ทุกวันนี้ ผู้หญิงยังไม่มีเครื่องมือป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเอชไอวี ต่างจากถุงยางสำหรับผู้ชาย เจลทาช่องคลอด หรือไมโครบิไซด์ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้หญิงปกป้องตัวเองให้ปลอดภัยไมโครบิไซด์เป็นสารประกอบที่สามารถใช้ทาภายในช่องคลอดเพื่อป้องกันติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบัน บริษัทยาหลายแห่งกำลังทดสอบไมโครบิไซด์รุ่นสอง โดยใช้สารเออาร์วีต้านเชื้อไวรัส
ล่าสุด ทีมวิจัยจากสถาบันเอดส์ มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ศึกษาประสิทธิภาพของเจลทาช่องคลอดไมโครบิไซด์ โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์จำลองผลการทดสอบเจลทาป้องกันเอดส์ทางคลินิก และการติดเชื้อในระดับกลุ่มประชากร
ทีมวิจัยจำลอง 2 สถานการณ์ขึ้นมา สถานการณ์แรกไมโครบิไซด์ซึมผ่านช่องคลอดอย่างรวดเร็ว ทำให้เสี่ยงติดเชื้อสูง สถานการณ์ที่สอง ไมโครบิไซด์ซึมผ่านช่องคลอดช้า จึงป้องกันได้ดี หรือความเสี่ยงติดเชื้อต่ำ
ทีมวิจัยพบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มได้ประโยชน์มากกว่าผู้หญิง ถ้าเจลไมโครบิไซด์มีประสิทธิภาพต่ำกว่า 50% และถ้าทาเจลติดช่องคลอดน้อยกว่า 60% กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงที่มีเชื้อเอชไอวีใช้ไมโครบิไซด์ และพัฒนาเอชไอวีสายพันธุ์ดื้อยา แต่ทำให้ผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อน้อยลง
ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงได้มากที่สุด ไมโครบิไซด์สามารถป้องกันสตรีได้รับเชื้อเอชไอวีได้มากถึง 21% และป้องกันผู้ชายได้ 27% แต่ในกรณีความเสี่ยงติดเชื้อต่ำ ไมโครบิไซด์กลับเป็นประโยชน์น้อยลง โดยป้องกันสตรีติดเชื้อ 17% และป้องกันผู้ชายติดเชื้อ 18%
งานวิจัยของยูซีแอลเอแสดงความวิตกว่า หากนำไมโครบิโอไซด์ไปใช้ในสตรีที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่แล้ว ผู้หญิงมีโอกาสดื้อยาสูง ดังนั้น หากเจลทาช่องคลอดไมโครบิไซด์ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา และใช้กันทั่วไป จึงจำเป็นต้องแสดงข้อความเตือนข้อจำกัดการใช้ให้ชัดเจน.
ชลิตส่งสัญญาณให้ รับผิดชอบ มติของคณะ..ต้องเป็นเรื่องทั้งคณะ
ต้องไปค้นหาว่ารัฐบาลเกี่ยวพันกับการที่อนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เป็นเรื่องของการอนุมัติ และการมีมติหรือไม่ ซึ่งหากเป็นมติของคณะ ต้องเป็นเรื่องของทั้งคณะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
