เอเซอร์ ประกาศยุติสงครามราคา งานคอมมาร์ต ระบุแข่งไปก็มีแต่ขาดทุน พลิกแผนการตลาดใหม่ ขนโมเดลพิเศษที่ไม่ทำตลาดในไทย เข้าล่อใจลูกค้า ขณะที่ผู้จัดงาน เออาร์ เปิดร้านค้าติดป้ายขายราคาเดียวกับคอมมาร์ต ส่วนค่าย โตชิบา เผยขาใหญ่ใช้วิธีลดราคาดันยอดขายนายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการตลาดอาวุโส บริษัทเอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่างานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2008 ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 มีนาคม 2551 นั้นเชื่อว่าผู้ค้าจะการจัดโปรโมชันแข่งขันด้านราคากันลดลง เนื่องจากการนำงบประมาณด้านการตลาดมาใช้อุดหนุนการจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าน โดยยอมขายแบบขาดทุนนั้นไม่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรายใด อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้ในตลาดที่ไม่ถูกต้องว่าหากต้องการสินค้าราคาถูกต้องมาเลือกซื้อในงานคอมมาร์ต ทำให้ช่วงเวลาที่จัดงานร้านค้าภายนอกไม่สามารถขายสินค้าได้ เพราะผู้บริโภครอเลือกซื้อในงานคอมมาร์ต
สำหรับการทำตลาดของเอเซอร์ในงานคอมมาร์คไทยแลนด์ 2008 นั้นจะใช้วิธีนำสินค้ารุ่นพิเศษที่ไม่ได้ทำตลาดในเมืองไทยมาก่อนหน้านี้เข้ามาจัดโปรโมชันภายในงาน ประกอบด้วยโน้ตบุ๊ก เอเซอร์ เอ็กซ์เทนซ่า 4220-200508Mi ใช้ตัวประมวลผลอินเทล เซลเลอรอน 550 หน้าจอ 14.1 นิ้ว ราคา 13,900 บาท,เอเซอร์ เอ็กซ์เทนซ่า 4620-5A1G16Mn ใช้ตัวประมวลผลอินเทล คอร์ทูดูโอ T5550 หน้าจอ 14.1 นิ้ว ราคา 22,900 บาท และ เอเซอร์ แอสไปร์ M1610 ใช้ตัวประมวลผลอินเทล ดูอัลคอร์ E2180 ราคา 9,900 บาท (ไม่รวมจอ) นอกจากนี้ยังได้เปิดให้ลูกค้าจองโน้ตบุ๊ก Ferrari 1100 ที่ใช้ตัวประมวลผลผล เอเอ็มดี ดูอัลคอร์ เทคโนโลยี 64 บิต หน้าจอ 12.1 นิ้ว ราคา 79,900 บาท โดยบริษัทได้นำเครื่องรุ่นดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายเพียง 300 เครื่องเท่านั้น
นอกจากการจัดงานเอเซอร์ @ คอมมาร์ต ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2551 ยังได้จัดงานขึ้นที่ต่างจังหวัด ประกอบด้วย อุทยานการค้ากาดสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่, ตึกคอม โฆษะ จังหวัดขอนแก่น และ หอประชุมโรงเรียนศรีนครมูลนิธิหาดใหญ่
ขณะที่นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด ผู้จัดงาน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2008 กล่าวกับ
ฐานเศรษฐกิจ ว่าบริษัทพยายามสร้างมาตรฐานราคาสินค้าในงานคอมมาร์ตให้เหมือนกับงานมอเตอร์โชว์ โดยทุกครั้งที่ผู้ผลิตมีการประกาศโปรโมชันในงานคอมมาร์ต โปรโมชันดังกล่าวก็จะถูกนำไปใช้เป็นโปรแกรมส่งเสริมการขายหน้าร้าน
ที่ผ่านมาผู้บริโภค รอเข้ามาซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ต เพราะต้องการเข้ามาซื้อของราคาถูกจากการจัดโปรโมชันแข่งขันราคาของผู้ผลิตในงาน ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ระยะยาวมันจะไม่ดี เพราะจะสร้างปัญหาให้กับช่องทางจำหน่าย หรือ ร้านค้าปกติที่ทำตลาดอยู่ ซึ่งแนวทางที่เราเริ่มนำมาใช้คือ ให้ร้านค้าติดป้ายขายสินค้าราคาเดียวกับคอมมาร์ต ในช่วงระยะเวลาที่จัดงาน และการจัดกิจกรรมร่วมกับ ช่องทางจำหน่าย หรือ ร้านค้าปกติ อย่างไรก็ตามมองว่าอาจต้องใช้เวลาให้ความรู้กับตลาดอีกสักระยะ
ด้านนายถกล นิยมไทย ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยี บริษัทโตชิบา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าที่ผ่านมาผู้ผลิตรายใหญ่ประกาศไม่แข่งขันราคามาตลอด แต่พอยอดขายไม่ดีก็ลดราคาขายลงมา ซึ่งโตชิบาที่ผ่านมาก็มีการลดราคาลงมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทำราคาสู้กับเอเซอร์ และเอชพี ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และ 2 ได้
งานคอมมาร์ต 2008 ที่กำลังจะมีขึ้นช่วง 20-23 มีนาคม นี้นั้นมองว่าผู้ค้าจะหันไปทำตลาดโน้ตบุ๊กรุ่นไฮเอนด์ ทำให้ดูเหมือนว่าภาพการแข่งขันด้านราคาอาจจะลดลง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
