ตลาดอุปกรณ์ไวร์เลสเน็ตเวิร์กโตพรวดกว่า 100% รับเทรนด์สื่อสารไร้สาย เอสเอ็มซี เผยเทคโนโลยีมาตรฐาน 802.11 กำลังมาแรง เหตุรับส่งข้อมูลเร็ว-ครอบคลุมมากกว่า แถมแนวโน้มราคาลดลง ขณะที่อัสซุสรุกหนักตลาดเครือข่ายไร้สาย มุ่งชูเทคโนโลยีแตกต่าง คาดโต 250%นายคมเพชร ไม้จัตุรัส ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอสเอ็มซี เน็ตเวิร์กส เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าตลาดอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย หรือไวร์เลส เน็ตเวิร์ก ในครึ่งปีแรก2551 มียอดการเติบโตกว่า 100% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของคอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊กและการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง กระตุ้นให้เกิดกระแสความนิยมการใช้งาน หรือทำงานแบบไร้สายมากขึ้น
สำหรับภาวะตลาดช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ายังมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย ประเภท ไวร์เลส เร้าเตอร์ หรือ เอดีเอสแอล โมเด็ม มาตรฐาน 802.11 n (เป็นมาตรฐาน IEEE (Institute of Electrical and Electronic Engineer) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้กำหนดมาตรฐานเครือข่ายไร้สายโดยใช้การกำหนด ตัวเลข 802.11 แล้วตามด้วยตัวอักษร เช่น 802.11b, 802.11a, 802.11g และ 802.11n เป็นต้น) ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลและระยะทางการส่งสัญญาณมากกว่าอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย มาตรฐาน 802.11 g โดยสามารถรับส่งข้อมูล ด้วยความเร็ว 300 เมกะบิตต่อวินาที และมีระยะเวลาครอบคลุมพื้นที่มากกว่ามาตรฐาน 802.11g ประมาณ 30-50%
ขณะเดียวกันในครึ่งปีหลังจะมีโน้ตบุ๊กรุ่นที่รองรับกับมาตรฐาน 802.11n ออกมาในตลาดมากขึ้น ในขณะที่แนวโน้มอุปกรณ์ไร้สายที่รองรับมาตรฐาน 802.11n ยังมีราคาต่ำลง โดยปัจจุบันราคาของอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายมาตรฐาน 802.11 n ยังแพงกว่าอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายมาตรฐาน 802.11 g ที่มีความเร็วรับส่ง 54 เมกะบิต ประมาณเท่าตัว
ภายในสิ้นปีนี้อุปกรณ์เครือข่ายไร้สายมาตรฐาน 802.11 n จะมีสัดส่วนตลาดประมาณ 30% ของตลาดรวม จากปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดประมาณ 10% ของตลาดรวม และเชื่อว่าในปีหน้าสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% ของตลาดรวม
ด้านนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย หรือ ไวร์เลสเน็ตเวิร์ก ประมาณ 7 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 250% โดยปีที่ผ่านมามียอดขายสินค้ากลุ่มดังกล่าว 3 ล้านบาท โดยกลยุทธ์การทำตลาดหลักปีนี้ จะมุ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติการทำงานหลากหลาย ต่างจากคู่แข่งที่มีในตลาด อาทิ ความสามารถในการดาวน์โหลดข้อมูลได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ (Download Master) เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงการทำงานแบบไร้สายที่สามารถเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต การสั่งงาน Print Server การทำ FTP Server และระบบกันสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในเครื่องเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมี เทคโนโลยีบริหารช่องสัญญาณรับส่งข้อมูล หรือ Bandwidth on demand
Gaming blaster) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม รวมไปถึง VOIP/Voice Steaming สำหรับการใช้งาน YouTube Skype Peer to Peer อีกด้วย
นายพรเทพ กล่าวต่ออีกว่าบริษัทได้จัดแบ่งกลุ่มของผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 440 บาท ไปจนถึงราคาสูงสุดที่ประมาณ 35,000 บาท ทั้งนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ กลุ่มผู้ใช้เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน หรือ Home Entertainment Set) จะเป็นกลุ่มรองรับกับผู้ใช้งานทั่วไป และผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ได้แก่ รุ่น WLAM604g WL500gPV2 WLBT21 AX112W นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ SME Set จะเป็นรุ่น WL600g WL700gE GigaX1024X สุดท้ายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ หรือ Large Corporate ได้แก่ รุ่น RX3141 GigaX2124 และ GigaX3112F
นอกจากนี้ยังมีแผนนำสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง โดยล่าสุดกำลังนำอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย รุ่น RT-N15 ที่เพิ่มฟีเจอร์พิเศษในการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรแบนด์วิดธ์ภายในระบบเน็ตเวิร์ก ระบบสั่งการดาวน์โหลดโดยไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้ามาจำหน่าย โดยตั้งเป้าหมายว่าอีกประมาณ 5 เดือนต่อจากนี้ จะเพิ่มยอดจำหน่ายได้ประมาณ 2,500 เครื่องต่อเดือน
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
