ไม่ทันไรก็ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ซะแล้ว และปีนี้ถือเป็นอีกปีที่มีใครหลายคนฮิตส่งความสุขด้วยข้อความทางโทรศัพท์มือถือ เพราะถือเป็นวิธีที่ง่าย ประหยัดและสามารถส่งตรงถึงผู้รับได้อย่างรวดเร็ว พิสูจน์ได้จากตัวเลขสถิติการส่งข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส และการส่งข้อความพร้อมภาพ หรือเอ็มเอ็มเอสในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2550- 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา โดยมียอดการส่งข้อความโดยรวมทั้งตลาดเติบโตจากปีที่แล้วกว่า 14% คิดเป็นจำนวนการส่งข้อความทั้งหมดเกือบ 100 ข้อความเลยทีเดียวค่ายมือถือรับมือขยายสัญญาณเพิ่ม
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี จะมีคนแห่ส่งความสุขด้วยข้อความเอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอสเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้หลายปีที่ผ่านมาสัญญาณโทรศัพท์มือถือต่างล่มไม่เป็นท่า ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อความหงุดหงิดไปตามๆกัน มาถึงปีใหม่ปีนี้ทาง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้รับมืออย่างเต็มที่ ด้วยการขยายช่องสัญญาณ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดศูนย์รวมในการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ในช่วงสิ้นปี หรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเอไอเอสได้ขยายช่องสัญญาณเพื่อรองรับการใช้งานทั้งการโทร.และการใช้งานข้อมูล โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานสำหรับการส่งเอสเอ็มเอส ได้สามารถรองรับได้ 360 ข้อความ และเอ็มเอ็มเอสสามารถรองรับได้ 8.6 ล้านข้อความ
ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคมีการเตรียมพร้อมในการรองรับการใช้บริการ SMS และ MMS ด้วยการขยายช่องสัญญาณสำหรับการใช้บริการให้เพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายมากกว่าปกติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะตามจุดต่างๆ ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งการติดตั้งสถานีฐานชั่วคราวเพิ่มเติม และส่งรถสัญญาณเคลื่อนที่แบบโมบายยูนิตเสริม เพื่อรองรับการใช้งาน
พฤติกรรมส่งข้อความผ่านมือถือเปลี่ยน
ปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการ ส่วนงานบริการสื่อสารไร้สาย เอไอเอส เปิดเผยว่า พฤติกรรมการส่งความสุขของคนไทยผ่านบริการโทรศัพท์มือถือในช่วงรอยต่อส่งท้ายปีเก่า 2550 ต้อนรับปี 2551 มีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมปีที่ผ่าน ๆ มาจะมีการกระจุกตัวช่วงเที่ยงคืน แต่ปีนี้ได้มีการกระจายตัวตลอดทั้งวันที่ 31 ธ.ค.ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 1 ม.ค. ประกอบกับการขยายเครือข่ายรองรับปริมาณการส่งความสุขผ่านมือถือ จึงทำให้ช่วงเที่ยงคืนรอยต่อของปีไม่เกิดปัญหาการส่งข้อมูลขัดข้องแต่อย่างใด โดยตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ถึงเวลา 08.00 วันที่ 1 ม.ค.มีปริมาณเอสเอ็มเอส 29 ล้านครั้ง ส่วนการส่งเอ็มเอ็มเอสมี 350,000 ครั้ง
ด้านปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่ม VAS ดีแทค กล่าวว่า ช่วงเวลาการส่ง เอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอสเปลี่ยนไปจากปีก่อนหน้าซึ่งนิยมส่งกันในช่วงหัวค่ำเป็นต้นไป แต่สำหรับปีนี้เริ่มมีข้อความส่งเข้าระบบตั้งแต่ช่วง 10.00 น. และทยอยส่งตลอดทั้งวัน โดยมีการส่งข้อความส่งถึงกันสูงสุดถึง 4 ล้านข้อความ/ชั่วโมง คือช่วงระหว่าง 00.00 น. " 01.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2550 " 1 ม.ค. 2551
2 วันยอดส่งข้อความพุ่งกระฉูด
ปรัธนา เปิดเผยถึงปริมาณการใช้เอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอส ในระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2550 " 1 ม.ค. 2551 ว่าในโอกาสเทศกาลปีใหม่รับปี 2551 นี้ ปริมาณของเอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอส ที่ลูกค้าใช้เป็นช่องทางในการส่งความสุขโดยภาพรวม เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 25% โดยมีจำนวน SMS ที่ 41 ล้านข้อความ และ MMS 7.5 แสนข้อความ (ดูตารางประกอบ)
ขณะที่ปกรณ์ กล่าวว่า ยอดผู้ใช้บริการส่งข้อความ เอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอส ในช่วงเวลาปกติ ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้มีอัตราการใช้บริการ SMS เฉลี่ยวันละ 3.5 ล้านข้อความ และ MMS เฉลี่ยวันละ 6 หมื่นข้อความ สำหรับในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะเทศกาลส่งความสุขปีใหม่นี้มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยพบว่าสถิติการส่งเอสเอ็มเอส ปีนี้รวม 38 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 32% และเอ็มเอ็มเอส รวม 6.8 แสนข้อความ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 36% (ดูตารางประกอบ)
สำหรับกระแสการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว นอกจากไลฟ์สไตล์ชีวิตของผู้ใช้บริการที่ได้รับการยอมรับในการส่งข้อความเพื่อเชื่อมการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อส่วนตัว การติดต่อทางธุรกิจ หรือรูปแบบเอ็นเตอร์เทนต่างๆ ยังมีสาเหตุที่การใช้บริการได้เพิ่มขึ้นอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพของเครือข่ายดีแทคที่เพิ่มขึ้นเป็น 7,826 สถานี แพ็คเกจบริการเอสเอ็มเอสและเอ็มเอ็มเอส ราคาประหยัด คอนเทนต์ที่หลากหลาย ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการมือถือที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ด้านบริษัท ทรูมูฟ จำกัด รายงานตัวเลขการใช้เอสเอ็มเอส ช่วงปีใหม่ 2551 มีจำนวน 18.5 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้น 44% จากปีที่แล้ว ซึ่งมีการใช้งานที่ 12.8 ล้านข้อความ (ดูตารางประกอบ)
จากตัวเลขการใช้งาน คงพอเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ถึงกระแสความนิยมการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะข้อความเอ็มเอ็มเอส แม้จะมียอดการส่งข้อความน้อยกว่าเอ็สเอ็มเอ็ส แต่เชื่อหลือเกินว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกจำนวนมาก
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
