระหว่างปี 2545-2549 ก่อนการเมืองเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนำงบฯไปลงทุนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเน้นการประชาสัมพันธ์มหกรรมใหญ่ระดับโลก โดยได้รับผลตอบแทนกลับคืนสู่อุตสาหกรรมน้อยมาก จนถึง ขณะนี้ท่องเที่ยวเกือบทุกสาขายังไม่เห็นนโยบายจากพรรคการเมืองใดจะโดดเด่น เพราะแต่ละคนเคยโชว์ฝีมือฝากผลงานไว้แล้วเกือบทั้งหมดแต่ไม่มีความชัดเจนสักพรรคการเมือง
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
