แปลกใจไหมว่า ทำไมลิงชิมแปนซี อย่างเจ้า ปังคุง ในรายการ ขำกลิ้ง ลิงกับหมา ถึงฉลาดแสนรู้นัก แม้นักวิทยาศาสตร์จะรู้กันดีว่า มนุษย์กับลิงมีวิวัฒนาการร่วมกันอยู่พักหนึ่งในยุคแรกๆ ก่อนที่จะแยกทางกันเดินไปคนละทาง แต่ถ้าเทียบวิวัฒนาการกันแล้ว ลิงชิมแปนซีมีวิวัฒนาการมากกว่าคนเสียอีกงานวิจัยล่าสุดตีพิมพ์ลงในวารสาร เนชั่นแนล อะคาเดมี ออฟ ไซอันซ์ ระบุว่า คนกับลิงชิมแปนซี ซึ่งแยกวิวัฒนาการกันไปทางใครทางมันเมื่อ 6 ล้านปีที่แล้วนั้น แท้จริงแล้ว ยีน หรือพันธุกรรมของชิมแปนซี อาจมีวิวัฒนาการมากกว่ายีนคน นับเป็นการค้นพบที่ขัดแย้งกับความรู้ความเข้าใจเดิมที่ว่า มนุษย์เป็นผลผลิตจากวิวัฒนาการขั้นสูงของยีน ดังเห็นได้จากขนาดของสมองที่ใหญ่ ความจำที่เหนือกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น และวิวัฒนาการเดินสองขาหลังตรง
เจียงซื่อ จาง จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และทีมวิจัย ได้วิเคราะห์สายพันธุกรรมที่ประกอบด้วยยีนที่เก็บคำสั่งผลิตโปรตีนเกือบ 14,000 ยีนที่มนุษย์กับลิงชิมแปนซีมีเหมือนกัน โดยเอายีนของชิมแปนซีและคนมาเทียบดูความแตกต่างกันยีนต่อยีน เพื่อดูว่ามียีนไหนที่ทำให้การผลิตโปรตีนระหว่างคนกับลิงเปลี่ยนไปคนละแบบ
ยีน เปรียบเสมือนคลังเก็บคำสั่งผลิตโปรตีนชนิดต่างๆ เพื่อทำให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตเกิดกลไกทำงาน เช่น โปรตีนที่ทำหน้าที่ส่งออกซิเจนให้แก่เซลล์ในร่างกาย ถ้าเป็นยีนเดียวกันแต่คนละ เวอร์ชั่น มีศัพท์ทางชีววิทยา เรียกว่า อัลลีด
มาร์กาเร็ต เบคเวล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอที่มีผลต่อการผลิตโปรตีน ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงหน้าที่ หากการเปลี่ยนแปลงถูก ปิด ก็จะไม่มีผลอะไรกับโปรตีน แต่ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงเชิงหน้าที่มีปริมาณมหาศาล (โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงที่ถูกปิด) สภาพดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงหน้าที่ที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะมันถูกคัดสรรให้ดำรงอยู่เพื่อเป็นคุณประโยชน์ หมายความว่า ยีนมีวิวัฒนาการที่ก่อประโยชน์บางอย่างให้แก่สิ่งมีชีวิตนั้น
ทีมวิจัยยังพบวิวัฒนาการของยีนในลิงชิมแปนซีอีกหลายตัว ที่มีประโยชน์ให้ลิงได้ดีกว่าวิวัฒนาการยีนของคน ที่เป็นเช่นนี้เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมา คนมีประชากรน้อยกว่าเมื่อเทียบกับชิมแปนซี
ถึงแม้ตอนนี้จะมีประชากรคนบนโลกมากกว่าลิง แต่ในอดีตคนมีจำนวนน้อยกว่าลิงมาก อาจเป็นแค่กลุ่มเล็กมากเท่านั้น นักวิจัย กล่าวและว่า ปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อกระบวนการ คัดสรรโดยธรรมชาติ ของยีนมนุษย์
การคัดสรรโดยธรรมชาติ เป็นกระบวนการวิวัฒนาการที่คัดเอาเฉพาะสายพันธุ์ที่ดี ที่สามารถสืบทอดเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตให้อยู่รอดและขยายพันธุ์ต่อไป ขณะที่สายพันธุ์ที่อ่อนแอจะเหลือน้อยลง การคัดสรรโดยธรรมชาติจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนการแสดงออกของยีนเด่น ภายใต้กระบวนการคัดสรรโดยธรรมชาติ ยีนที่มีประโยชน์ต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตจะถูกคัดเลือกไว้ และกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม ภายใต้กกระบวนการวิวัฒนาการ ยีนบางตัวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเกิดขึ้นได้ เรียกว่า ยีเนติก ดริฟท์ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นแบบสุ่มที่กำหนดว่าจะให้ อัลลีด ตัวไหนอยู่รอด ดังนั้น ในกลุ่มประชากรขนาดเล็ก อัลลีดของยีนที่แยกออกมาดยบังเอิญหนึ่ง หรือสองอัลลีด อาจส่งผลกระทบมากมายให้เกิดกับยีนทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับยีนที่มีจำนวนมากกว่า
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญนี้ อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงพบความแปรเปลี่ยนของยีนมากขึ้น ทั้งที่มีสภาพเป็นกลาง และไม่ส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย และยีนที่เปลี่ยนแปลงแล้วส่งผลในทางลบ ทำให้เกิดเป็นโรคต่างๆ นานา
นักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า วิวัฒนาการระหว่างคนกับลิงนั้นยังต้องศึกษากันต่อไปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่า ยังมีความแตกต่างอีกมากมายระหว่างคนกับลิงที่เรายังไม่รู้ เพราะแม้แต่ความแตกต่างระหว่างลิงชิมแปนซีด้วยกันเอง ก็ยังไม่มีใครศึกษากัน ส่วนใหญ่มักสนใจศึกษากับมนุษย์เสียมากกว่า
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
