บิ๊กเอ็กซิบิชั่นจัดงานแฟร์ท่องเที่ยว ชี้ ธุรกิจ ทั่วไทย ปรับพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อขายสไตล์ใหม่ 2 แนว ประเมิน คุณภาพ-ความคุ้มค่าเงิน ผู้ค้าพลิกแผนรับเทรนด์ใหม่ ลุ้นปี 51 เพิ่มมหกรรมลดกระหน่ำเที่ยวเมืองไทยประจำปีละ 2 ครั้ง มี.ค.และ มิ.ย.นายกฤต พัตรปาล ผู้อำนวยการจัดการ บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนต์ จำกัด ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทยมา 5 ปี เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า แนวโน้มการลงทุนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะพลิกกลยุทธ์นำโปรโมชั่นพิเศษวางขายในนิทรรศการขาย (exhibition) มหกรรมท่องเที่ยวซึ่งจัดขึ้นแต่ละฤดู ขณะนี้ก้าวสู่ยุคใหม่ 2 สไตล์ ได้แก่ คุณภาพแพ็กเกจท่องเที่ยวและความคุ้มค่าเงิน (value for money) ขานรับกับพฤติกรรม นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่จะให้น้ำหนักกับการเข้ามาหาข้อมูลและความรู้แพ็กเกจและสถานที่ท่องเที่ยว มากกว่าเล็งหาสินค้าราคาถูกต่างจากเมื่อ 3-5 ปีก่อนนี้ ทำให้การจัดงานไทยเที่ยวไทยขยายพื้นที่และจำนวนผู้เข้าร่วมได้ทุกปี
ปี 2551 จะขยายการลงทุนจัดเอ็กซิบิชั่นตลาดในประเทศเพิ่มอีก 2 งาน คือ งานไทยเที่ยวไทย ประจำปฏิทินช่วงมิถุนายนของทุกปี ช่วยผู้ประกอบการเพิ่มช่องทางขายล่วงหน้าตลาดท่องเที่ยวนอกฤดู (low season) เพิ่มจากปัจจุบันจัดรายเทศกาลเที่ยวเมืองไทย (TTF) รายการใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ช่วงมีนาคมของทุกปี
ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาเตรียมมหกรรมงานขายเที่ยวทั่วโลก (outbound) แยกจัดเป็นอีกงานด้วยการเพิ่มกิจกรรมแบบครบวงจร มีทั้งบูทขายทัวร์ต่างประเทศนำบริษัทคนไทยและต่างประเทศเข้ามาร่วม เพิ่มกิจกรรมมาร์ตเปิดโต๊ะผู้ซื้อกับผู้ขายตลาดประเภทองค์กร (corporate market) เจรจาธุรกิจกัน
สำหรับปีนี้จัด 2 งานรวมกัน ระหว่าง 23-26 สิงหาคม 2550 จัด ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 11 และเที่ยวทั่วโลก 2007 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภาคเอกชนท่องเที่ยวทุกสาขาเข้าร่วมออกบูทขาย 800 บูท ประเมินรายได้หมุนเวียนจากการซื้อขายภายในงานมีไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 100 ล้านบาท แบ่งสินค้าเป็น 7 โซน ตามยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่สร้างมหัศจรรย์สินค้าการท่องเที่ยว 7 กลุ่ม (7 amazing product) โซนความหลากหลายทางทะเล ผู้ขายเข้าร่วมมากสุด 400 บูท ตามเงื่อนไขนักท่องเที่ยวซื้อจากคูปองในงานสามารถนำไปใช้ท่องเที่ยวได้ตลอดโลว์ซีซั่น กันยายน-ตุลาคม บางแห่งใช้ได้จนถึงไฮซีซั่นธันวาคมนี้
ผู้บริโภคเข้าใจช่องทางนำเสนอสินค้าในเอ็กซิบิชั่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน ลูกค้าเกิดความพอใจในการสนองตอบความต้องการพร้อมทั้งได้สินค้าบริการ ท่องเที่ยวที่ดีมีคุณภาพคุ้มค่าเงิน มีระยะเวลาให้เลือกเดินทางจากการซื้อแพ็กเกจล่วงหน้า และยังสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการติดต่อเองโดยตรง เพราะการออกบูททุกครั้งได้รับการตรวจสอบจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าผู้ขายมีใบอนุญาตถูกต้องทุกราย ปัญหา ร้องเรียนการเอาเปรียบผู้บริโภคแทบไม่มี
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวเข้าหาผู้บริโภค โดยเห็นว่าการเข้าร่วมเอ็กซิบิชั่นแม้จะเสียค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 30,000 บาท สร้างกิจกรรมการตลาดแบบ below the line สร้างยอดขายได้มากกว่าการทุ่มเงินทำตลาดแบบ above the line ซื้อสื่อโฆษณาโดยไม่เห็นผลว่าผู้บริโภคจะมีการตอบสนองต่อโปรดักต์อย่างไร นายกฤตกล่าว
หน้า 33
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
