นักวิทยาศาสตร์ในอุรุกวัย พบฟอสซิลหนูยักษ์หนักหนึ่งตัน เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 4 ล้านปี ใหญ่ยักษ์ที่สุดเท่าที่เคยพบนักบรรพชีวินจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติแห่งชาติอุรุกวัย ตีพิมพ์ผลงานการค้นพบฟอสซิลส่วนหัวของหนู เฉพาะส่วนหัวยาว 20 นิ้ว และเมื่อนำมาคำนวณหาน้ำหนักทั้งตัว เป็นไปได้ว่า เมื่อ 4 ล้านปีก่อนมันมีขนาดน้ำหนักตัวถึง 1,000 กิโลกรัม จากการตรวจสอบโครงสร้างของกราม พบมันเป็นพวกสัตว์กินพืช ถือเป็นหนูชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน
การค้นพบครั้งนี้แสดงว่า สัตว์จำพวกหนูอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้มาเมื่อ 4 ล้านปีที่แล้ว มีขนาดน้ำหนักหนึ่งตัน ซึ่งใหญ่กว่าวัวกระทิงด้วยซ้ำ โดยช่วงชีวิตของหนูยักษ์นี้น่าจะอยู่ร่วมกับนกพันธุ์ดุ เสือเขี้ยวดาบและตัวตุ่น แม้จะมีศักดิ์เป็นหนูแต่นักวิจัยกล่าวว่า มันเป็นญาติใกล้ชิดกับหมูแคระมากกว่า
ฟอสซิลหนูยักษ์ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า โจเซโฟอาร์ติกาเซีย ถูกพบจมอยู่ในหินแถวเมืองริโอ พลาตา ซึ่งเป็นแหล่งขุดค้นที่มหัศจรรย์มาก โดยที่ผ่านมามีการค้นพบฟอสซิลสัตว์โบราณค่อนข้างมากจากแหล่งนี้
เมื่อพวกเขานำฟอสซิลมาพิจารณารายละเอียด พบว่า มันมีฟันขนาดเล็ก และขากรรไกรที่เปราะบาง แสดงว่ามันมีกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่อ่อนสำหรับบดอาหาร และอาจไม่กินอาหารที่ต้องแทะเหมือนหนูปัจจุบัน จึงเป็นไปได้ว่าพวกมันกินพวกผักอ่อน หรืออาจเป็นผลหมากรากไม้เป็นอาหาร รวมถึงพืชน้ำ
ฟอสซิลดังกล่าวพบมานานตั้งแต่ปี 2530 โดยชาวอาร์เจนตินา ซึ่งต่อมานำมามอบให้พิพิธภัณฑ์อุรุกวัย ถูกเก็บไว้นานจนลืมและเพิ่งถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ โดยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ ครั้งแรกที่เปิดกล่องเขาถึงกับตะลึง เพราะมันมีขนาดหัวใหญ่กว่าวัวเสียอีก
หนูตัวใหญ่ที่สุดที่ยังพบเห็นได้ในปัจจุบันมีขนาด 60 กก. มีชื่อเรียกว่า คาร์ปินโช หรือ คาปาบารา อาศัยอยู่ในเอเมริกาใต้เช่นกัน หนูถือเป็นสัตว์ที่แพร่กระจายตัวไปอยุ่ทุกหนทุกแห่งในโลกมากที่สุด ในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยกัน
ศัพท์แสง
herbivore - สัตวกินพืช
carnivore - สัตว์กินเนื้อ
rodent - สัตว์จำพวกหนู
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
