ททท.ปิ๊งแคมเปญ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ 72 ชั่วโมง ค่าย มาสเตอร์การ์ด จองเป็นสปอนเซอร์หลัก ชิมลางทำคู่มือแหล่งเที่ยวเทรนดี้รับกระแสตลาดอินบาวนด์ FIT ยุคใหม่ระดับบีบวก สิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง รวบรวมรีสอร์ต ร้านอาหาร ผับ บาร์ สปา กอล์ฟ บิวตี้ ทั่วกรุงเทพฯ พาเหรดขายดีเดย์ตุลาคมนี้นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าด้านต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า วางแผนส่งเสริมตลาดต่างประเทศที่จะเปิดแคมเปญปีงบประมาณ 2550 ตั้งแต่ตุลาคม 2549 นี้ จะทำโครงการ Amazing Thailand 72 Hour หรือโครงการ จะมาทำอะไรในเมืองไทย 3 วัน ปลุกกระแสนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวโดยลำพัง (FIT) ได้ทำ 3 กิจกรรมหลัก เที่ยว กิน ช็อป
ททท.ตกลงจะร่วมกับ 3 พันธมิตร ฮันนีมูน แทรเวล มาสเตอร์การ์ด ซึ่งมีเครือข่ายธนาคารและสายการบินสมาชิก ร่วมกันทำคู่มือแพ็กเกจการท่องเที่ยวเมืองไทยชุดแรกพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ 50,000 เล่ม เจาะกำลังซื้อกลุ่ม FIT ระดับบีบวกที่เดินทางด้วยความถี่สูงมาเมืองไทยซ้ำๆ ปีละหลายครั้ง พื้นที่เป้าหมายเป็นตลาดประเทศแถบใกล้บ้าน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มแวะพัก และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้ ตามแผนประมาณเดือนกรกฎาคมจะไปเปิดตัวที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อประเมินความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวแต่ละสไตล์
รองผู้ว่าด้านตลาดต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมโปรดักต์ยุคใหม่ (trendy product) เน้นเสน่ห์และความเก๋ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้เองอย่างเหมาะสมกับรสนิยมกับกลุ่มตลาด FIT พื้นที่แรกจะอยู่บริเวณกรุงเทพฯและรอบปริมณฑล มีโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร บิวตี้ซาลอน ทำเล็บ ผับ บาร์ สปา สนามกอล์ฟ สถานที่ท่องเที่ยวแนวใหม่ ต่างจากเดิมจะเน้นขายสถานที่เที่ยวเฉพาะ วัดและพระราชวังเป็นหลัก จากนั้นจะทยอยขยายพื้นที่ทำคู่มือเที่ยวจังหวัดหลัก ภูเก็ต เชียงใหม่
ส่วนสิทธิประโยชน์การเที่ยวเมืองไทยภายใน 3 วัน บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดจะมอบความพิเศษให้ตลอดแคมเปญ มีทั้งส่วนลดและความคุ้มค่าเงินมากมาย โดยมีธุรกิจกลุ่มต่างๆ ในคอนเซ็ปต์ตามคู่มือมอบส่วนลดให้เช่นกัน เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวใช้จ่ายอย่างเต็มที่ตลอดการพักผ่อน เพิ่มขึ้นจากปกติ 8-10%
อย่างไรก็ตามเมื่อคู่มือเล่มนี้แล้วเสร็จจะวางขายในตลาดผ่านสำนักงานธนาคารต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรของมาสเตอร์การ์ด และสายการบินนานาชาติ เช่น การบินไทย
หน้า .3
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
