มาเก๊าเปิดเสรีการลงทุนกาสิโนเพียง 5 ปี ได้รับความสนใจจากทุนข้ามทวีป ดาหน้าลงทุนสร้างเมกะโปรเจ็กต์ กาสิโน คอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทน โครงการเกิดใหม่เริ่มทยอยเปิดมาตั้งแต่ต้นปี 2550 เรื่อยไปจนถึงปี 2552 รวม 7 โปรเจ็กต์ มูลค่าการลงทุนสูงถึง 16,542 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 562,428 ล้านบาทคู่ปรับทางธุรกิจกาสิโนกลุ่มใหญ่ของโลกใน มาเก๊า คือ สแตนลีย์ โฮ กรรมการผู้จัดการ SOCIEDADE DE JOGOS DE MACAU S.A. (SJM) เจ้าถิ่นผู้ถือครองสัมปทานกิจการเกือบจะทุกอย่างบนเกาะมาเก๊ามายาวนานกว่า 45 ปี เวลานี้โฮต้องเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญกับ เชลดอน เอเดลสัน ประธานกรรมการบริหาร ลาสเวกัส แซนด์ส คอร์ป บินข้ามทวีปอเมริกา มาโชว์ความเหนือชั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก
เชลดอน เอเดลสัน กล่าวว่า วันที่ 28 สิงหาคม 2550 จะบินข้ามทวีปมาเปิด เมกะโปรเจ็กต์ เวเนเชี่ยน มาเก๊า แบรนด์ เดอะโคไต สทริป (THE COTAI STRIP) มูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 4 แสนล้านบาท) สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ 120 เอเคอร์ ใหญ่อันดับ 2 ของโลก และใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เฟส 1 จะสร้างโรงแรมรีสอร์ต 10 โครงการ รวม 20,000 ห้อง รวมทั้งพื้นที่ห้องประชุมและคอนเวนชั่นขนาดใหญ่ในเอเชีย 2 แสน ตร.ม. ห้องเวเคชั่น สวีต 2,500 ตร.ม. ห้องเอ็นเตอร์เทน เมนต์ 25,000 ที่นั่ง ห้องเกม 1 แสน ตร.ม.
ไฮไลต์อยู่ตรงโครงการ เดอะ เวเนเชี่ยน มาเก๊า รีสอร์ต แอนด์ โฮเต็ล จะเปิดบริการ ห้องพักแบบสวีตมากถึง 3,000 ห้อง มีแกรนด์ คาแนล ช็อปปิ้ง ห้องประชุมและคอนเวนชั่นในโรงแรมขนาด 1 แสน ตร.ม. ร้านอาหารระดับเวิรลด์คลาส 30 ร้าน อีเวนต์เซ็นเตอร์ 15,000 ที่นั่ง และพื้นที่กาสิโน 50,00 ตร.ม. มีเกม 850 โต๊ะ กับสลอตแมชีน 4,000 ตู้
เชลดอน เอเดลสัน กับ สแตนลีย์ โฮ เคยเผชิญหน้าและปะทะคารมกันมาแล้วถึงขั้นท้าดวลว่า ถ้า ใครกลัว ก็ให้ถอนตัวออกจากวงการนี้ไป สไตล์ของ 2 คนจะต่างกันอย่างชัดเจน เชลดอนเจ้าของลาสเวกัสบุคลิกคือเจ้าพ่อแบบตะวันตก พร้อมปรากฏตัวต่อสาธารณะ ลุยทุกรูปแบบ ส่วนมิสเตอร์โฮ บุคลิกเจ้าพ่อแบบตะวันออก จะปรากฏตัวต่อสาธารณะแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานเคลียร์พื้นที่อยู่นาน และการกว่าจะตอบข้อมูลแต่ละเรื่องทีมที่ปรึกษาจะคอยขนาบข้างแนะแนวทางก่อนเสมอ
ภาพสะท้อนโครงสร้างการออกแบบอาคารต่างๆ ในกาสิโน คอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ก็เช่นกัน ถ้าเป็นของเชลดอนรูปทรงอาคารจะเน้นความโอ่อ่าสมัยใหม่ไฮเทคโนโลยี ภายในพื้นที่แยกสัดส่วนสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร มีทั้งโต๊ะเกม สลอตแมชีน ห้องพักโรงแรมรีสอร์ต ห้องประชุม-คอนเวนชั่น สถานที่ช็อปปิ้ง โรงภาพยนตร์ ลานจัดการแสดง
หากเป็นของมิสเตอร์โฮรูปทรงอาคารจะเน้น ฮวงจุ้ยจากยอดตึกถึงฐานรากเมกะโปรเจ็กต์ แกรนด์ ลิสบัว เพิ่งเปิดเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2550 ตึกรูปดอกบัวรายล้อมด้วยปากฉลามตรงกลางอาคารมีสถาปัตยกรรมรูปไข่ทำจากคริสตัล มีไว้ดูดทรัพย์ลูกค้า สิ่งอำนวยความสะดวกด้านอื่นก็มีเพียงโรงแรมจำนวนไม่มาก ร้านอาหาร
เวเนเชี่ยน มาเก๊า : เดอะ โคไต สทริป เป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ที่เชลดอนทุ่มทุนสร้างเพื่อสร้างสัญลักษณ์ธุรกิจให้เป็น ลาสเวกัสเอเชีย ชุมทางการตลาดครบวงจรรองรับกำลังซื้อกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มธุรกิจไมซ์ (MICE : meeting-incentive-convention-exhibition)
จารุณี ตันตินุกูล ตัวแทนผู้จัดการการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตลาด นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเก๊าเติบโตแบบก้าวกระโดด สถิติ 3 ปีนี้ ตั้งแต่ปี 2548 จำนวน 18.7 ล้านคน ปี 2549 เพิ่มเป็น 21.99 ล้านคน ปี 2550 เพียง 2 เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ มีกว่า 4.2 ล้านคน การคำนวณรายได้จะแยกรายได้ท่องเที่ยวออกจากกาสิโน ผลการดำเนินงานกาสิโนปี 2548 มีรายรับ 45,800 ล้านปาตาการ์ (1 ปาตาการ์ = 4.4 บาท) ปี 2549 ทำได้ 39,252 ล้านบาท
โดยมีโครงการลงทุนใหม่ที่น่าสนใจถึง 7 โครงการ ได้แก่ โครงการ ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ มูลค่าการลงทุน 230 ล้านเหรียญสหรัฐ 111,500 ตร.ม. โครงการในเครือโซไซเดด เดอ โจโกส เดอ มาเก๊า เอส.เอ. ของสแตนลีย์ โฮ มี 3 โครงการ Ponte Theme Park มูลค่า 287 ล้านเหรียญสหรัฐ ขนาด 130,000 ตร.ม. แกรนด์ ลิสบัว มูลค่า 625 ล้านเหรียญสหรัฐ ขนาด 136,000 ตร.ม. เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ มาเก๊า มูลค่า 1,060 ล้านเหรียญสหรัฐ (ของแพนซี โฮ บุตรสาวสแตนลีย์ โฮ กับเอ็มจีเอ็ม มิราจ ออสเตรเลีย)
โครงการเครือเวเนเชี่ยน มาเก๊า เอส.เอ. ของเชลดอน เอเดลสัน มี 2 โครงการ แซนด์ มาเก๊า มูลค่า 240 ล้านเหรียญสหรัฐ ขนาด 24,400 ตร.ม. และ THE COTAI STRIP มูลค่า 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 120 เอเคอร์ 10 โรงแรม 2 หมื่นห้อง และ มาเก๊า สตูดิโอ ซิตี้ ของกลุ่มทุนอื่น มูลค่า 1,900-2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ
การห้ำหั่นของ มาเก๊า ผู้นำเกมธุรกิจเทรนด์ใหม่ กาสิโน คอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็นสีสันของเอเชียอย่างแท้จริง
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
