ประชาชนมีสิทธิ์ใช้เลขหมายเดียวได้ตลอด อยู่ที่ไหน(ไม่จำกัดระบบมือถือ) ไม่เกินสิ้นปีคงจะเห็นรูปเห็นร่าง แต่ทั้งนี้ผู้ให้บริการมือถือต้องเห็นชอบด้วย เพราะถ้าไม่ยินยอม กทช.ก็ไม่สามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้เป็นเพราะมาตรา 12 วรรค 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ได้กำหนดให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้ผู้ใช้บริการมีสิทธิ์ใช้บริการโทรคมนาคมเลขหมายเดิม
นั้นจึงเป็นที่มาที่ กทช. ได้ทำการประชาพิจารณ์การคงสิทธิเลขหมาย หรือ Number Portability ใน 3 พื้นที่ต่างจังหวัด ไล่เลียงตั้งแต่ จ.เชียงราย,จ.ขอนแก่น และวันสุดท้าย คือ วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม ที่จังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม ฐานเศรษฐกิจ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ถึงเหตุผลและความพร้อมในการประกาศใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้!!
ทำไมต้องประชาพิจารณ์
เรา (กทช.) ออกประกาศผูกพันตัวเองต้องทำประชาพิจารณ์แต่จริงๆแล้วการทำประชาพิจารณ์กฎหมาย(พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544) ได้ระบุไว้ 2 เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม กับ การเชื่อมต่อโครงข่าย แต่เพื่อความโปร่งใสกรรมการต้องออกประกาศให้ทำประชาพิจารณ์ทุกเรื่อง
แล้วทำไมถึงต้องทำประชาพิจารณ์ถึง 3 ครั้ง
ที่เราต้องทำประชาพิจารณ์ถึง 3 ครั้งเพื่อต้องการให้การทำประชาพิจารณ์ทั่วถึงทุกภาคเพราะเรื่องการบริการคงสิทธิเลขหมายเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือว่า ชาวบ้านจะได้รับรู้ว่าต่อไปจะมีบริการแบบนี้แล้วนะ เราจะออกกฎเกณฑ์แบบนี้มา ดังนั้นเราต้องทำประชาพิจารณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบถึงความเป็นมาเป็นอย่างไรมีหลายคนต่างจังหวัดยังไม่รับทราบกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้
หลังจากทำการประชาพิจารณ์แล้วเสร็จหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เราก็ต้องเอาข้อคิดเห็นจากการทำประชาพิจารณ์มาเรียบเรียงและปรับปรุงออกเป็นประกาศอย่างเป็นทางการ เราจะทำให้เร็วที่สุด
สิ้นปีจะเสร็จทันหรือไม่
คงจะเห็นรูปร่างแต่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต้องใช้เวลาเพราะกรณีแบบนี้ผู้ประกาศต้องให้ความร่วมมือถ้ามีการตกลงกันแล้วสามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แล้วค่าบริการในการโอนเลขหมายมีรูปแบบคร่าวๆหรือไม่
ค่าบริการในการโอนเลขหมายนั้นขณะนี้เราก็ทำการประชาพิจารณ์อยู่ไง แต่ที่เราว่าจ้างให้จุฬาฯทำการวิจัยนั้นได้กำหนดรูปแบบเอาไว้ว่าค่าบริการ 200-300 บาทในการโอนเลขหมายค่าบริการ ซึ่งบางคนก็คิดว่าถูกไปบางคนก็บอกว่าแพงไปดังนั้นเราก็ต้องทำประชาพิจารณ์ในเรื่องนี้
ความเป็นไปได้ของค่ายมือถือ
ต้องเจรจากันก่อนตอบแทนคงไม่ได้เราต้องรับฟังแล้วนำมาประชุมซึ่งการประกาศใช้อย่างเป็นทางการนั้นเอกชนต้องเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วยถ้าเอกชน(ผู้ให้บริการมือถือ)ไม่ยินยอมในเรื่องนี้เราก็ไม่สามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้
การใช้ Number Portability มีข้อดีอย่างไร
ประชาชนมีสิทธิ์ใช้เลขหมายเดียวได้ตลอดอยู่ที่ไหน(ไม่จำกัดระบบมือถือ)ไม่ต้องง้อผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ถือว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจ
ก็เป็นภารกิจของ กทช.เพราะบริการคงสิทธิเลขหมายภายใต้กิจการโทรคมนาคม หมายถึงบริการสามารถเอื้อให้ผู้ใช้บริการยังถือครองเลขหมายเดิมได้ในขณะที่สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการสถานที่หรือประเภทบริการได้โดยที่การกำหนดสิทธิการใช้เลขหมายโทรคมนาคมเดิมจะแบ่งตามประเภทบริการ เช่น บริการโทรศัพท์ประจำที่ และ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในแต่ละประเภทบริการนั้นสามารถพิจารณากำหนดประเภทของสิทธิการใช้เลขหมายโทรคมนาคม เช่น สิทธิในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ (Service Provider Portability) ,สิทธิในการเปลี่ยนประเภทบริการ (Service Portability) และ สิทธิในการเปลี่ยนสถานที่เข้าถึงบริการ(Location Portability)
ในด้านเทคนิคต้องปรับเปลี่ยนด้วยหรือไม่
สิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้การกำหนดให้มีสิทธิการใช้เลขหมายโทรคมนาคมเดิม ได้แก่การปรับปรุงระบบโครงข่าย และ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถบริหารจัดการต่อเลขหมายโทรคมนาคมของผู้ใช้บริการได้ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวการเลือกวิธีการทางเทคนิคที่จะนำมาใช้ จำเป็นสิ่งที่จะดำเนินการเป็นลำดับแรก
วิธีทางเทคนิคในปัจจุบันที่ได้มีการนำมาใช้มีอยู่ทั้งหมด 4 วิธีตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ International Telecommunication Union (ITU) ได้ให้คำแนะนำไว้ข้อเสนอแนะ ITU-T E.164 ประกอบด้วย Onward routing หรือ Call Forwarding คือผู้ให้บริการรายเดิมยังคงต้องทำหน้าที่กำหนดเส้นทางและการเชื่อมต่อการติดต่อไปยังให้ผู้ใช้บริการรายใหม่ทุกครั้งที่มีการเรียกไปยังผู้ใช้บริการที่มีการโอนย้ายผู้ให้บริการ,Dropback คือผู้ให้บริการรายใหม่เพียงแต่ส่งข้อมูลของผู้ใช้ b กลับคืนให้โครงข่าย A ว่ามีผู้ใช้บริการย้ายไปยังโครงข่ายอื่น,Query On Release (QoR) หลักการคล้ายกลับ Onward routing แตกต่างกันเพียงเมื่อโครงข่าย B ได้รับการร้องขอการติดต่อโครงข่าย A แล้วพบว่าผู้ใช้ b ไม่ใช่ผู้ใช้บริการโครงข่ายของตนอีกต่อไปแล้ว และ All call query เป็นวิธีที่โครงข่าย A จะต้องเป็นผู้ค้นหาในฐานข้อมูลก่อนที่จะดำเนินการเรียกออก โดยเมื่อได้รับข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลแล้ว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
