แคนนอน ชี้เศรษฐกิจชะลอไม่มีผล ยอดขายเครื่องถ่ายเอกสาร6 เดือนแรกเข้าเป้า องค์กรแห่ซื้อเครื่องใหม่แทนของเก่า เฉพาะเครื่องสีโต 200% ล่าสุดปูพรมตลาดนักศึกษา จับมือยูก๊อปปี้ ให้บริการถ่ายเอกสารฟรีในมหาวิทยาลัย พร้อมผุดสื่อโฆษณารูปแบบใหม่เจาะกลุ่มวัยใสร.อ.สุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า 6 เดือนที่ผ่านมาส่วนบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง สามารถทำยอดได้เกือบ 600 ล้านบาท หรือประมาณ 49% ของเป้าหมายยอดรายได้ที่ตั้งไว้ในปีนี้ โดยสาเหตุที่ทำให้มียอดขายตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ท่ามกลางการชะลอตัวทางเศรษฐกิจนั้นเป็นผลมาจากรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาภาคธุรกิจมีการซื้อเครื่องถ่ายเอกสารใหม่ไปใช้ทดแทนเครื่องเก่า โดยเฉพาะการซื้อเครื่องถ่ายเอกสารสีไปใช้งานแทนเครื่องขาวดำ เนื่องจากราคาเครื่องถ่ายเอกสารสีนั้นลดลงมาในระดับที่องค์กรสามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องถ่ายเอกสารสีนั้นบริษัทมียอดการเติบโตเพิ่มขึ้น 200%
ส่วนงบการตลาดที่วางไว้ปีนี้จำนวน 120 ล้านบาทนั้นยังคงมุ่งการสร้างแบรนด์แคนนอน และกิจกรรมทางการตลาดต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัท ยูก๊อปปี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ริเริ่มแนวคิดใหม่ ดำเนินธุรกิจผลิตสื่อใหม่ ภายใต้โครงการ ยูก๊อปปี้ ฟรีก๊อป ให้บริการถ่ายเอกสารฟรีสำหรับกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัย โดยโครงการดังกล่าวนั้นเป็นช่องทางการขยายฐานแบรนด์แคนนอนไปยังกลุ่มนักศึกษาให้มีโอกาสสัมผัสการใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารของแคนนอนจริง ซึ่งอนาคตเมื่อเวลาเรียนจบและมีงานทำ จะผูกพันและรู้สึกคุ้นเคยกับแบรนด์แคนนอน โดยภายใต้โครงการดังกล่าวนั้นบริษัทจะสนับสนุนในส่วนของเครื่องถ่ายเอกสาร หมึกพิมพ์ และบริการกรณีเครื่องขัดข้อง
ด้านนายวินัย กระเป๋าทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูก๊อปปี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่ารูปแบบธุรกิจของยูก๊อปปี้จะเป็นสื่อโฆษณารูปแบบใหม่ที่มุ่งเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยเริ่มต้นจากโครงการ ยูก๊อปปี้ ฟรีก๊อป ให้บริการถ่ายเอกสารฟรีสำหรับกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก่อน ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 6 แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยภายในปีนี้คาดว่าแต่ละแห่งจะมีเครื่องถ่ายเอกสารให้บริการฟรีแห่งละ 2 จุด และคาดว่าจะมีการถ่ายเอกสารคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 เดือน
ส่วนของรายได้นั้นจะมาจากแคมเปญโฆษณาที่พิมพ์อยู่ด้านหลังกระดาษถ่ายเอกสาร โดยขณะนี้มีผู้ลงแคมเปญโฆษณาจำนนวน 5 ราย ประกอบด้วย กระดาษถนอมสายตากรีนรี๊ด ของบริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด(มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน แบะกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงพลังงาน
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะมีผู้ลงแคมเปญโฆษณาเมื่อสิ้นปีอยู่ที่ 15-20 ราย หรือคิดเป็นรายได้ 2 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้กำหนดอัตราการลงแคมเปญโฆษณาไว้เป็นรูปแบบแพ็กเกจ 3 เดือนต่อกระดาษ 30,000 แผ่น ซึ่งเฉลี่ยต่อแผ่นละมีมูลค่าประมาณ 3.75 บาท
นอกจากนี้ยังได้วางแผนการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2551-2552 หรือในระยะเวลา 2 ปี ในการขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ 24 แห่ง และมีจุดให้บริการไม่น้อยกว่า 48 จุด โดยคาดว่าจะมีมูลค่ากระดาษถ่ายเอกสารที่ด้านหลังจะพิมพ์แคมเปญโฆษณารวม 8 ล้านแผ่น หรือ คิดเป็นรายได้กว่า 40 ล้านบาท จากผู้ลงแคมเปญโฆษณาจำนวน 30 รายต่อเดือน และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในปี 2552
ขณะเดียวกันในปี 2553 จะขยายเข้าสู่มหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด 12 แห่ง และมีจุดให้บริการไม่น้อยกว่า 24 จุด รวมถึงการขยายไปสู่ภูมิภาคเอเชีย อาทิ ลาว เวียดนาม อินเดีย กัมพูชา และสิงคโปร์ พร้อมกับตลาดยุโรป ทั้งในเยอรมนี เช็ก สโลวาเกีย โปแลนด์ และออสเตรีย ส่วนที่เลือกไทยเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวนั้นเนื่องจากเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่ดีในภูมิภาคเอเชีย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
