อาร์เอสดิจิตอล ชูกลยุทธ์ พาร์ตเนอร์ชิพ มาร์เก็ตติ้ง กระตุ้นตลาดเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้ ผนึกกำลังพันธมิตร 5 ราย ขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ เผยสูตรดังกล่าวขยายฐานลูกค้าเพิ่ม คาดสิ้นปีรายได้โตขึ้นเท่าตัว ชี้กลุ่มคอนเทนต์บริการเอนเตอร์เทนเมนต์ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งถึง 90% มีมูลค่าตลาดรวมนับพันล้านบาทนายพอล มนัสถาวร ผู้อำนวยการสายงานอาร์เอสดิจิตอล บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) เผยว่า สำหรับแผนการทำตลาดในช่วงครึ่งปีสุดท้ายบริษัทให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตร โดยเฉพาะกับบริการเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้ ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆในบรรดาคอนเทนต์ที่เป็นดิจิตอลมิวสิก และมีความเชื่อว่าพันธมิตรจะเป็นส่วนผลักดันในการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมศักยภาพระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม อาร์เอสดิจิตอล และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ร่วมทำการตลาดบริการเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบริษัทเชื่อว่าหากพาร์ตเนอร์ที่มีอยู่เข้ามาช่วยทำการตลาดในส่วนของบริการเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้ จะสามารถช่วยขยายตลาดให้เข้าสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆและเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น
ในขณะที่สัดส่วนรายได้ของธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ที่วางไว้ในปีนี้ยังคงเป็นอัตราส่วนเท่าเดิม คือ บริการเสียงรอสาย 60% และ บริการโมบายคอนเทนต์ 40% โดยการทำตลาดในครั้งนี้บริษัทจะอาศัยจุดแข็งของพันธมิตรมาเป็นส่วนช่วยเสริมในการขยายฐานลูกค้าและจะทำให้ต่อยอดการใช้บริการเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้ในปีนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมาถึงเท่าตัวเลยก็ว่าได้
สำหรับการทำตลาดแบบ พาร์ตเนอร์ชิพ มาร์เก็ตติ้ง (Partnership Marketing) เป็นการเสริมศักยภาพของทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อาร์เอสดิจิตอล , เอไอเอส และ พันธมิตรอีกจำนวน 5 ราย ได้แก่ Tigermob , ebuzz4u , mobilefunny , n-content และ chickyclub พร้อมกันนี้ทางอาร์เอสดิจิตอลกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตรอีก 16 ราย เพื่อร่วมทำการตลาดบริการเสียงรอสาย
คอลลิ่งเมโลดี้ร่วมกับอาร์เอสดิจิตอลอีกด้วย
นายพอล ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันสัดส่วนการใช้บริการดาวน์โหลดโมบายคอนเทนต์ ที่ผู้ได้รับความนิยม คือ 1. บริการเสียงรอสาย 2.บริการเสียงเข้าแบบทรูโทน 3.บริการฟูลซองดาวน์โหลด 4.บริการฟูลวิดีโอดาวน์โหลด ซึ่งขณะนี้บริการเสริมกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภคยังคงเป็นกลุ่มคอนเทนต์ทางด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ คิดเป็น 90% ของบริการเสริมทั้งหมด โดยเฉพาะคอนเทนต์ทางด้านเสียงเพลงจัดเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับตลาดเพลงและโทรศัพท์เคลื่อนที่นับพันล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ในครึ่งปีสุดท้ายบริษัทได้ให้ความสำคัญกับบริการเสียงรอสายคอลลิ่งเมโลดี้ซึ่งเป็นตลาดที่โตมากในบรรดาบริการเสริมทั้งหมด และเชื่อว่ากลยุทธ์ในการทำตลาดรูปแบบนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
