สัมภาษณ์โค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งการผลักดันร่างกฎหมายและแผนแม่บททุกฉบับ จะต้องสรุปให้แล้วเสร็จ ภราเดช พยัฆวิเชียร ที่ปรึกษาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระดับ 11 ให้สัมภาษณ์ถึงการ ผลักร่างแผนแม่บทการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน
u จะทำการท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืนอย่างไร
ในโอกาสที่สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว (สพท.) ประกาศนำร่องการพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน 11 แห่ง มี ชุมชนห้วยขี้เหล็ก จ.เชียงราย ชุมชนแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ชุมชนหนองแม่นา จ.เพชรบูรณ์ ชุมชนสามชุก จ.สุพรรณบุรี ชุมชนท่าด่าน จ.นครนายก ชุมชนสองคอน จ.สระบุรี ชุมชนบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่ ชุมชนเกาะยาวน้อย จ.พังงา ชุมชนพะโต๊ะ จ.ชุมพร ชุมชนถ้ำผึ้ง จ.สุราษฎร์ธานี และชุมชนบ้านแพง จ.มหาสารคาม
การท่องเที่ยวจะต้องเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปัญหาขณะนี้คือ ยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจน จึงต้องอาศัยวิสัยทัศน์รัฐมนตรีคนใหม่มาขับเคลื่อนและกำหนดแนวทางบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ โดยรัฐต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวก ผลักดันนโยบายอย่างจริงจัง ทำให้การท่องเที่ยวเป็นหัวข้อพื้นฐานที่ต้องปฎิบัติต่อเนื่องได้ทั้งระบบ เพราะธรรมชาติของชาวบ้านไม่ต้องการให้รัฐยุ่งเรื่องรายละเอียด แผนงานใหม่จึงต้องใช้วิธีส่งเสริมแบบไม่ส่งเสริม คือรัฐคอยเป็นผู้ดูแลกรอบนอกช่วยสร้างเครือข่ายจัดงบสนับสนุนบางระดับ
ขณะนี้ชุมชนมีความพร้อมมากกว่า 11 แห่ง แต่ยังขาดโครงการรองรับจึงต้องมีเครือข่าย ทำหน้าที่นำท่องเที่ยวชุมชนมาคุยกันทั้ง 4 ภาค พร้อมประสานงานกับส่วนอื่นๆ ขณะนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำบ้างแล้วเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบ มีส่วนร่วม (PAR : Participatory Action Research) ร่วมกับ REST (Responsible Ecological Social Tours) จัดตั้งสถาบัน CBT (Community-Based Tourism) มาให้ความรู้
u การเชื่อมโยงแนวทางแก้ปัญหาชุมชนกับระดับชาติอย่างไร
ปัจจุบันนโยบายการท่องเที่ยวกระแสหลักพัฒนากระจุกตัวรายได้จึงไม่กระจาย ต่างจากการท่องเที่ยวชุมชนที่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของสังคมแต่เน้นสนับสนุนจุดแข็งภาคเกษตรเป็นรายได้เสริมคนในชุมชน ต้องยอมรับว่าการพึ่งพิงเกษตรส่วนใหญ่ยังพิการ เพราะทรัพยากรเป็น อุปสงค์ส่วนเกิน (Surplus) ท้องถิ่นสามารถนำมาต่อยอดได้ ตามรูปแบบจะต้องนำมาช่วยสร้างรายได้แบบค่อยเป็นไป และแก้ปัญหา 3 เรื่องหลัก 1) ทำให้เกษตรกรเลี้ยงชีพทำท่องเที่ยวเสริม 2) ทำให้เกิดสินค้าท่องเที่ยวใหม่กระจายรายได้สู่ชุมชน 3) ทำให้แนวทางพัฒนาท้องถิ่นเปลี่ยนจากการกำหนดนโยบายจากบนสู่ล่างโดยให้ชุมชนสร้างด้วยตัวเองแบบล่างสู่บน (Bottom-Up)
u ชุมชนจะทำตลาดอย่างไรจึงเหมาะสม
นำเทคนิคการตลาดที่สามารถใช้ได้ขั้นแรก Participatory Marketing เพราะท่องเที่ยว เปราะบางมีขีดจำกัดด้านพื้นที่รองรับ จึงต้องวางรากฐานให้คนในชุมชนรู้ว่าต้องการอะไร มีสินค้า การจัดการ และที่พักรองรับอย่างไร แล้วจับคู่หา กลุ่มนักท่องเที่ยวมาซื้อ และอยู่บนพื้นฐานทียอมรับเงื่อนไขร่วมกันได้ เช่น การท่องเที่ยวโฮมสเตย์เกาะยาวน้อย จ.พังงา เป็นชาวมุสลิมนักท่องเที่ยวยอมรับว่าจะซื้อหรือบริโภคสุราในพื้นที่ไม่ได้
ผมเปรียบการท่องเที่ยวชุมชนเหมือนโรงหนัง คือ เมื่อรับคนจนเต็มความจุแล้วก็ต้องพอ เริ่มจากสร้างกระบวนการความเข้าใจเรื่องขอบเขตการรองรับ จากนั้นเมื่อท้องถิ่นยังขาดองค์ความรู้เรื่องการจัดการด้านการตลาด ด้านการศึกษา หลังทำโครงการไประยะหนึ่งต้องส่งสอบถามความคิดเห็นนักท่องเที่ยวสรุปรายงานให้ชุมชนรับทราบว่าต้องปรับปรุงอะไรต่อไปจึงจะเหมาะสม
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
