ไอทีโหนกระแสอนุรักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม เวอร์เดียมจับมือไมโครซอฟท์และกลุ่มรณรงค์โลกร้อนผุดซอฟต์แวร์ฟรี เอดิสัน จัดการการใช้พลังงานเจาะกลุ่มผู้ใช้พีซีและโน้ตบุ๊กตามบ้านที่เป็นต้นเหตุปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 40% ของอุตฯไอที ทั้งหมดแนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่หันมาตื่นตัวนวัตกรรมสีเขียวช่วยประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่ามุ่งให้ความสำคัญกับองค์กรขนาดใหญ่และโดยเฉพาะในส่วนศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการใช้พลังงานประมวลผลป้อนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก หากแต่ล่าสุดมีความพยายามที่จะขยายแนวคิดประหยัดพลังงานออกไปในกลุ่มใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโน้ตบุ๊กรวมแล้วกว่าหลายร้อยล้านเครื่องที่มีใช้กันอยู่ทั่วโลก
โดยเป็นการจับมือร่วมกันระหว่างไมโครซอฟท์ องค์กรริเริ่มคอมพิวเตอร์ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไคลเมท เซฟเวอร์ส ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่หวังผลกำไร และธุรกิจน้องใหม่ที่ชื่อเวอร์เดียม พัฒนาซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในการช่วยลดการใช้พลังงานสำหรับคอมพิวเตอร์ตามบ้าน
ซอฟต์แวร์ดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า เอดิสัน เป็นซอฟต์แวร์เพื่อช่วยประหยัดพลังงานสำหรับคอมพิวเตอร์กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งเวอร์เดียมขายให้กับลูกค้าองค์กร โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจและรัฐบาลประมาณ 180 ราย ในที่นี้รวมถึง ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ซึ่งผนวกโปรแกรมเฝ้าสำรวจ (Surveyor) ของเวอร์เดียมลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ขายให้องค์กรต่างๆ และแม้นายเควิน คลัสต์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวอร์เดียมจะไม่เปิดเผยตัวเลขยอดขายที่แน่นอน แต่ก็ระบุว่า รายได้ในปีนี้น่าจะขยับขึ้นอีก 3 เท่าตัว
สำหรับคุณสมบัติของซอฟต์แวร์เอดิสัน เป็นต้นว่า หากผู้ใช้สั่งการซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมเครื่องให้อยู่ในสถานะ หลับลึก (deep sleep) หลังจากไม่กี่นาทีที่ไม่มีการเคาะแป้นพิมพ์ ไฟที่ไปหล่อเลี้ยงฮาร์ดดิสก์ก็จะลดลงทันทีทำให้เครื่องใช้พลังงานเพียง 5% ของการใช้พลังงานตามปกติ
นายคลัสต์เนอร์ระบุว่า การนำซอฟต์แวร์เอดิสันมาใช้บริหารจัดการการใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์จะทำให้ค่าไฟฟ้าในครัวเรือนลดลงได้ราว 20-95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีต่อเครื่อง ซึ่งก็ขึ้นกับต้นทุนไฟฟ้าแต่ละแห่งและรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้วย
จากจำนวนคอมพิวเตอร์ที่มีใช้ทั่วโลกไม่ต่ำกว่าพันล้านเครื่อง นับเป็นเม็ดเงินมหาศาลที่จะประหยัดลงได้ เช่นเดียวกับโอกาสที่จะช่วยลดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการประเมินของบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ฯ ประมาณ 40% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการก่อโลกร้อนที่ปล่อยออกมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารโทรคมนาคม ล้วนมาจากคอมพิวเตอร์ ในสัดส่วนดังกล่าวมาจากคอมพิวเตอร์ในศูนย์ข้อมูล 23% และที่เหลือมาจากอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคมและเครื่องพิมพ์
ด้านกลุ่มไคลเมท เซฟเวอร์ส ซึ่งประกอบด้วยบริษัทด้านเทคโนโลยีและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมคอมพิวเตอร์ศูนย์ข้อมูล และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งราวครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องใช้ตามบ้าน ลงให้ได้ 54 ล้านตันภายในปี 2553 หรือเทียบเท่าการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ 11 ล้านคันต่อปี
สำหรับซอฟต์แวร์เอดิสันสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บเวอร์เดียม (verdiem.com) เว็บไมโครซอฟท์ (microsoft.com/environment) และของไคลเมท เซฟเวอร์ส (climatesaverscomputing.org)
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
