ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้มีผู้ประกอบการหลายรายนำโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย แต่ท่ามกลางกระแสความนิยมกลับมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดในตลาดได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งบริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ ภายใต้ชื่อ นิวเทล เป็นอีกหนึ่งรายที่ยังคงทำตลาดเฮาส์แบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดได้ก้าวขึ้นอยู่อันดับ 4 ของตลาดโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียวมาดูกันว่าโทรศัพท์เฮาส์แบรนด์ นิวเทล มีกลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไร รวมทั้งทิศทางในครึ่งปีหลัง และเป้าหมายในปีนี้ โดย ปรีชาพล พึ่งพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่นฯ จะเป็นผู้ที่มาให้คำตอบกับเรา
ครึ่งปียอดโต 400%
ปรีชาพล เล่าให้ ฐานเศรษฐกิจ ฟังว่าบริษัทได้ทำตลาดโทรศัพท์มือถือนิวเทลมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านั้น บริษัทเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ ยี่ห้อ ทีซีแอล มาก่อน แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นบริษัทหันมาทำตลาดโทรศัพท์มือถือของตนเองภายใต้ชื่อแบรนด์ นิวเทล ซึ่งได้มีการออกแบบในเมืองไทย และทำการผลิตที่ประเทศจีน
โดยโทรศัพท์มือถือนิวเทลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทมียอดการจำหน่ายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2551 นี้เพียงแค่ครึ่งปีแรก บริษัทมียอดจำหน่ายเติบโตขึ้นกว่า 400% โดยมียอดจำหน่ายเดือนละ 40,000 เครื่อง และภายในปีนี้คาดว่าจะมียอดจำหน่ายประมาณ 500,000 เครื่อง คิดเป็นรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 400 กว่าล้านบาท
เน้นช่องทางขาย/บริการ/ใช้สื่อเฉพาะกลุ่ม
สำหรับปัจจัยที่ทำให้บริษัทมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ นิวเทล เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปรีชาพล บอกกับเราว่า มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจ ที่มีส่วนผลักดันให้คนหันมาซื้อโทรศัพท์เฮาส์แบรนด์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งปัจจุบันทัศนคติเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของคนเปลี่ยนไป คือไม่ยึดติดกับ
แบรนด์มากนัก แต่หันมามองที่คุณสมบัติและราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้บริษัทยังมีช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแรง โดยบริษัทมีช่องทางการจำหน่ายที่ไว้ใจได้ และมีตัวแทนจำหน่าย หรือดีลเลอร์ครบทุกจังหวัด โดยมีรายใหญ่จำนวน 42 ราย ส่วนรายย่อยมีจำนวนหลายร้อยช่องทาง ส่วนช็อปของบริษัทเองตอนนี้มีในกรุงเทพฯ 4-5 ช็อป ส่วนในต่างจังหวัดมี 4 ช็อป และภายใน 2 ปีนี้ บริษัทจะขายช็อปให้ครบทุกจังหวัด
ปรีชาพล เล่าให้ฟังต่อไปว่า สิ่งที่ทำให้เราสามารถทำตลาดมาได้จนถึงทุกวันนี้ นอกจากการมีช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแรง บริษัทยังเน้นการใช้สื่อโฆษณาเฉพาะกลุ่ม เช่น โทรศัพท์มือถือสำหรับผู้อาวุโส เราก็เน้นลงโฆษณาตามนิตยสารที่คนเหล่านั้นอ่าน เช่น นิตยสารชีวจิต เป็นต้น ซึ่งบริษัทไม่ต้องการใช้งบโฆษณาโดยไม่สามารถวัดผลได้ ดังนั้นบริษัทจึงต้องการลงทุนโฆษณาที่เห็นผลประโยชน์จริงๆ
เรามีทีมขาย ทีมการตลาด ทีมเทรนนิ่ง และทีมบริการ ที่แข็งแกร่ง โดยเรามีทีมงานทั้งหมด 75 คน ซึ่งเราพยายามทำตัวให้แตกต่างจากรายอื่นๆด้วยการใส่คอนเทนต์พิเศษในโทรศัพท์มือถือ เช่น คอนเทนต์ด้านสุขภาพสำหรับคนสูงวัย เป็นต้น ซึ่งการสร้างความแตกต่างของสินค้า ด้วยช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่งส่งผลให้เราชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้โดยไม่เน้นราคา ปรีชาพลกล่าว
ครึ่งปีหลังรุกตลาดไฮเอนด์
ปรีชาพล บอกกับเราว่า ช่วงที่ผ่านมา บริษัทเน้นการทำตลาดระดับล่าง หรือกลุ่มต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยโทรศัพท์มือถือนิวเทลอยู่ในระดับราคา 2,900-6,900 บาท ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเปิดตัวไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 รุ่น และในปีนี้เปิดตัวไปแล้ว 10 กว่ารุ่น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัวอีก 15-20 รุ่น โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะรุกเข้าสู่ตลาดระดับกลางและบน (ไฮเอนด์) ซึ่งในครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือไฮเอนด์ประมาณ 5 รุ่น อย่างไรก็ตามระดับราคาสินค้าจะยังคงไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับงบการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ มีทั้งหมด 70 ล้านบาท
ล่าสุดสถาบันวิจัยการตลาดจีเอฟเค รายงานว่าตั้งแต่เดือนที่แล้วเราขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตลาดโทรศัพท์มือถือ (อันดับ 1 โนเกีย, อันดับ 2 ไอ-โมบาย, อันดับ 3 ซัมซุง และอันดับ 4 นิวเทล) โดยมีส่วนแบ่งตลาด 4% และภายในสิ้นปีนี้ เราตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 5% ปรีชาพลกล่าว
นอกจากนี้บริษัท ยังได้เปิดตัวแคมเปญประกวดหนังสั้น Wellcom Short Flim Festival 2008 หัวข้อ The Family เพื่อเจาะตลาดนิสิต และนักศึกษาโดยเฉพาะ โดยแคมเปญนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษา ได้มีสถานที่ในการแสดงผลงาน พร้อมยังได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
แคมเปญนี้ใช้งบเพียง 2.5 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าจะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนิสิต และนักศึกษาได้เป็นอย่างดี แทนที่จะทำการโฆษณาตามสื่ออื่นๆเพียงอย่างเดียว ปรีชาพลกล่าว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
