ด้วยสภาพเศรษฐกิจและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น การบริหารงานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเช่นเดียวกับการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ในที่นี้ไอทีได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้องค์กรบรรลุสู่เป้าหมายสิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ บุคลากรด้านไอที โดยเฉพาะซีไอโอหรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะทวีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์นำไอทีเข้ามาช่วยเสริมธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนองค์กร และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจมากขึ้น ซีไอโอยุคปัจจุบันจึงไม่เพียงต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ยังต้องมีวิสัยทัศน์ ความรู้ ความเข้าใจในเชิงยุทธศาสตร์การบริหารธุรกิจขององค์กรนั้นๆ อย่างถ่องแท้
สอดคล้องกับรายงานการศึกษาความเป็นผู้นำของซีไอโอในอาเซียน 2008 ว่าด้วยบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของซีไอโอ: จากความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีสู่ผลกระทบของธุรกิจ ซึ่งเป็นการศึกษาของอีแล็บ หรือศูนย์ศึกษาด้านความรู้เชิงบริหารในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลที่อยู่ภายใต้อินเซด (INSEAD) สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจระดับโลกสาขาสิงคโปร์ จัดทำร่วมกับบริษัท ไอบีเอ็ม คอร์ปอเรชั่นฯ โดย ฐานเศรษฐกิจ ได้รับเชิญจากไอบีเอ็มให้เข้าร่วมในงานแถลงผลการศึกษาที่จัดขึ้นที่แคมปัสของอินเซดในสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายบรูโน แลนวีน ผู้อำนวยการบริหารของอินเซด อีแล็บเผยว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างซีไอโอ 165 คน ของบริษัททั้งในท้องถิ่นและข้ามชาติจาก 6 ใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2551 แสดงให้เห็นว่า ซีไอโอได้รับการคาดหวังไม่เพียงต้องเข้าใจกระบวนการทางธุรกิจแต่ต้องสามารถนำไอทีมาช่วยในกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นมาตรฐานและเรียบง่ายยิ่งขึ้น 94% ของซีไอโอระบุว่า บทบาทของซีไอโอในอาเซียนมีความสำคัญต่อธุรกิจมากขึ้น และ 76.7% ยอมรับว่า การมีประสบการณ์ในการบริหารเชิงธุรกิจมาก่อนจะมีความสำคัญมากขึ้นต่อการพิจารณาคัดสรรบุคลากรเข้ามาทำงานในตำแหน่งซีไอโอ ขณะที่ 81.2% เห็นว่าความรู้อย่างรอบด้านเป็นหนึ่งในจุดแข็งของการขึ้นสู่ความเป็นผู้นำ
ทั้งนี้ แบบสำรวจความเป็นผู้นำของซีไอโออยู่ภายใต้กรอบตัวแปร 3 ส่วนคือ ปัจจัยด้านประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร (เช่น ประสิทธิภาพทางการเงิน การบริหารงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืน) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (เช่น ประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบไอทีในองค์กร ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และทักษะด้านเทคโนโลยีของบุคลากรฝ่ายไอทีในองค์กร) และปัจจัยด้านทักษะความเป็นผู้นำ (เช่น ความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ บทบาทของไอทีในการเสริมยุทธศาสตร์ธุรกิจองค์กร การประสานงานระดับไอทีและบริหารธุรกิจ และ ความสามารถของบุคลากรในการคิดสร้างสรรค์และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถยกระดับการนำเทคโนโลยีมาเสริมธุรกิจได้ผลสูงสุด)
จากตัวแปรทั้งสามด้านพบว่า ซีไอโอในอาเซียนมีคะแนนของตัวแปรด้านเทคโนโลยีสูงสุด ซึ่งแสดงให้เห็นการมีทักษะและการบริหารด้านเทคโนโลยีเป็นจุดแข็งที่สุด ขณะที่ตัวแปรด้านความเป็นผู้นำตามมาเป็นรอง และแม้ซีไอโอในอาเซียนส่วนใหญ่ (88.5%) จะมองว่าตนเป็นสมาชิกที่สร้างคุณค่าให้กับทีมบริหารชั้นอาวุโสให้กับองค์กร และยินดีหากจะมีการยกระดับหน้าที่ของซีไอโอขึ้นสู่ความรับผิดชอบในเชิงยุทธศาสตร์ให้มากขึ้น แต่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นมาก็เป็นภาระที่หนักหนาสำหรับซีไอโอที่ปัจจุบันก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นายแลนวีนยังชี้ให้เห็นว่า ตัวแปรสำคัญที่จะส่งเสริมศักยภาพให้ซีอีโอก้าวขึ้นไปอีกระดับ คือ การตระหนักรู้ ทั้งตัวของซีไอโอเอง ตลอดจนผู้บริหารระดับนไปจนถึงลูกค้าที่ควรจะตระหนักถึงศักยภาพและโอกาสที่จะส่งเสริมบทบาทของซีไอโอในฐานะตัวแปรที่จะสร้างการเติบโตและความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กรได้ ขณะเดียวกัน ซีไอโอและองค์กรก็ต้องมีการปรับตัวได้เร็วเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันทางธุรกิจ มีวิสัยทัศน์ในการมองหาโอกาสใหม่ๆ ทางเทคโนโลยี ตลาด และรูปแบบธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือ การหาโอกาสเพิ่มทักษะความสนใจใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างซีไอโอกับผู้บริหาร บุคลากรในองค์กร ตลอดจนพาร์ตเนอร์ และลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่นและเข้าใจตรงกัน
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
