นักวิจัยเทคโนโลยีจิ๋วพัฒนาหมึกนำไฟฟ้า เพียงลากเส้นบนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถใช้งานแทนลวดทองแดง หรือวาดลวดลายบนกระดาษและพลาสติก ดัดแปลงเป็นโคมไฟตกแต่งบ้านแบบไร้สายไฟรศ.ดร.สนองเอกสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายวัสดุนาโน ศูนย์นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังจากใช้เวลาศึกษานาโนเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปลายปี 2549 จนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์นาโนที่ตอบสนองภาคอุตสาหกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สิ่งทอนาโน เครื่องสำอางนาโน และไส้กรองน้ำนาโน เป็นต้น
ทีมงานยังพัฒนาหมึกนาโนนำไฟฟ้าทดแทนการใช้เส้นลวดทองแดงโดยการพัฒนากระบวนการสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโนขึ้นใหม่ ให้ได้อนุภาคที่ขนาดเล็กกว่า 5 นาโนเมตร ก่อนนำไปผสมกับน้ำหมึกเพื่อแขวนลอยอานุภาคไม่ให้เกิดปฏิกิริยานำไฟฟ้าก่อนใช้งาน
หลังจากผู้ใช้ขีดน้ำหมึกบนพื้นผิววัสดุน้ำหมึกที่ทำหน้าที่แขวนลอยจะระเหยแห้งไปในที่สุด และเหลือเพียงอนุภาคซิลเวอร์นาโนที่จับตัวกันแน่น ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าได้ไม่ต่างจากเส้นลวดทองแดงทั่วไป นักวิจัยกล่าว
หมึกนำไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมงานอิเล็กทรอนิกส์ในด้านลดต้นทุนการนำเข้า เช่น การนำเข้าป้ายอาร์เอฟไอดี หรือป้ายอัจฉริยะ สำหรับเก็บรายละเอียดสินค้าในร้านขายของ เก็บข้อมูลเพื่อการตรวจสอบถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
เทคโนโลยีซิลเวอร์อิงค์ที่พัฒนาขึ้นนอกจากลดต้นทุนนำเข้าน้ำหมึกนำไฟฟ้าแล้ว ยังลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในกระบวนการผลิตแบบเดิม โดยผู้ใช้สามารถสร้างแผงวงจรบนแผ่นโพลิเมอร์ หรือพื้นผิวกระดาษทั่วไปได้เอง แผงวงจรที่สร้างได้นั้นก็สามารถปรับให้โค้งงอตามรูปลักษณ์ของวัสดุได้ด้วย หมึกนำไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นยังใช้ซ่อมแซมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เดิมที่ชำรุด ให้กลับมาใช้งานใหม่ได้เช่นกัน เพียงนำไปขีดเส้นเพื่อเชื่อมวงจรขึ้นใหม่เท่านั้นเอง
น้ำหมึกนำไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้ได้ที่อุณหภูมิห้องปกติ มีคุณภาพทัดเทียมกับน้ำหมึกนำไฟฟ้านำเข้า สามารถเขียนได้ทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็น แก้ว ขวด พลาสติก กระดาษ แผ่นไม้ ทั้งยังดัดแปลงเป็นการวาดลวดลาย เพื่อทำเป็นอุปกรณ์โคมไฟตกแต่งบ้าน โดยที่ไม่ต้องใช้สายไฟได้อีกด้วย นักวิจัยกล่าว
ขณะนี้เทคโนโลยีการผลิตน้ำหมึกนำไฟฟ้าอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตรและรอการต่อยอดเชิงพาณิชย์โดยผู้ประกอบการ หลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการพัฒนาน้ำหมึก จนพร้อมใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้จริง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
