ศูนย์วิจัยเคอาร์ซี ตัวแทนของบริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ฯได้ทำการสำรวจโดยการสุ่มโทรศัพท์หาชาวอเมริกาจำนวน 1,008 คน ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2551 โดยประมาณค่าความคลาดเคลื่อนไว้ร้อยละ 3.1 และค่าความแน่นอนร้อยละ 95 ผลจากการสำรวจได้ทำการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคในทุกช่วงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลและอุปกรณ์ดิจิตอลจำนวนมาก โดยเฉลี่ยถึง 1,660 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน (หรือ 56,440 บาทเทียบอัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับ 34 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 46 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ย ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะจัดเก็บข้อมูลเพลงไว้ 907 เพลง ภาพถ่าย 924 ภาพ ภาพยนตร์ 25 เรื่อง และเกม 7 เกม ในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือที่มีกล้องถ่ายภาพ เครื่องบันทึกวิดีโอดิจิตอล (DVRs) คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บข้อมูลของผู้บริโภคในปี 2548 จะเห็นว่า
- การจัดเก็บข้อมูลเพลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 134
- การจัดเก็บข้อมูลภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 138
- การจัดเก็บภาพยนตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 56
การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการ พฤติกรรม และทัศนคติต่อการจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลของชาวอเมริกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วง ยุคแห่งการจัดเก็บข้อมูลเทราไบต์ หรือ Tera Era ที่ปริมาณข้อมูลดิจิตอลถูกสร้าง เข้าถึง แบ่งปัน และจัดเก็บไว้ทั่วโลกนั้นยังคงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยเคอาร์ซีและฮิตาชิ ได้ทำการสำรวจผู้ใหญ่อายุระหว่าง 18-65 ปี(ขึ้นไป) จำนวน 1,008 คน ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การเปรียบเทียบการศึกษาในปี 2551 นี้เป็นการสำรวจเดียวกับในปี 2548 ซึ่งสรุปได้ดังนี้
อะไรคือมูลค่าของข้อมูลดิจิตอลทั้งหมด
โดยเฉลี่ยมูลค่าของข้อมูลดิจิตอลของผู้บริโภคอเมริกันอยู่ที่ 1,660 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 46
(ประมาณ 525 ดอลลาร์สหรัฐฯ) มากกว่าปี 2548 ซึ่งเฉลี่ยเพียง 1,135 ดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบร้อยละ 20 เห็นว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถประเมินค่าได้ จึงไม่แปลกที่ปริมาณการบันทึกข้อมูลประเภทเพลง ภาพถ่าย ภาพยนตร์ และเกมของผู้บริโภคในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุระหว่าง 18- 24 ปี) จัดเก็บข้อมูลเพลงในอุปกรณ์ดิจิตอลมากกว่าในช่วงอายุอื่นๆ ถึง 2,065 เพลง หรือเพิ่มขึ้นถึง 874 เพลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก
ผู้หญิงประเมินค่าของข้อมูลดิจิตอลมากกว่าผู้ชายจริงหรือ? จากการวิจัยพบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่เป็นเจ้าของอุปกรณ์ดิจิตอล(ร้อยละ46) ซึ่งตรงข้ามกับผู้ชายที่มีเพียงร้อยละ 35
การวิจัยยังพบอีกว่าภาพถ่ายดิจิตอลเป็นข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้มากที่สุด มีรายงานว่าผู้บริโภคอุปกรณ์ดิจิตอลมากกว่า 8 ใน10 หรือประมาณร้อยละ 82 บันทึกภาพถ่ายดิจิตอลไว้ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปี 2548
ในขณะที่สถิติของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นนั้นจัดเก็บเพลงไว้มากที่สุด แต่คนที่มีอายุ 35-44 ปีกลับเป็นกลุ่มที่จัดเก็บภาพถ่ายไว้มากที่สุดโดยเฉลี่ย 1,386 ภาพต่อคน ในทางกลับกันคนที่มีอายุ 18-24 นั้นเก็บไว้เพียง 957 ภาพเท่านั้น
และยังมีรายงานอีกว่า 3ใน10 ของผู้บริโภคหรือประมาณร้อยละ 32 บันทึกข้อมูลภาพยนตร์ ซึ่งเพิ่มจากร้อยละ 25 เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2548
การเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ดิจิตอล
ในปัจจุบันเกือบ 9 ใน10 ของชาวอเมริกัน (ประมาณร้อยละ 88) เป็นเจ้าของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลดิจิตอล โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องถ่ายรูปและเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด ซึ่งในขณะนี้ 6 ใน10 ของชาวอเมริกันใช้โทรศัพท์มือถือที่มีกล้องถ่ายรูปในตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตั้งแต่การศึกษาในปี 2548 เป็นต้นมา ส่วนจำนวนผู้ที่ใช้กล้องถ่ายรูปดิจิตอลก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 46 จากร้อยละ 31 ในปี 2548 เช่นกัน
เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ดิจิตอลที่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาผู้ใช้เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลนั้นเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากร้อยละ 19 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 43 ในปัจจุบัน
ในจำนวนผลการวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 46 มีเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นของตัวเอง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14 จากร้อยละ 31 และยังพบอีกว่าในปัจจุบันครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันใช้เครื่องบันทึกวิดีโอดิจิตอล(DVR) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ13 จากปี 2548 ส่วนการใช้เครื่องเล่นภาพยนตร์แบบพกพาก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 37 จากปี 2548
ที่มา :ฮิตาชิ จีเอสที
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
