ควอลคอมม์-โนเกียยอมยุติข้อพิพาทด้านไลเซนส์สิทธิบัตรเทคโนโลยีด้วยดีหลังการฟ้องร้องทางกฎหมายยืดเยื้อมานานถึง 3 ปี โดยค่ายผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่ของโลกยอมจ่ายค่าไลเซนส์เทคโนโลยีด้วยเงื่อนไขใหม่ในเวลา 15 ปีข้างหน้า ส่งสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมสื่อสารไร้สายที่อึมครึมมานานเมื่อวันพุธ (23 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา บริษัท ควอลคอมม์ อิงค์ ผู้ผลิตชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก และโนเกีย ค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ของโลก ตกลงที่จะยุติการดำเนินคดีฟ้องร้องว่าด้วยเรื่องไลเซนส์สิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ยืดเยื้อมานานถึง 3 ปีทั้งที่ศาลในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย พร้อมกับการทำข้อตกลงฉบับใหม่ในระยะเวลาอีก 15 ปีข้างหน้า
โดยโนเกียยอมที่จะจ่ายเงินค่าธรรมเนียมและสิทธิบัตรล่วงหน้าให้กับควอลคอมม์ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทปฏิเสธที่จะระบุถึงตัวเงิน หากแต่เป็นมูลค่าข้อตกลงที่ลดลงจากข้อตกลงครั้งก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงด้านสิทธิบัตรที่ทำไว้เมื่อปี 2535 หรือ 2544 ก็ตาม และภายใต้ข้อตกลงเงื่อนไข ใหม่ โนเกีย และโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์กส บริษัทร่วมทุนด้านการผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมของโนเกีย จะได้ไลเซนส์ในการใช้สิทธิบัตรที่อยู่ในความครอบครองของควอลคอมม์ทั้งหมด แลกกับข้อตกลงที่โนเกียยินยอมให้ควอลคอมม์นำเทคโนโลยีของโนเกียไปใช้ในการผลิตชิปของตนได้ และยังตกลงที่จะขายสิทธิบัตรอีกจำนวนหนึ่งให้กับควอลคอมม์ ในที่นี้รวมถึงสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการนำไปใช้ร่วมกับมาตรฐานเทคโนโลยีไร้สายอย่างดับบลิวซีดีเอ็มเอ จีเอสเอ็ม และโอเอฟดีเอ็มเอ
โนเกียยังตกลงที่จะถอนคำฟ้องเข้าข่ายผูกขาดของการทำธุรกิจของควอลคอมม์ต่อคณะกรรมาธิการยุโรปที่ได้ยื่นคำร้องไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2548 ร่วมกับอีก 5 บริษัท หลังจากข้อตกลงด้านไลเซนส์ระหว่างโนเกียและควอลคอมม์หมดอายุไปตั้งแต่เดือนเมษายนในปีเดียวกันแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงด้านมูลค่าไลเซนส์ที่จะทำรอบใหม่ได้ ซึ่งจากการฟ้องของโนเกียกลายเป็นชนวนนำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างควอลคอมม์และคู่แข่งของตนตามมาอีกหลายกรณี และจนกระทั่งถึงปัจจุบันควอลคอมม์ก็กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องมาตรการด้านไลเซนส์อยู่
การยุติข้อพิพาทมีการประกาศออกมาหลังศาลในเดลาแวร์มีคำสั่งเลื่อนการเปิดวันไต่สวนคดีในเรื่องค่าธรรมเนียมไลเซนส์ และกรณีที่โนเกียกล่าวหาว่าควอลคอมม์เพิกเฉยต่อพันธกรณีที่จะเก็บค่าไลเซนส์สิทธิบัตรตนด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรม
ผลจากการยอมยุติคดียังจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของควอลคอมม์อย่างมาก เนื่องจาก ราว 2 ใน 3 ของกำไรทางธุรกิจล้วนมาจากค่าธรรมเนียมไลเซนส์สำหรับสิทธิบัตรเทคโนโลยีของตน และกำไรในส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดจะมาจากธุรกิจการผลิตชิป
นายไมเคิล คิง นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการ์ทเนอร์ ระบุว่า การยุติข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างควอลคอมม์-โนเกียยังช่วยคลายความกังวลในตลาดที่หวั่นเกรงว่า ความไม่แน่นอนจากข้อพิพาททางกฎหมายจะส่งผลกระทบต่ออนาคตการผลิตสินค้าและบริการของบริษัททั้งสองซึ่งต่างก็ถือว่าเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย
มันก็เหมือนกับการยกภูเขาออกจากอก เนื่องจากบริษัททั้งสองถือเป็นยักษ์ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ ควรที่จะตระหนักว่า การปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างกันลากยาวออกไปก็มีแต่จะส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบมากกว่า นายคิง กล่าว
หากแต่นายโคดี อาครี นักวิเคราะห์จากสตีเฟล นิโคเลาส์ ระบุว่า ความสำเร็จของโนเกียในครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ลูกค้ารายอื่นของควอลคอมม์หันมาพิจารณาขอลดอัตราการเก็บค่าธรรมเนียมหรือเริ่มการฟ้องร้องทางกฎหมายตามอย่างบ้างก็เป็นได้ โดยลูกค้าที่ใช้ชิปของควอลคอมม์ ปัจจุบันนอกจากโนเกียก็ยังมีซัมซุง และแอลจี ส่วนคู่แข่งของควอลคอมม์ ได้แก่ เท็กซัส อินสตรูเมนต์ส์ บรอดคอม และอินฟินิออน เทคโนโลยีส์
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
