ผู้ค้าโน้ตบุ๊ก เซ็ง!งานเทรดโชว์ทำพิษยอดขายหน้าร้านร่วง เตรียมแก้ลำ ร้องผู้ผลิตหนุน อัดโปรโมชั่นก่อน-หลังงาน ชี้สถานการณ์ปีนี้หืดขึ้นคอ ยอดขายทรุด-กำไรหด-การแข่งขันดุ ซอฟเวิลด์ เร่งล้างบ้านลดต้นทุน มุ่งบริการหลังการขาย ขณะที่ บลู เมมโมรี่ระบุผู้ผลิตเมินร้านค้าได้รับผลกระทบเทรดโชว์ทำพิษ ด้านโตชิบา-เอเซอร์ ยันหนุนร้านค้าจัดโปรโมชั่นดึงคนเข้าร้านมาตลอดนางสาวอนงค์นาฏ เหลืองอ่อน ผู้จัดการทั่วไป บริษัทซอฟเวิลด์ จำกัด เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าขณะนี้ร้านค้าปลีกคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊ก เริ่มมีการหารือกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหายอดขายหน้าร้านลดลงก่อนหน้าและหลังงานแสดงและขายสินค้าไอทีหรือ ไอที เทรดโชว์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันนิยมเข้าไปเลือกซื้อสินค้าภายในงานมากขึ้น เป็นเพราะมีโปรโมชั่นราคาที่ดีกว่าสินค้าที่วางขายหน้าร้าน
แนวทางที่มีการพูดคุยเบื้องต้น คือ ต่อไปก่อนงานและหลังงานเทรดโชว์นั้น ร้านค้าจะต้องจัดโปรโมชั่น พร้อมทำราคาที่ดีกว่าในงาน โดยเราจะต้องจัดพยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้มาซื้อสินค้าจากหน้าร้าน มากกว่าไปการรอซื้อสินค้าภายในงานอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นร้านค้าก็อยู่ได้ลำบาก เพราะต้นทุนการประกอบธุรกิจสูงขึ้นทุกวัน ขณะที่กำไรจากการขายสินค้าลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง
ส่วนแนวโน้มตลาดโน้ตบุ๊กนั้นมองว่าตลาดยังมีโอกาสในการการเติบโตที่ดี เนื่องจากอัตราการใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อจำนวนประชากรของประเทศนั้นยังไม่ถึง 10% อย่างไรก็ตามด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้ลูกค้าตัดสินค้ายากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ตลาดปีนี้อาจมีการชะลอการเติบโตลงไป ในขณะที่การแข่งขันมีความรุนแรงขึ้น โดยคู่แข่งมีการตัดราคาบางรายกำไรเครื่องละ 100 บาทก็ยอมขายเพื่อสร้างยอด และเอาเงินสดเข้ามาหมุน ทั้งนี้เชื่อว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปจะเหลือเฉพาะร้านค้าใหญ่ๆ เพียงไม่กี่ราย เนื่องจากร้านค้ารายใหญ่มีระบบบริหารจัดการ และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ทำให้สามารถทำราคาขายหน้าร้านได้ดีกว่าร้านเล็กๆ
นางสาวอนงค์นาฏ กล่าวต่อไปว่าสถานการณ์การแข่งขันในตลาดปีนี้นั้นส่งผลกระทบกับยอดขายของบริษัทอย่างแน่นอน แม้ว่ายังมียอดการเติบโตในส่วนของจำนวนเครื่องอยู่ แต่กำไรไม่เติบโตตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นปีนี้บริษัทจึงหันมามุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร และระบบการจัดการบริหาร ตลอดจนบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ด้านนางสาวสุพัตรา สุตั่น ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท บลู เมมโมรี่ จำกัด ผู้ค้าโน้ตบุ๊กรายใหญ่บนห้างไอทีมอลล์ กล่าวว่างานไอที เทรดโชว์ ในช่วงที่ผ่านมามีผลกระทบกับการขายสินค้าหน้าร้าน โดยเฉพาะช่วงก่อนจัดงาน เนื่องจากลูกค้ารอซื้อภายในงาน เนื่องจากมีราคาและโปรโมชั่นที่ดีกว่า ซึ่งขณะนี้ร้านค้าได้เริ่มมีการหารือกับผู้ผลิตโน้ตบุ๊กบ้างแล้ว เพื่อขอรับสนับสนุนการจัดโปรโมชั่นก่อนงานไอที เทรดโชว์ พร้อมเสนอผู้ผลิตไม่ควรทำโปรโมชั่นราคาภายในงานต่ำกว่าหน้าร้านมากเกินไป
ที่ผ่านมามีการคุยกับผู้ผลิตบางแล้ว แต่ยังไม่มีฟีดแบ็กอะไรกลับมา เนื่องจากผู้ผลิตไม่สนใจเพราะไม่ได้รับผลกระทบอะไร โดยสามารถเข้าสร้างยอดจากการขายสินค้าภายในงานได้ แต่ที่แย่คือร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วม เพราะขายของหน้าร้านไม่ได้
ขณะที่นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยี บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่าที่ผ่านมาพยายามสนับสนุนการจัดโปรโมชั่นให้กับร้านค้าก่อนหน้าและหลังงานเทรดโชว์ แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้า โดยส่วนใหญ่จะรอเข้ามาเลือกซื้อภายในงาน เพราะการแข่งขันราคาในงานค่อนข้างรุนแรง
ผู้ผลิตเองคงไม่สามารถคงไม่ปฎิเสธการออกงานเทรดโชว์ได้ เพราะจะเห็นได้ว่านับวันยอดขายในงานเทรดโชว์โตขึ้นทุกปี โดยงานคอมมาร์ตที่ผ่านมามียอดขายโน้ตบุ๊กสูงกว่า 50,000 เครื่อง ซึ่งร้านค้าและศูนย์การค้าคงต้องมานั่งคุยกันเพื่อหาแนวทางดึงคนเข้ามาซื้อสินค้าในพื้นที่มากขึ้น
นายถกล กล่าวต่อไปว่าส่วนสถานการณ์ตลาดโน้ตบุ๊กโดยรวมนั้นมองว่ายังมีโอกาสเติบโตอยู่ เนื่องจากความต้องการของตลาดยังมี แต่ที่ผ่านมาความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ของอินเทล และระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสต้าที่เปิดตัวมาระยะหนึ่งนั้นทำให้เป็นที่รับรู้จากตลาดมากขึ้น ตลอดจนการเร่งเบิกจ่ายเงินของภาครัฐจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่าย รวมถึงเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดมีการเติบโตขึ้น
ด้านนายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการตลาดอาวุโส บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าขณะนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป โดยจะรอซื้อสินค้าในงานเทรดโชว์เท่านั้น ทำให้ช่องทางขายปกติ คือ ร้านค้าปลีก ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาโดยความเห็นส่วนตัวมองว่างานไอทีเทรดโชว์ใหญ่ควรมีปีละไม่เกิน 2 ครั้ง แต่ปัจจุบันมีงานใหญ่ปีละ 5-6 งาน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาบริษัทเห็นปัญหาดังกล่าวและพยายามให้ความช่วยเหลือกับร้านค้ามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการจัดแคมเปญ 0% หรือการตกแต่งหน้าร้าน มาตลอดทั้งในช่วงมีงานและไม่มีงาน เพื่อดึงคนเข้าไปซื้อสินค้าภายในร้าน
ในการออกงานเทรดโชว์นั้นเราก็มีข้อจำกัด โดยเราคงไม่สามารถให้ดีลเลอร์ทุกรายออกงานร่วมกับเราได้ ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาเรามีนโยบายสนับสนุนการจัดโปรโมชั่นให้กับร้านค้าทั้งในช่วงที่มีงานและไม่มีงาน เราไม่ได้ทิ้งการขายผ่านหน้าร้าน เพื่อไปหวังไล่เก็บยอดขายภายในงาน
ส่วนสถานการณ์ตลาดโน้ตบุ๊กโดยรวมนั้นเชื่อว่าไตรมาสที่ผ่านมายังมีการเติบโตอยู่ ขณะที่กำลังซื้อในตลาดยังมีอยู่ อย่างไรก็ตามการเติบโตของตลาดอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ โดยช่วงที่มีงานทรดโชว์ ยอดขายตามช่องทางปกติ คือร้านค้าก็จะเงียบไป
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
ยอดซื้อขายงานเทรดโชว์ทะลุเป้า
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมางานไอทีเทรดโชว์ เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด และมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี มีผู้เข้าร่วมงานหลักแสน-หลักล้านคน โดยงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2007 ระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค. ที่ผ่านมามีผู้เข้าชมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคน มียอดขายสินค้ามากกว่า 3,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 30% สำหรับอันดับสินค้าที่ทำรายได้สูงสุดในงานเป็นอันดับแรก คือ โน้ตบุ๊ก โดยมียอดขายจำนวน 45,408 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 1,702,800,000 บาท ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ พีดีเอ หรือ สมาร์ทโฟน โดยมียอดขายรวมทั้งหมด 10,989 เครื่อง คิดเป็นมูลค่า 190,327,500 บาท และอันดับ 3 ได้แก่ กล้องดิจิตอล ด้วยยอดขายรวมทั้งหมดในงานจำนวน 11,563 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 156,103,200 บาท
ขณะที่งานแสดงสินค้าไอทีคอมเวิรล์ด 2007 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 1,022 ล้านบาท สูงกว่าที่ผู้จัดงานตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท และมีผู้เข้าร่วมงาน 692,650 คน สำหรับยอดขายสินค้าไอทีภายในงานเป็นอันดับแรก คือ โน้ตบุ๊ก ที่ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดจำนวน 20,310 เครื่อง รองลงมาเป็นเครื่องเอ็มพี3 และ เอ็มพี4 ที่มียอดขายประมาณ 10,000 เครื่อง , จอมอนิเตอร์แอลซีดีและจอทีวีแอลซีดี ประมาณ 3,700 เครื่อง , คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ พีซี ประมาณ 3,500 เครื่อง, กล้องดิจิตอล ประมาณ 3,500 เครื่อง , พรินเตอร์ ประมาณ 2,000 เครื่อง และพีดีเอโฟน ราว 2,000เครื่อง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
