นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล ติดชิพวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียมกับนกอพยพ เก็บข้อมูลเส้นทางบินมาใช้ศึกษาการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก คาดสามปีรู้เส้นทางบินแน่นอนที่ผ่านมาได้แต่คาดการณ์กันว่า นกปากห่างที่พบในไทยอพยพมาจากบังกลาเทศ และอินเดีย จากนั้นบินต่อไปที่เวียดนาม จึงอาจเป็นเส้นทางของการแพร่เชื้อไข้หวัดนก การติดชิพสื่อสารผ่านดาวเทียมกับนกอพยพจะช่วยยืนยันข้อสมมติฐานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ศ.ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ทีมศึกษาไข้หวัดนก มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาจุลชีววิทยา และสัตวแพทยศาสตร์ ยังได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐนำเทคโนโลยีชิพวิทยุสื่อสารผ่านดาวเทียมผูกติดไปกับนกอพยพเพื่อดูเส้นทางบิน พร้อมทั้งศึกษาความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไข้หวัดนกในประเทศ
ระบบนิเวศวิทยาของไทยเปลี่ยนไปมาก บางช่วงเวลา เช่น เดือนพฤษภาคม นกจะอพยพไปหมด ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่านกอพยพไปไหน ดังนั้นถ้ามีการติดตามเส้นทางการบินของนกอพยพ จะสามารถนำมาวิเคราะห์หาพื้นที่แพร่เชื้อได้ ศ.ดร.พิไลพันธ์ กล่าว
โครงการวิจัยระยะเวลา 3 ปีนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อแห่งสหรัฐ โดยเลือกติดชิพให้กับนกอพยพที่มีเส้นทางการบินระยะไกลทั้งหมด 8 ตัว แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกติดชิพไปกับนก 4 ตัว เป็นนกเป็ดแดง 1 ตัว และนกปากห่าง 4 ตัว โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มติดชิพให้กับนกในกลุ่มที่ 2 อีก 3 ตัว โดยคาดว่าจะติดชิพให้แก่นกนางนวล
ชิพทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กผูกติดกับหลังนกด้วยแผ่นเทปลอน ช่วยให้ชิพยึดติดกับตัวนกแน่นหนา ไม่ให้หลุดออกขณะบิน ตัวชิพทำงานได้โดยอาศัยพลังงานจากโซลาร์เซลล์ ส่งสัญญาณไปยังสถานีดาวเทียมอาร์กอนช่วยระบุตำแหน่งที่นกอยู่
ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมจะถูกจดบันทึกโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าติดตามสัญญาณอยู่ตลอดเวลา และนำมูลดังกล่าวมารวมกับภาพถ่ายดาวเทียมช่วยระบบตำแหน่งที่ชัดเจน และนำมาเขียนเป็นกราฟบันทึกสถิติอีกครั้ง
ทีมวิจัยคาดว่าจะสามารถตามนกที่ติดชิพกลับมาตรวจหาเชื้อไวรัสได้ครบทุกตัว เพื่อนำข้อมูลจากชิพมาเปรียบเทียบกับเส้นทางอพยพ ก่อนสรุปผลการทดลอง และหากได้รับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมอาจจะศึกษาต่อในกลุ่มนกจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากราคาของชิพค่อนข้างแพงจึงทำให้งานวิจัยทำได้ในวงเงินที่จำกัด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
