คอลัมน์ พาทัวร์เรือหางยาว 6 ลำ แล่นเรียงลำต่อลำเป็นเส้นคดโค้งบนผืนน้ำกว้างคล้ายอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่เหลือร่องรอย แม่น้ำรันตี จะก็มีแต่ชายชราผู้ถือหางเสือเรือจ่าฝูงเท่านั้นที่ดูจะชำนาญร่องน้ำเดิมของ สังขละบุรี และนำทางพาฝูงเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวหลบหลีกตอไม้ที่เป็นกับดักอยู่ใต้น้ำได้อย่างปลอดภัย
หลังการสร้างเขื่อนเขาแหลม น้ำจำนวนมากไหลบ่าเข้ามาจมทุกสรรพสิ่งบนผืนดิน ทั้งทางรถไฟสายมรณะทอดยาวไปถึงพม่าซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยคันดินบางส่วนโผล่พ้นน้ำ รวมทั้ง วัดวังก์วิเวการาม (วัดเดิม) ของ หลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งถ้าเป็นฤดูน้ำหลากเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ระดับน้ำจะขึ้นสูงจนเกือบมิดตัววัดทั้งหลัง ทำให้นักท่องเที่ยวได้ ล่องเรือเหนือวัดเก่าผ่านแผ่นน้ำที่เหมือนกระจกใส สร้างความอัศจรรย์ใจเหมือนกำลังชม เมืองใต้บาดาล
ลุงเณร จ่าฝูงเรือที่ทำหน้าที่เป็นไกด์ไปด้วย เล่าให้ฟังด้วยว่า น้ำจากเขื่อนยังท่วมกลบจุดตัดของแม่น้ำ 3 สาย ที่เรียกกันว่า สามประสบ คือ รันตี บิคลี่ และซองกาเลีย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแควลงไป ถ้าเป็นฤดูแล้งอาจยังพอเห็นร่องน้ำเดิมปรากฏ บางจุดน้ำอาจตื้นเขินถึงขนาดเดินข้ามฝั่งไปหากันได้เลย
การมาเยือนอำเภอทิศเหนือสุดพรมแดนติดกับพม่าครั้งนี้ สร้างความระทึกใจให้หลายคนมากกว่าเดิม เพราะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการขับรถผ่านทางหลวงเส้น 323 อันคดเคี้ยวมาใช้วิถีสายน้ำเข้าสู่เมืองแห่งอารยธรรมหลากหลายที่มีทั้งชุมชนชาวไทย ชาวมอญ และกะเหรี่ยง
จากเชิงสะพานรันตีเดินลัดเลาะลงมาที่หมู่เรือนแพริมน้ำ ลุงเณร เจ้าของทัวร์เรือหางยาวจะเตรียมรอรับนักท่องเที่ยวตามเวลาที่นัดหมายกันไว้ สนนราคาเหมาเรือ 1 ลำต่อ นักท่องเที่ยว 5-6 คนอยู่ที่ 500 บาท โดยมี เส้นทางพาไปชมร่องรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะอันดับแรก ตามด้วยการชมเมืองบาดาล
บริเวณไม่ไกลกันนัก เจดีย์พุทธคยาจำลอง ตั้งตระหง่านอยู่บนฝั่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองสังขละบุรีเช่นเดียวกับ สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อสะพานมอญ หรือสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย 850 เมตร สร้างขึ้นจากเจตนารมณ์ของหลวงพ่ออุตตมะที่ต้องการให้ชาวมอญและชาวไทยมีเส้นทางสัญจรข้ามแม่น้ำที่สะดวกสบาย และเป็นเครื่องแสดงถึงอุตสาหะของชาวมอญที่ไม่ย่อท้อชะตากรรม แม้จะเป็นเพียงคนพลัดถิ่นที่เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทย
นอกจากโปรแกรมเที่ยวชมวัดวังก์วิเวการาม และเจดีย์พุทธคยาจำลอง พร้อมกราบสังขารหลวงพ่ออุตตมะที่บรรจุอยู่ในโรงแก้วแล้ว นักผจญภัยยังนิยมเดินทางไปล่องแพยาง- แพไม้ไผ่ที่น้ำตกตะเคียนทอง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสังขละไปเพียงครึ่งชั่วโมง
ถ้าความเมื่อยล้าหลังจากเสร็จสิ้นโปรแกรมแอดเวนเจอร์ สามารถแวะพักคลายล้าที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่เชิงเขาริมแม่น้ำแควน้อย แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนแห่งใหม่ของจังหวัด อยู่ภายใต้การบริหารงานของโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจที่พร้อมเปิดให้บริการเต็มตัวในอีก 2 เดือนข้างหน้าในรูปของสปาที่มาพร้อมวิวธรรมชาติของแม่น้ำ เข้าถึงได้ด้วยการขับรถ 72 ก.ม.จากตัวเมืองมาทางอำเภอไทรโยค หรือนั่งเรือล่องมาตามแม่น้ำแควน้อยก็ได้
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่อีกแห่งที่ชาวกาญจนบุรีภูมิใจนำเสนอ คือ สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ใช้เวลาขับรถไม่ถึง 30 นาทีจากตัวเมือง เมื่อถึงแยกลาดหญ้าเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางสู่อำเภอบ่อพลอย แล้วเลี้ยวซ้ายที่ถนนตรงข้ามสวนสัตว์ค่ายสุรสีห์ ก็จะเห็นทางเข้าสู่ พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ ด้านขวามือ
สนใจร่วมตามรอยเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของกาญจนบุรี ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.ภาคกลาง เขต 1 โทร.034-511-200 หรือติดต่อเรือนำเที่ยวสังขละบุรีได้ที่ 034-595-360
หน้า 29
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
