ยุครัดเข็มขัดรายจ่ายดันโฆษณาออนไลน์ไทยโตกระฉูด รับอานิสงส์เศรษฐกิจตกต่ำ สนุก ออนไลน์ เผยครึ่งปีแรกยอดพุ่งจากปีที่แล้ว30-50% สินค้าไอทีลูกค้าอันดับหนึ่ง ด้านพันทิปดอทคอมชี้โฆษณาออนไลน์ก็เปรียบเหมือนมาม่า ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนมักจะหันมาบริโภค เพราะมีราคาถูกนายกษมาช นีรปัทมะ รองประธานบริหารสื่อออนไลน์ บริษัท ท็อปสเปซ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สนุก ออนไลน์ จำกัด (ผู้ให้บริการเว็บไซต์สนุกดอทคอม) และเป็นตัวแทนขายโฆษณาออนไลน์ให้ไฮไฟว์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ในช่วงปีแรกของปี 2551 ภาพรวมของโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทยเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 30-50% โดยบริษัทเองก็มีอัตราการเติบโตจากการโฆษณาออนไลน์ประมาณ 30-50% เช่นเดียวกัน
ปีที่แล้วมูลค่าตลาดรวมโฆษณาออนไลน์ มีประมาณ 0.5-1% ของมูลค่าการโฆษณาทั้งหมด (90,000 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 450-900 ล้านบาท ส่วนในต่างประเทศสัดส่วนการโฆษณาออนไลน์จากยอดโฆษณาโดยรวมทั้งหมดมีประมาณ 5-10%
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้โฆษณาออนไลน์ในไทยเติบโต เนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้แต่ละบริษัทรัดเข็มขัดรายจ่ายตัดงบโฆษณาลง ทำให้แต่ละรายหันมาทำการโฆษณาทางเว็บไซต์ เพราะมีราคาถูกกว่าสื่ออื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่อ 1 คน, สามารถวัดผลได้มากที่สุด, เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนกว่าสื่ออื่นๆ เช่น สามารถกำหนดเพศ และวัยในการรับชมโฆษณาได้ เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถสื่อสารสองทาง (interactive) ได้ทันทีกับผู้ใช้
นายกษมาช กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เว็บไซต์สนุกดอทคอมมีจำนวนลูกค้าที่เข้ามาลงโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม 1. บริษัทขนาดใหญ่ โดยครึ่งปีแรกของปีนี้มีลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาลงโฆษณาประมาณ 200 ราย 2. ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ในครึ่งปีแรกนี้มีลูกค้าเข้ามาลงโฆษณา 1,000 กว่าราย
ส่วนเว็บไซต์ไฮไฟว์ดอทคอม ปีนี้มีลูกค้าเข้ามาลงโฆษณามากกว่า 50 รายแล้ว หลังจากเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม มีลูกค้าไม่ถึง 10 ราย โดยสินค้าที่เข้ามาลงโฆษณาส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทสื่อสารและไอที หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สำหรับจำนวนสมาชิกในไฮไฟว์ตอนนี้มีทั้งหมด 4 ล้านราย โดยมีจำนวนผู้เล่นประจำมีประมาณ 3 ล้านราย
ด้านนายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกของปีนี้พันทิปยังคงมีอัตราการเติบโตของโฆษณาออนไลน์ ซึ่งเป็นไปได้ว่าสาเหตุมาจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ลูกค้าหันมาลงโฆษณาออนไลน์กันมากขึ้น
โฆษณาออนไลน์ก็เปรียบเหมือนกับมาม่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี คนมักจะหันมาบริโภค เพราะมีราคาถูก
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
