คว้ารางวัลชมเชยประกวดเจ้าความคิดห่างหายกันไปหนึ่งสัปดาห์เพราะต้องหลีกให้กับหน้ารายงานพิเศษช่วงปีใหม่ วันนี้ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป ซึ่งหลาย ๆ คนคงได้ไปเที่ยวพักผ่อน พร้อมที่จะกลับมาลุยเรื่องงาน และเรื่องเรียนตลอดทั้งปีนี้กัน
สำหรับคอลัมน์เวทีนวัตกรรมในสัปดาห์นี้ ยังคงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโครงงานที่ได้รับรางวัลในการประกวด “รางวัลแห่งปี” ในโครงการ “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด” ที่ทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ร่วมมือกับเครือ ซิเมนต์ไทย (SCG) จัดขึ้น
โครงงานนี้ชื่อว่า “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมอย่างง่าย” ผลงานของ ด.ช.สุรศักดิ์ เปรมผล ด.ช.ศราวุฒิ สืบธรรม ด.ช. สิทธิโชค เปรมพล และ ด.ญ.รัตนาพร พุ่มสลิด นักเรียนจากโรงเรียนบ้านปากวัง อ.บ้านตาก จ.ตาก ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชมเชยในการประกวดไปครองได้
น้อง ๆ เจ้าของผลงานบอกถึงแนวคิดและที่มาของโครงงานชิ้นนี้ว่า หมู่บ้านที่พวกตนเองอาศัยอยู่ติดแม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง เวลาถึงฤดูที่น้ำหลากจะทำให้น้ำท่วมบ้านเรือน พืชสวน ไร่นา โดยที่ชาวบ้านไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน ทางทีมจึงเกิดแนวความคิดว่าน่าจะต้องมีเครื่องมือไว้สำหรับเตือนภัยให้กับหมู่บ้าน เพื่อเวลาที่น้ำมาจะได้สามารถช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หรือช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้
จากปัญหาดังกล่าว ทางทีมผู้ประดิษฐ์จึงคิดที่จะประดิษฐ์เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมอย่างง่ายขึ้น โดยใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นหาง่าย ราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพขึ้นมาใช้เตือนภัยเวลาที่จะเกิดน้ำท่วมในหมู่บ้าน
โดยเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมอย่างง่ายที่จะประ ดิษฐ์ขึ้น จะใช้วัสดุอุปกรณ์ดังนี้ คือ ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว 3 ใบใหญ่ 2 ใบกลาง และ 2 ใบเล็ก, ถ่านไฟฉาย ขนาด 9 โวลต์ จำนวน 1 ก้อน, สายไฟขนาดเล็กยาว 1 เมตร, หลอดไฟ ขนาด 6 โวลต์ 1 หลอด, แผ่นสังกะสี จำนวน 2 แผ่น, หัวแร้ง พร้อมตะกั่วบัดกรี, ผ้าเทปพันสายไฟ, ออด หรือกริ่งสายไฟ และ คีมตัดสายไฟ หรือมีดคัตเตอร์
สำหรับขั้นตอนการทำนั้นเริ่มจาก 1.นำขวดพลาสติกมาต่อกันโดยตัดท้ายออก ใบที่อยู่ล่างสุดไม่ต้องตัดส่วนล่างออก 2.เจาะขวดบริเวณด้านข้างส่วนล่างให้เป็นรู 3. นำถ่านไฟฉายมาต่อกัน จำนวน 2 ก้อนบัดกรีสายไฟไว้ 2 เส้น
4. ติดแผ่นสังกะสีเล็ก ๆ บริเวณคอขวดด้านบน 5. ด้านบนสุดให้ใส่หลอดไฟ แล้วเชื่อมต่อกับสายไฟ รวมทั้งทำการเชื่อมออดสัญญาณ 6.ใช้เครื่องยิงกาวตามรอยต่อของขวดเพื่อยึดติดกันให้แน่น และ 7.ทำการยึดท่อกับเหล็ก กันล้มตามพื้นที่ที่เราต้องการจะวางอุปกรณ์ชิ้นนี้
น้อง ๆ จากโรงเรียนบ้านปากวัง บอกต่อว่า เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฯ ที่ประดิษฐ์ขึ้นจะมีน้ำหนักประมาณ 200 กรัม และใช้งบประมาณในการประดิษฐ์ประมาณ 80 บาท ส่วนหลักการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้นั้น จะใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ คือเรื่องแรงดันน้ำ
โดยเมื่อเรานำเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมอย่างง่ายไปวางไว้บริเวณที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำมา จะไหลเข้าตามรูที่เราเจาะไว้ แรงดันของน้ำจะทำให้ขวดน้ำลอยขึ้น ซึ่งจะทำให้หน้าโลหะมาสัมผัสกันจนทำให้ไฟฟ้าครบวงจร สัญญาณเตือนภัยก็จะเริ่มทำงาน โดยการส่งเสียงดังเตือน
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ คือ ช่วยเตือนภัยน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้านลดการสูญเสียจากภัยน้ำท่วม และได้นำวัสดุเหลือใช้มาแปรสภาพให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งได้นำความรู้จากการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ด้วย
อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ชิ้นนี้อาจมีข้อจำกัดบ้าง เช่นกรณีที่น้ำมาแรงอาจพัดให้เครื่องเตือนภัยล้มได้ จึงควรทำฐานยึดให้มั่นคง และหากต้องการให้มีความคงทนมากขึ้น อาจจะต้องใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงคงทนมากกว่านี้ หรืออาจดัดแปลงหรือเพิ่มเทคนิคเข้าไปเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนการต่อยอดผลงานนั้น เราสามารถใช้ท่อ PVC หรือท่อปูน เพื่อใช้ทำเป็นตัวแบบสำหรับน้ำไหลเข้า ส่วนหลอดไฟ และไฟ ก็สามารถเพิ่มแรงไฟให้มากขึ้นได้ รวมทั้งอาจจะนำอุปกรณ์ต่อเข้ากับระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อาทิ คอมพิวเตอร์ สัญญาณอัตโนมัติ ฯลฯ
ทั้งหมดคือรายละเอียดของโครงงาน เครื่องเตือนภัยน้ำท่วม ที่น้อง ๆ จากโรงเรียนบ้านปากวัง จ.ตาก ช่วยกันคิดและประดิษฐ์ขึ้นมา เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นโครงงานที่มีประโยชน์ต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำอย่างมากหากนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายสำหรับโรงเรียนที่ได้รางวัล “เกมจราจรมหาสนุก” ตามที่ได้ประกาศรายชื่อไปแล้วจำนวน 22 โรงเรียนนั้น ทางคอลัมน์เวทีนวัตกรรมได้จัดส่งของรางวัลไปให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนโรงเรียนอื่น ๆ ที่ส่งไปรษณียบัตรเข้ามายังคอลัมน์เวทีนวัตกรรมภายหลังนั้น ก็ยังมีสิทธิได้รับรางวัลที่เหลืออยู่
คอยติดตามรายชื่อโรงเรียนที่โชคดีได้รับรางวัลกันได้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป!!!.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
