นักวิจัยจุฬาฯค้นพบเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ครัวเรือนที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาประหยัดต้นทุนและพลังงาน เพียงเติมฝุ่นหินซึ่งเป็นขยะจากโรงโม่หินในดินเซรามิก ก็สามารถเผาไฟในอุณหภูมิต่ำได้ ขณะที่คุณภาพของสินค้าไม่แตกต่างจากวิธีการเผาเดิมดร.สุพิณแสงสุข นักวิจัยจากสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาพบคุณสมบัติของฝุ่นหินซึ่งเป็นขยะจากโรงโม่หิน เมื่อใช้เป็นส่วนผสมในดินเซรามิกแทนทราย จะช่วยลดอุณหภูมิการเผาให้เหลือ 700 องศาเซลเซียส จากการเผาปกติ 900-1,200 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้อย่างชัดเจน
เครื่องปั้นดินเผาทั้งที่ชาวบ้านทำกันทั่วไปจะใช้ดินเหนียวผสมทราย แล้วนำไปเผาในอุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียส หากเผาในอุณหภูมิต่ำกว่านั้น เครื่องปั้นดินเผาที่ได้จะเปื่อยยุ่ยและแตกเมื่อสัมผัสน้ำ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานจากไฟฟ้าหรือแก๊สอย่างมาก ทีมวิจัยจึงพยายามค้นหาเทคนิคที่ช่วยปรับลดอุณหภูมิในการเผา ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ด้วย
ทีมงานนำฝุ่นหินมาใช้แทนทรายโดยผสมกับดินเหนียวในอัตรา 1:1 แล้วเผาในอุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ผลการทดสอบชิ้นงานต้นแบบ พบคุณภาพดีเช่นเดียวกับเครื่องปั้นดินเผาที่ทำจากดินเหนียวผสมทรายและเผาที่อุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียส ทั้งการดูดซึมน้ำต่ำ การหดตัวหลังเผาต่ำ ทำให้ผู้ผลิตสามารถคำนวณขนาดของชิ้นงานได้ง่าย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเผาไฟต่ำจะช่วยลดต้นทุนและประหยัดพลังงาน แต่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิในการเผาให้คงที่ เพราะการทดลองที่ทำขึ้นเป็นการใช้เตาเผาในห้องปฏิบัติการที่ควบคุมอุณหภูมิได้แน่นอน แต่ในกรณีเตาเผาของชาวบ้าน ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ อาจจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ด้อยคุณภาพ ดังนั้น ครัวเรือนผู้ผลิตต้องควบคุมปริมาณความร้อนให้พอดี โดยอาจจะติดตั้งโคนวัดความร้อนไว้ที่เตาเผาก็จะช่วยได้
ฝุ่นหินเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตหากได้รับอุณหภูมิที่สูงเกิน 700 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกไซด์ ทำให้เครื่องปั้นดินเผาแตกละเอียดกลายเป็นผง ดร.สุพิณกล่าว
เครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำ ผลงานของดร.สุพิณ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลชมเชย สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ประจำปี 2551 ผู้สนใจกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำ สามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
