กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ย ประเทศไทยย ร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันเทคโนโลยีสื่อสารอวกาศแห่งเมืองซีอานย ประเทศจีนย ออกแบบและสร้างดาวเทียมอเนกประสงค์ขนาดเล็กตั้งแต่ปีย 2535ย โดยดาวเทียมสร้างในจีนและพร้อมจะยิงขึ้นฟ้าหลังจากเสร็จมหกรรมโอลิมปิกย ขณะที่ฝ่ายไทยพัฒนาเครื่องรับสัญญาณย รวมถึงการสร้างสถานีภาคพื้นดินย ณย ดาดฟ้าอาคารวิศวกรรมศาสตร์ย 60ย ปีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดาวเทียมเล็กนี้หนัก510ย กิโลกรัมย ขนาดย 1.432x1.11x0.953ย เมตรย ขึ้นสู่วงโคจรที่ระดับความสูงจากพื้นดินย 649,093ย กิโลเมตรย โดยจะโคจรรอบโลกเพื่อถ่ายภาพภูมิประเทศย ถ่ายภาพระดับชั้นดินย รวมถึงทำหน้าที่เป็นดาวเทียมสำรวจด้วย
รศ.ดร.มงคลรักษาพัชรวงศ์ย คณะวิศวกรรมศาสตร์ย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ย (มก.)ย ในฐานะหัวหน้าโครงการร่วมสร้างดาวเทียมอเนกประสงค์ขนาดเล็กย กล่าวว่าย ประโยชน์ที่ได้รับจากดาวเทียมดังกล่าวย คือการเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายย เช่นย สำรวจทรัพยากรธรรมชาติย วิเคราะห์ชั้นดินในเชิงลึก
หรือใช้ร่วมกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาเพื่อเป็นฐานข้อมูลรองรับการทำวิจัยและพัฒนาย เช่นย สร้างแบบจำลองพยากรณ์ฝนย ทั้งนี้ย ภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวย ซึ่งพัฒนาโดยย ม.เกษตรศาสตร์ย ครอบคลุมข้อมูลทั้งพายุย ความร้อนและชั้นดินเบื้องต้น
หลังจากยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรย ทีมงานจะต้องทดสอบประสิทธิภาพการโคจรและความสามารถด้านถ่ายภาพย คาดว่าจะได้ภาพถ่ายดาวเทียมสำหรับใช้งานจริงในช่วงปลายปีนี้ย ส่วนความคืบหน้าขณะนี้ย รัฐบาลอยู่ระหว่างเจรจาให้ไทยสามารถใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมฟรีย หัวหน้าโครงการฯย กล่าว
แม้ว่ากระทรวงไอซีทีจะเป็นเจ้าของโครงการแต่ได้มอบหมายให้สำนักงานองค์กรเครือข่ายวิศวกรรมการบินและอวกาศของย มก.ย พัฒนาเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมด้วยงบประมาณย 100ย ล้านบาทย ขณะนี้การก่อสร้างเรียบร้อยแล้วย เช่นเดียวกับตัวดาวเทียมในจีนก็เสร็จสมบูรณ์ย และตามกำหนดเดิมจะส่งขึ้นวงโคจรในเดือนสิงหาคมนี้ย แต่จีนแจ้งเลื่อนเพราะติดภารกิจมหกรรมโอลิมปิก
พิทักษ์ เขาพระวิหารเขมรเหนือเมฆ...เกมเหนือชั้น
หลังจากที่หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้าน วุฒิสมาชิก และนักวิชาการบางส่วน พยายามแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
