เพื่อเป็นการป้องกันตำแหน่งแชมป์ประเทศเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวตามพยากรณ์ของสมาคมท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (PATA) ระบุไว้ว่าปี 2551 ประเทศไทย ยอดนิยม 1 ใน 5 อันดับแรกของเอเชีย ในการจัดทำแผนปฏิบัติการตลาดปี 2551 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขานรับด้วยการโชว์ ยุทธศาสตร์เข้าสู่สนามแข่งคัดพันธุ์ใหม่ๆ ของ สินค้า แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมวางขายในประเทศและตลาดโลกททท.ใช้หลักวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่จะมีโดยตรงและฉับพลันต่อการขยายตัวและแตกย่อยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทยครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน คือ กลุ่มตลาด แหล่งท่องเที่ยว สินค้า/กิจกรรม
ตลาดต่างประเทศ ททท.จะเพิ่มสีสันกลยุทธ์ใหม่ 3 ส่วน ได้แก่ การขยายตลาดพันธุ์ใหม่ มากขึ้นอีก 12 กลุ่ม ดัน แหล่งท่องเที่ยวที่เข้าสู่ความนิยม 13 พื้นที่ และออกแบบ สินค้า/กิจกรรม กระตุ้นรายได้จากสินค้าใหม่ 4 สไตล์ ช็อปปิ้ง ธีมปาร์ก บูติครีสอร์ต และลองสเตย์
ตลาดในประเทศ ก็ใช้สูตร 3 ส่วน คือ ค้นหาตลาด 3 พันธุ์ใหม่ คนวัยก่อนทำงาน-นักธุรกิจ-ผู้สูงวัยเกษียณ คู่ขนานกับการอัด สินค้าแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ความนิยม 11 พื้นที่ และเลือกเฟ้นกิจกรรมความท้าทายแปลกแหวกแนว 9 สไตล์
เทรนด์ที่ ททท.กำลังสร้างเพื่อแจ้งเกิดปี 2551 ตลาดต่างประเทศ เพิ่มพื้นที่การท่องเที่ยวใหม่ 13 แห่ง หัวหิน-ชะอำ เกาะช้าง เกาะยาว เกาะลันตา เกาะราชา เขาหลัก หมู่เกาะสุรินทร์ ตรัง สตูล ปาย สุโขทัย เขาใหญ่ หนองคาย นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวติดตลาดเดิมๆ 8 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา สมุย กระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย อยุธยา กาญจนบุรี
จากนั้นจะปัดฝุ่นสินค้าและจัดกิจกรรม 3 อย่าง 1) ช็อปปิ้งในจตุจักร สวนลุม ไนท์บาซาร์ สยามพารากอน สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล 2) สวนสนุก (Theme park) ไนท์ซาฟารี ดรีมเวิลด์ สุภัทราแลนด์ และ 3) บูติครีสอร์ตและลองสเตย์ นำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย การเล่นเรือใบ เรือยอชต์ เรือสำราญ เพิ่มเติมจากสินค้าหรือกิจกรรมเดิมๆ อย่างชมเมือง/ทิวทัศน์ วัฒนธรรมประเพณี หาดทรายชายทะเล สถานบันเทิง กอล์ฟ ดำนำ
เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายตลาดต่างประเทศพันธุ์ใหม่ที่ ททท.ตั้งไว้ 11 กลุ่ม มีนักเรียน-นักศึกษา คนก่อนวัยทำงาน ยัปปี้ อาสาสมัคร นักดื่ม นักปีนป่าย เบบี้บูมหรือลองสเตย์ กลุ่มคนรักสุขภาพและความงาม กลุ่มกอล์ฟหญิง กลุ่มเล่นเรือใบ-เรือยอชต์ กลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา แตกต่างจากเดิมกำหนดไว้กว้างๆ เพียง 6 กลุ่ม คือ กลุ่มวัยทำงาน ครอบครัว คู่แต่งงาน-ฮันนีมูน กอล์ฟชาย ไมซ์และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
สำหรับวิธีเข้าถึงพุ่งเป้าไปยังการ ปรับสินค้าให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการสร้างโปรแกรมอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางเที่ยวตามลำพัง (FIT) มากขึ้นโดยยืดหยุ่นเงื่อนไข หรือหาแหล่งท่องเที่ยวสงบชายทะเล ใส่ใจสุขภาพ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ใช้สื่อร่วมสมัยค้นข้อมูลและจองซื้อบริการ รวบรวมสิ่งเหล่านี้ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำการท่องเที่ยวออกวางขาย
กลยุทธ์ที่จะใช้กับ ตลาดในประเทศ ททท. กำหนดโครงสร้างคล้ายกันกับต่างประเทศมี 3 ส่วน ถ้าเป็น ตลาดพันธุ์ใหม่ เจาะจงไปยังนักท่องเที่ยว 3 วัย คือ วัยก่อนทำงาน วัยทำธุรกิจ และวัยเกษียณหรือสูงอายุ ต่างจากตลาดกลุ่มเดิมมี 4 วัย วัยทำงาน ข้าราชการ ครอบครัว และวัยเรียน-ศึกษา ใช้สูตรกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเงินเดินทางโดย ทำทัวร์ระยะใกล้ ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์คลายเครียด ทัวร์กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว และทัวร์สุขภาพ เพิ่มความถี่การวางขายและประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง
การคัดสรร แหล่งท่องเที่ยว เข้าสู่เทรนด์ ปี 2551 จะมี 12 พื้นที่ จันทบุรี ลำปาง เกาะช้าง ภูเก็ต ลำพูน กระบี่ เชียงราย สระแก้ว สุรินทร์ นครนายก ตรัง ต่างจากเดิมที่คนไทยมักเที่ยวกระจุกอยู่ 10 พื้นที่ กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ชะอำ ระยอง ลพบุรี ขอนแก่น สระบุรี อยุธยา พัทยา อุดรธานี
ส่วนสุดท้าย สินค้าหรือกิจกรรม มีอยู่ 3 ประเภทหลัก 1) สินค้าในความสนใจเฉพาะ เช่น ดำน้ำ ผจญภัย เที่ยวธรรมชาติ 2) สร้างเสริมประสบการณ์และการเรียนรู้สนุกๆ เช่น ฟาร์มโชคชัย ท่องเที่ยวในชุมชน ค่ายเยาวชน 3) กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เช่น อาสาสมัคร ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำเก็บขยะ ต่างจากเดิมที่มีเพียง หาดทรายชายทะเล ชมเมือง/ ทิวทัศน์ น้ำตก ป่าเขา วัฒนธรรม ประเพณี ช็อปปิ้ง สถานบันเทิง
นายอักกะพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านวางแผนและพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้จัดประชุมระดมความเห็นด้านตลาดท่องเที่ยว (focus group) เมื่อ 26 มิถุนายน 2550 ระหว่างภาครัฐและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมและหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปจัดทำเป็นแผนการตลาดประจำปี 2551 โดยเตรียมจัดประชุมผู้บริหารสำนักงาน ททท.ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ระหว่าง 9-12 กรกฎาคมนี้ที่โรงแรมดุสิต รีสอร์ต ชะอำ จากนั้นก็จะนำมาประชาสัมพันธ์และผนึกความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งหมดเดินหน้าขยายตลาดนักท่องเที่ยว สร้างสินค้าและกิจกรรมตามกลยุทธ์ที่คิดร่วมกันตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2550 เป็นต้นไป
สำหรับอันดับความนิยมมาเที่ยวเมืองไทย สมาคมท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก คาดการณ์ปี 2551 (ดูตารางประกอบ) เมื่อสำรวจนักท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มผู้นำตลาดโลก 10 ประเทศ ไทยติด 1 ใน 5 โดยเฉพาะฮ่องกงเลือกไทยอันดับ 1 เลือกไทยอันดับ 2 เกาหลี สิงคโปร์ อินเดีย เลือกไทยอันดับ 3 จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น แคนาดา เลือกไทยอันดับ 4 และอเมริกา เลือกไทยอันดับ 5
แผนพัฒนาการตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2551 ที่จะสรุปกันในวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2550 นี้ เป็นปีแห่งการคิดค้นเทรนด์พันธุ์ใหม่ กลุ่มตลาด-แหล่งท่องเที่ยว-สินค้า/กิจกรรม ขึ้นมาสนองความต้องการแก่ ผู้ประกอบธุรกิจทั้งประเทศ
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
