ไมโครซอฟท์เปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เปิดตัวซอฟต์แวร์ มัลติ-ทัช ระบบงานเพื่อการควบคุมการใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส เตรียมส่งลงระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 เวอร์ชันล่าสุดที่มีแผนจะทำตลาดในปลายปี 2552 นี้นายบิลล์ เกตส์ ประธานกรรมการบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่นฯ พร้อมด้วยนายสตีฟ บอลเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมแสดงวิสัยทัศน์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก้าวต่อไปในงานประชุมกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ D: All Things Digital ซึ่งจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีต เจอร์นัล ระบุถึงประสบการณ์ใช้งานคอมพิวเตอร์ระดับต่อไปที่มุ่งไปสู่การควบคุมการใช้งานด้วยระบบสัมผัส และคุณสมบัติดังกล่าวยังจะเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ใหม่ที่ผนวกลงในระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 เวอร์ชันต่อไปของไมโครซอฟท์ในชื่อ มัลติ-ทัช
นายบอลเมอร์ ระบุว่าการสั่งการแบบสัมผัสเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ไมโครซอฟท์พยายามปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในวินโดว์ส ผู้ใช้จะสามารถควบคุมการทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ ไม่เฉพาะคอมพิวเตอร์แต่ยังรวมถึงโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่แทนการใช้เมาส์ แป้นพิมพ์ หรือปากกา
ขณะที่นายเกตส์ เสริมว่าเป็นเวลากว่าทศวรรษของการพัฒนาที่เชื่องช้า ต่อจากนี้เทคโนโลยีการสัมผัสจะเป็นวิธีใหม่ในการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ แทนที่แป้นพิมพ์และเมาส์ที่เข้าสู่จุดอิ่มตัว
เรากำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จุดที่การปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับคอมพิวเตอร์และเมาส์ในวันนี้ กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บทบาทของเทคโนโลยีควบคุมด้วยเสียง การมองเห็น และหมึกดิจิตอล จะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่กลายเป็นกระแสหลักของเทคโนโลยีสั่งการ นายเกตส์ ระบุ
ซอฟต์แวร์มัลติ-ทัช เป็นคุณสมบัติที่พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีการสัมผัสที่ไมโครซอฟท์นำออกสู่ตลาดมาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในที่นี้รวมถึงเซอร์เฟซ (Surface) เทคโนโลยีการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนโต๊ะและมีหน้าจอขนาดใหญ่อยู่ด้านบน เทคโนโลยี ทัชวอลล์ (TouchWall) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโต้ตอบแบบสัมผัสกับหน้าจอในแนวตั้ง รวมถึงแท็บเลตพีซี (Tablet PC) โน้ตบุ๊กแบบหน้าจอสัมผัส
ไมโครซอฟท์ยังได้แสดงตัวอย่างเทคโนโลยีการควบคุมหน้าจอแบบสัมผัสที่จะผนวกลงในระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 ในงานประชุมดังกล่าวนี้ ในระบบงานที่ชื่อ การระบายสีแบบสัมผัส (Touchable Paint) ซึ่งให้ผู้ใช้ระบายสีด้วยการลากนิ้วไป-มาบนหน้าจอ ทั้งยังมีซอฟต์แวร์จัดการรูปภาพหรือการจัดการแผนที่ด้วยการสัมผัส
อย่างไรก็ตาม จากความล่าช้าในการวางตลาดระบบปฏิบัติการวินโดว์สวิสต้าที่ทิ้งห่างจากวินโดว์สรุ่นก่อนถึง 5 ปีจากปัญหาความซับซ้อนในการปรับปรุงโค้ดซอฟต์แวร์ นายบอลเมอร์รับประกันว่า ระบบปฏิบัติการวินโดว์สในเวอร์ชันถัดๆ ไปที่ออกมาจะไม่ซ้ำรอยปัญหาของวิสต้า โดยไมโครซอฟท์วางแผนว่าจะออกวางตลาดระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 ภายในเวลา 3 ปีหลังจากทำตลาดวินโดว์ส วิสต้าเมื่อต้นปี 2550 หรือเตรียมจะทำตลาดภายในปลายปี 2552
ทั้งนี้ นายบอลเมอร์ ยอมรับว่าแอปเปิลเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับไมโครซอฟท์ และไมโครซอฟท์พยายามที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้เหนือกว่าแอปเปิล ซึ่งมีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบสัมผัสออกมาก่อนจนประสบความสำเร็จในการทำตลาดโทรศัพท์มือถือไอโฟน หากแต่นายบอลเมอร์ยังมั่นใจจากฐานลูกค้าผู้ใช้งานของตนที่ยังทิ้งห่างจากแอปเปิลอยู่มาก ซึ่งปีนี้แอปเปิลมียอดขายคอมพิวเตอร์ประมาณ 10 ล้านเครื่อง เทียบกับยอดขายคอมพิวเตอร์ของไมโครซอฟท์ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 290 ล้านเครื่อง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
