เปิดข้อมูลด้านการตลาดเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เผยโนเกียยึดยุทธศาสตร์ตัดราคาไล่บี้คู่แข่งท่ามกลางสถานการณ์ตลาดในมะกันและยุโรปที่กำลังซื้อแผ่วจากพิษเศรษฐกิจขาลง เน้นกลุ่มสินค้าคุณสมบัติเด่นด้านมีเดียและเพลงเป็นหลัก ในบางรุ่นลดสูงสุดถึง 10% นักวิเคราะห์ชี้ โซนี่ อีริคสันอาจตกที่นั่งลำบาก เหตุกลุ่มสินค้าของคู่แข่งยักษ์ใหญ่ชนกับมือถือวอล์กแมนโดยตรงข้อมูลด้านการตลาดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของยุโรปชี้ว่า บริษัท โนเกียฯ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลกกำลังดำเนินมาตรการเชิงรุก เน้นปรับลดราคาเครื่องโทรศัพท์มือถือในหลายรุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันซ้ำเติมคู่แข่งรายอื่นที่ต้องเผชิญภาวะกำไรหดหายลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาด ขณะที่ความต้องการของตลาดกลุ่มสินค้าราคาแพงเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรปที่เผชิญแรงกดดันจากภาวะขาลงทางเศรษฐกิจจากปัญหาวิกฤติการเงินและสินเชื่อ
วงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยุโรปเปิดเผยว่า โนเกียปรับลดราคาสินค้าลงมามากถึง 10% เน้นกลุ่มโทรศัพท์มือถือที่มีคุณสมบัติเด่นด้านเพลงและมีเดียเป็นหลัก ส่วนผลิตภัณฑ์ในรุ่นอื่นๆ มีการปรับราคาลงมาบ้างเล็กน้อย ขณะที่ ข้อมูลด้านการตลาดในฟินแลนด์ชี้ว่า โนเกียปรับลดราคาสินค้าขายปลีกเฉลี่ยลงมามากที่สุดโดยเฉพาะในกลุ่มโทรศัพท์มือถือเน้นคุณสมบัติด้านการเล่นเพลงรุ่น 5310 และ 5610 และโทรศัพท์มือถือด้านมัลติมีเดียในรุ่น เอ็น81 ที่มีหน่วยความจุ 8 กิกะไบต์
นายเบน วูด ผู้อำนวยการด้านการวิจัยของบริษัทวิจัยด้านการตลาดซีซีเอส อินไซท์ แสดงความเห็นว่า การหั่นราคาสินค้าของโนเกียตามด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในรุ่นซูเปอร์โนวาโทรศัพท์มือถือชูคุณสมบัติเด่นด้านการเล่นเพลงที่มีราคาทำตลาดไม่สูงนัก จะสร้างแรงกดดันอย่างมากโดยเฉพาะกับคู่แข่งรายเล็กลงมาอย่างโซนี่ อีริคสันที่มีสินค้าทำตลาดในกลุ่มด้านเพลงและกล้องเป็นหลัก
จากข้อมูลของบริษัทวิจัย สตราติจี อะนาไลติกส์ และซีซีเอส อินไซท์ ระบุว่าในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมา โนเกียมีส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วน 41% โดยได้แรงหนุนหลักจากความต้องการในตลาดเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อินเดีย ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณยอดขายได้อย่างมาก ขณะที่ โมโตโรล่า ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกซึ่งมีผลประกอบการระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนดีกว่าที่คาดไว้ มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่ที่ 8.2%
ด้านโซนี่ อีริคสัน นอกจากจะได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันกับโนเกียแล้ว ยังเผชิญแรงกดดันจากภายในซึ่งในช่วงไตรมาสระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ส่วนแบ่งในตลาดปรับตัวลงมาอยู่ที่ 8.2% และมีแนวโน้มว่าจะต้องปรับลดคนราว 2,000 คน เนื่องจากประเมินสถานการณ์ตลอดปี 2551 แล้วว่าจะลำบากอย่างมาก
ส่วนค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากเอเชียทั้งแอลจี และซัมซุง โดยรวมมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ประกอบกับค่าเงินวอนที่อ่อนตัวลงช่วยทำให้ราคาสินค้าส่งออกได้เปรียบด้านการแข่งขันยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงไตรมาสเดียวกันนี้ ซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15.3% ขณะที่แอลจี อยู่ที่ 9.3%
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า ผู้ผลิตจากเกาหลีน่าจะมีสถานะได้เปรียบกว่าโซนี่ อีริคสัน และโมโตโรล่าในการแข่งขันด้านราคากับโนเกีย เนื่องจาก บริษัททั้งสองแห่งยังมีส่วนต่างกำไรจากการดำเนินเงินอยู่มากกว่า 14% ในไตรมาสดังกล่าว เทียบกับโนเกีย ซึ่งมีส่วนต่างกำไรจากการดำเนินงานในส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ราวๆ 20.3%
นอกจากยุทธศาสตร์การปรับลดราคาแล้ว โนเกียยังประกาศเตรียมทุ่มเม็ดเงินลงทุนอีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลงในธุรกิจร่วมลงทุน โนเกีย โกรท พาร์ตเนอร์ส เพื่อใช้สำหรับลงทุนต่อในบริษัทที่พัฒนาด้านบริการอิงเทคโนโลยีระบุตำแหน่งพิกัด ระบบการจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และเทคโนโลยีด้านโฆษณาและความบันเทิงไร้สาย เพื่อกระตุ้นการพัฒนาบริการและคุณสมบัติใหม่ๆ ลงในตลาดสื่อสารไร้สายด้วย ซึ่งจำนวนเงินลงทุนดังกล่าวส่งผลให้บริษัทร่วมลงทุนของโนเกีย มีทุนรวมแล้วถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแผนต่อจากนี้ โนเกียระบุที่จะตั้งสำนักงานทั้งในอินเดียและจีน เพื่อหาโอกาสเข้าไปลงทุนในบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
