สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ เบนเข็มพาซอฟต์แวร์ไทยโกอินเตอร์ หลังเศรษฐกิจพ่นพิษทำตลาดในประเทศหด ชูกลยุทธ์วิเคราะห์ความต้องการแต่ละประเทศ ก่อนทำตลาดเชิงรุก เคาะประตูบ้านโชว์ฝีมือคนไทย ล่าสุดนำผู้ประกอบการไทย 9 รายเดินสายเมืองปลาดิบ คาดเกิดดิวธุรกิจมูลค่า 600 ล้านดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฎิภาณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่าซิป้าได้วางเป้าหมายเพื่อเป้าหมายที่ซิป้าวางไว้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์ไปยังตลาดต่างประเทศ 20,000-30,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศที่สำคัญคือ การร่วมมือกับสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD และกรมส่งเสริมการส่งออก ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของแต่ละประเทศ และมุ่งการทำตลาดเชิงรุก โดยในการเดินทางไปขายต่างประเทศหรือ โรดโชว์ ทุกครั้งจะต้องจัดให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติ
ในอดีตเราเน้นการส่งเสริมการทำตลาดในประเทศ แต่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการชะลอตัวของตลาด อุตสาหกรรมไปไม่ได้ และทำให้ต้องมองหาตลาดต่างประเทศเข้ามาทดแทน โดยการเดินไปเคาะประตูบ้านเขาให้เห็นผลงานระดับอินเตอร์
โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ต่างประเทศ และกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย และต่างชาติ ไปแล้ว 5 ประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีความต้องการต่างกัน เช่น เวียดนาม ซึ่งไม่มีธุรกิจพื้นฐาน ทำให้มีความต้องการซอฟต์แวร์ด้านการเงินการธนาคาร ตลาดหุ้น และโรงพยาบาล รวมถึงซอฟต์แวร์ด้านอี-เลิร์นนิ่ง ขณะที่ลาว มีความต้องการซอฟต์แวร์สำหรับกลุ่มองค์กรขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี อี-โกเวิร์นเมนต์ และการพัฒนาบุคลากรไอที ส่วนสิงคโปร์ ต้องการเป็นผู้ดูแลการค้าต่างประเทศให้กับซอฟต์แวร์ไทย และมีความต้องการซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร และเกาหลีใต้ นั้นตลาดเกมออนไลน์มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการรายย่อยสามารถปิดดิวธุรกิจได้มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
ดร.รุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ล่าสุดได้นำผู้ประกอบการไทย 9 ราย อาทิ อิเมจิแม็กซ์ , เดอะมัง สตูดิโอ , ดรีมเอ็กซ์เพรส,มีเดียออฟมีเดียส์ และไรท์บียอร์น เดินทางเข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการบันเทิง และดิจิตอลคอนเทนต์ ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมาตลาดอุตสาหกรรมดังกล่าวในประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่ามหาศาลแต่เป็นตลาดข้างปิด อย่างไรก็ตามการพาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมบันเทิง และดิจิตอลคอนเทนต์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพของคนไทย ทั้งนี้คาดว่าจะสร้างให้เกิดการเจรจาธุรกิจมูลค่าไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
อนึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ International Exhibition & Trade Mission ปี 2551 มากกว่า 100 ราย มีโครงการเจรจาระหว่างผู้ประกอบการ 1,684 โครงการ มีมูลค่าของการเจรจาประมาณ 2,268,100,000 บาท และมีจำนวนการเซ็นสัญญา 109 โครงการ ขณะที่มีมูลค่าการเซ็นสัญญา 774,400,000 บาท
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
