ถ้าย้อนกลับไปดูผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 มีบริษัทประกันชีวิตที่ได้รับผลพวงล้มหายตายจากและถูกต่างชาติกลืนเหลืออยู่เพียงไม่กี่ราย แต่ในจำนวนนี้ยังมีบริษัทประกันชีวิตคนไทยที่อยู่รอดและยังคงรักษาความเป็นบริษัทประกันคนไทย 100% ไว้ได้ ทั้งยังสามารถเติบโตขยายฐานธุรกิจครองอันดับหนึ่งในกลุ่มบริษัทประกันชีวิตสัญชาติไทยมาอย่างยาวนาน จากยอดเบี้ยประกันสูงสุด คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัดที่ใช้สโลแกนว่า บริษัทคนไทยเพื่อคนไทย
ก้าวมาถึงวันนี้ แม้ยังคงต้องฟันฝ่ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดเสรีธุรกิจประกันชีวิต การออกกฎหมายใหม่เข้ามากำกับดูแลธุรกิจ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การแข่งขันระหว่างบริษัทประกันชีวิตไทยและต่างชาติเข้มข้นมากขึ้น แต่สำหรับ ไทยประกันชีวิต ยังคงตอกย้ำที่จะยืนหยัดในความเป็นบริษัทประกันชีวิตคนไทยต่อไป เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป
ไทยประกันชีวิตต้องเป็นมากกว่าการประกันชีวิต นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด กล่าวและอธิบายว่า คนของไทยประกันชีวิตจะต้องเปลี่ยนทั้งความคิดและการทำงานที่มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น และไม่มองตัวเองเป็นแค่บริษัทประกันชีวิต แต่ต้องพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่การเป็นนักวางแผนดูแลชีวิต
จึงเป็นที่มาของการปรับหลักการบริหารจัดการคน ซึ่งเป็นการสานต่อจุดได้เปรียบของไทยประกันชีวิต จากการฝังรากทุนวัฒนธรรม(คน) หรือการสร้างความภูมิใจในการเป็นไทย สร้างคนไทยสู่ความเป็นมืออาชีพให้กับพนักงานกว่า 3,000 คน และตัวแทนอีกกว่า 20,000 คน โดยให้ความสำคัญในเรื่อง 7 ปรัชญาแห่งความดี
ที่ประกอบด้วย หนึ่งการเป็นวิศวกรสังคม ( ทำดี) สอง มีทุนวัฒนธรรม(มีน้ำใจดี) สาม เป็นมนุษยนิยม( เชื่อในความดีของผู้อื่น) สี่ มีคุณประโยชน์ภิบาล(หวังดี) ห้า มีหิริโอตตัปปะ(คิดดี) หก มีนวัตกรรมทางความคิดและปัญญา(รอบรู้ดี) และเจ็ด เป็นคนไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล(เป็นมืออาชีพ) พร้อมๆไปกับการสร้างคนให้มีความรอบรู้ใน 7 ด้านหรือ 7 เก่ง ได้แก่ รู้เรื่องประกันชีวิต การเงิน การลงทุนและภาษี เทคโนโลยี การศึกษา การแพทย์ และการบริการ
ขณะที่วิธีการทำงานเพื่อพัฒนาคนในองค์กรก้าวไปสู่การเป็นนักวางแผนดูแลชีวิตนั้น บริษัทไม่เพียงจัดทำหลักสูตร ฝึกอบรมในด้านต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาศักยภาพให้กับพนักงาน และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมการทำงานแล้ว ยังมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก(proactive) เช่น การเปิดให้บริการใหม่ ในรูปแบบต่างๆ
ไชยยังสรุปอีกว่า มนุษย์ทุกคนมีชีวิตที่เท่าเทียมกัน คนดี คนจน เขาคือลูกค้าของไทยประกันชีวิตที่ต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ชีวิตของลูกค้าสำคัญที่สุด การได้ดูแลชีวิตของลูกค้าให้มีชีวิตอยู่รอดในช่วงวิกฤติ เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมากกว่าหวังผลกำไร
แต่เมื่อบริษัทมีกำไรก็ต้องแบ่งปันกลับไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นี่คือวิถีการสร้างคนศักยภาพสไตล์ ไทยประกันชีวิต
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
