ไทยลั่นควงแอร์บัส พี.อาร์.ทั่วโลก ทอท.-การบินไทย โชว์ 2 สนามบินอินเตอร์ สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ ขีดความสามารถพร้อมครบวงจรรองรับเครื่อง A380 สนามบินอินเตอร์ 2 แห่ง สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ อภินันทน์ สุมนะเศรณี ย้ำฝูงบินใหม่ A380 จำนวน 6 ลำ นำเข้าแน่ปี53 เปิดเกมรุกเพิ่มรายได้ 5 เส้นทาง ลอนดอน แฟรงก์เฟิร์ต ปารีส เซี่ยงไฮ้ โตเกียวเรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ระหว่าง 30 สิงหาคม-2 กันยายนนี้แอร์บัสรุ่นล่าสุดของโลก A380 จะมาโชว์ในเมืองไทยแห่งแรกในเอเชีย จึงวางกลยุทธ์จะใช้โอกาสการบินมาแนะนำสินค้าครั้งนี้โฆษณา ประชาสัมพันธ์ความพร้อมฝูงบิน โดยการบินไทยทำสัญญาสั่งซื้อลอตใหม่ไว้ 6 ลำ ตามแผนจะทยอยส่งมอบปีแรก 2553 เพื่อนำเข้ามาเพิ่มรายได้หลักระหว่างกรุงเทพฯสู่เส้นทางหลัก
จากจำนวนที่นั่งซึ่งจะเพิ่มขึ้นกว่าเที่ยวละ 130 ที่นั่ง/ลำ ปัจจุบันใช้เครื่องบินโบอิ้ง B747-400 ขนาดบรรทุก 390 ที่นั่ง/ลำ อนาคตหลังปี 2553 จะใช้เครื่องบินแอร์บัส A380 ขนาดบรรทุก 520 ที่นั่ง เพิ่มยอดขายได้กว่าปีละ 10% วางแผนนำมาใช้บินเส้นทางทำเงิน 2 จุดหมาย
คือเที่ยวบินกลางคืนบินข้ามทวีประหว่างกรุงเทพฯ-ยุโรป 3 เมืองใหญ่ ลอนดอน (อังกฤษ) แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) และปารีส (ฝรั่งเศส) และเสริมทัพเที่ยวบินกลางวันในภูมิภาคเอเชีย 2 เมืองเซี่ยงไฮ้ (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และโตเกียว (ญี่ปุ่น)
กลยุทธ์อีกทางที่จะช่วยเร่งยอดขายคือการวางแผนติดตั้งเก้าอี้ในห้องโดยสารเครื่องบิน 520 ที่นั่ง ด้วย 4 คลาส ชั้นหนึ่ง (first class) ชั้นธุรกิจ (business class) ชั้นประหยัดพิเศษ (premium economy class) และชั้นประหยัด (economy class) รายได้จากการขายตั๋วที่นั่งชั้นพรีเมี่ยมถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้โดยสารการบินไทยและเป็นราคาใหม่สูงกว่าชั้นประหยัด สนับสนุนรายได้เพิ่มอัตโนมัติ
ไฮไลต์การตกแต่งบริการภายในเครื่องบินฝูงนี้ ทั้งเก้าอี้ อุปกรณ์ และระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังมีเวลาอีก 1-2 ปี เนื่องจากแอร์บัสส่งมอบล่าช้าจากเดิมปี 2551 เลื่อนไปเป็นปี 2553 เลือกลงทุนให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยจะตัดสินใจก่อนรับมอบล่วงหน้า 1 ปี ประมาณกลางปี 2552 แม้แต่การเลือกเครื่องยนต์ที่จะติดตั้งในฝูงบิน A380 ก็จะเปรียบเทียบความคุ้มค่าและผลตอบแทนการลงทุนเป็นอย่างดี
ฝ่ายวางแผนและฝ่ายการพาณิชย์การบินไทยหารือกันถึงการวางยุทธศาสตร์สร้างผลตอบแทนการลงทุนมากที่สุด จากการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างแอร์บัส A380 กับโบอิ้ง B747-400 พบว่าจำนวนที่นั่งจะเพิ่มอย่างต่ำ 130 ที่นั่ง จาก 390 ที่นั่ง เป็น 520 ที่นั่ง ดีดีการบินไทยกล่าวและว่า
กรณีเมื่อสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส นำเครื่องเข้ามาบินก่อนตั้งแต่ตุลาคม 2550 ส่วนการบินไทยจะต้องรออีกถึงปี 2553 แทบจะไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบเนื่องจากยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายจุดบินเข้ายุโรปไม่ได้แข่งขัน ทั้ง 2 สายการบินมีจุดขายต่างกัน และคงจะไม่มีผู้โดยสารซื้อตั๋วจากกรุงเทพฯบินไปนั่งสิงคโปร์เพื่อต่อเที่ยวบินข้ามทวีปสู่ยุโรป
เรืออากาศโทสุธารา ห่วงสุวรรณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า แอร์บัสได้ประสานและส่งทีมงานเข้ามาสำรวจความพร้อมสนามบินเชียงใหม่ภายใต้เงื่อนไขการจำกัดน้ำหนักการขึ้น-ลงตามจำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินทดสอบเพียง 200 คน ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดพร้อมรองรับได้อย่างเต็มที่ ทั้งความยาวทางวิ่ง (runway) 3,400 เมตร และทางขับ (taxiway) และจะใช้หลุมจอดกลางลานบินหมายเลข 16-19 แทนการใช้สะพานเทียบเครื่องบิน (aerobridge) เนื่องจากการลงทุน ของเชียงใหม่ไม่จำเป็นจะต้องสร้างสะพานเทียบขนาดเท่านี้ไว้โดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากทุกวันนี้เพียงแค่รองรับโบอิ้ง B747-400 ก็มีมาใช้บริการน้อยมาก
อีกทั้ง ทอท.จะใช้โอกาสที่ทีมงานแอร์บัสนำเครื่องล่าสุดของโลก A380 มาทดลองใช้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและสนามบินเชียงใหม่ เปิดกลยุทธ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ขีดความสามารถไปพร้อมกัน ถือเป็นแผนงานที่ดีของทั้ง ทอท.และแอร์บัส
สำหรับสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ได้ทยอยลงทุนปรับปรุงและขยายอาคารผู้โดยสารต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี ระหว่าง 2547-2550 ด้วยงบประมาณ 2,129 ล้านบาท ขณะนี้ได้เปิดบริการอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยรองรับผู้โดยสารหมุนเวียนในชั่วโมงเร่งด่วนได้ 1,000 คน ตั้งแต่กันยายนนี้จะเริ่มปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเป็นอาคารในประเทศรับได้ 1,000-1,500 คน กำหนดจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี สามารถเปิดบริการให้ทันตารางบินฤดูหนาวปี 2551 ปัจจุบันมีเที่ยวบินบริการวันละ 70-75 เที่ยว สร้างรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10%
นายเจมส์ บอลลอจ ผู้อำนวยการมาตรฐานบริการเที่ยวบิน สหพันธ์การบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) กล่าวว่าขณะนี้มีสนามบินนานาชาติทั่วโลกที่พร้อมรองรับแอร์บัส A380 ตามมาตรฐานแท็กซี่เวย์ต้องใช้กว้าง 45 เมตร
นายมาริโอ ไฮเนน รองประธานบริหารแอร์บัส A380 ยืนยันว่า สนามบินทั่วโลกที่มีขีดความสามารถด้านการรองรับเครื่องบินรุ่นนี้ได้ภายในปี 2554 จะมี 45 สนามบินจากทั้งหมด 70 สนามบิน ได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามโปรแกรมครบวงจร ทั้งทางด้านแผนปฏิบัติการสายการบิน การบริการภาคพื้น นักบิน สมาคมการค้า พร้อมจะผนึกไปสู่เป้าหมายเดียวกันเรื่องการดูแลค่าเฉลี่ยสิ่งแวดล้อมรอบอาณาเขตสนามบินทุกแห่ง
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
